อ.นพ. สุทธิภาศ พงศ์มณี
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกและข้อ
PI-IMC-383-P-00
โครงสร้างกระดูกสันหลัง
หน้าที่ของกระดูกสันหลัง
1. รับน้ำหนักตัว
2. เคลื่อนไหว
3. ปกป้องไขสันหลังและเส้นประสาท
กระดูกสันหลังแบ่งเป็น 4 ระดับ
ส่วนคอ (cervical spine) ประกอบด้วยกระดูก 7 ชิ้น (เรียก C1-C7) เป็นส่วนที่พบเป็นสาเหตุของอาการปวดคอได้บ่อย
ส่วนอก (thoracic spine) ประกอบด้วยกระดูก 12 ชิ้น (เรียก T1-T12) ซึ่งมีส่วนต่อกับกระดูกซี่โครง
ส่วนเอว (lumbar spine) ประกอบด้วยกระดูก 5 ชิ้น (เรียก L1-L5) ซึ่งเป็นส่วนที่พบอาการปวดบ่อยที่สุด เนื่องจากเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักของร่างกายส่วนบนทั้งหมดส่วนก้นกบ (sacral spine) ประกอบด้วยกระดูก 5 ชิ้น (เรียก S1-S5) ซึ่งทั้งหมดจะรวมเป็นชิ้นเดียว เรียกว่ากระดูกก้นกบ

ที่มา:
รูปที่ 1 http://en.wikipedia.org/wiki/Spinal_cord
รูปที่ 2 http://th.wikipedia.org/wiki/กระดูกสันหลัง
ตำแหน่งที่กระดูกสันหลังแต่ละชิ้นเชื่อมต่อกันเรียกว่า ข้อต่อกระดูกสันหลัง (Facet joint) มี 2 ข้าง คือซ้ายและขวา ช่วยให้กระดูกสันหลังสามารถเคลื่อนไหวได้ และระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละชิ้นจะมีหมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) คั่นอยู่ ภายในหมอนรองกระดูกเรียกว่า นิวเคลียส พัลโพซุส (Nucleus Pulposus) มีลักษณะคล้ายเจลลี ซึ่งถ้าหากหมอนรองกระดูกมีการฉีกขาดและส่วนชั้นในเคลื่อนออกมากดทับเส้นประสาท ก็จะทำให้เกิดอาการปวดตามมาได้ กล้ามเนื้อหลัง ยึดติดอยู่กับกระดูกสันหลัง โดยมีเส้นเอ็นที่ยึดกระดูกแต่ละชิ้นเข้าไว้ด้วยกัน เส้นประสาทและไขสันหลัง ในช่องโพรงกระดูกสันหลังจะมีไขสันหลังและเส้นประสาทไขสันหลังจำนวน 31 คู่ ทำหน้าที่รับความรู้สึกและสั่งงานไปยังอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
อาการปวดหลังแบบไหน บ่งบอกโรคอะไรได้บ้าง
1. ปวดหลังแบบกว้างๆ ก้มหรือแอ่นหลังไม่ได้ – โรคกล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลัน (Low back pain, back strain) โรคนี้ไม่ได้เกิดหรือเกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลังโดยตรง แต่เป็นที่กล้ามเนื้อหลังโดยเฉพาะ ส่วนใหญ่เกิดจากการที่กล้ามเนื้อหลังถูกใช้งานมากเกินไป เกิดอุบัติเหตุโดนกระแทกที่หลัง การเล่นกีฬาอย่างหนัก จนทำให้กล้ามเนื้อหลังอักเสบเฉียบพลันทันที โดยอาการที่พบจะปวดเกร็งหลัง ปวดตึงหลัง จนต้องแอ่นหลังหรือก้มตลอดเวลา รู้สึกปวดหลังแบบกว้างๆ ระบุตำแหน่งชัดเจนไม่ได้ รวมทั้งอาการยังคล้ายหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่ไม่มีอาการปวดร้าวลงขา
2. ปวดหลังร้าวลงขา ไอ จาม หรือเบ่งจะยิ่งปวด – โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated Nucleus Pulposus) โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากเจลในหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นออกมาไปกดทับไขสันหลัง หรือรากประสาท ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการก้มๆ เงยๆ ยกของหนัก นั่งทำงานอยู่ในท่านั่งเดิมเป็นเวลานาน แล้วไม่ค่อยได้เปลี่ยนอิริยาบถ รวมถึงความเสื่อมตามธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นอาการหนึ่งในออฟฟิศซินโดรม(Office syndrome) ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังรุนแรง ปวดมากจนไม่อาจขยับตัวได้ ,ปวดหลังร้าวลงขา, ปวดขณะไอ จาม รวมไปถึงอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการชา ขาอ่อนแรงอาจจะมีอาการผิดปกติในการควบคุมปัสสาวะและ อุจจาระ, อาจจะมีปัญหาในการเดิน เช่น ทรงตัวได้ไม่ดี เดินลำบาก ขาแข็งเกร็ง เป็นต้น
3. ปวดหลังแบบขัดๆ ภายในข้อ ปวดลึก ปวดเสียว – โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (Lumbar spondylosis) มักพบบ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป โรคกระดูกสันหลังเสื่อมนั้นเป็นภาวะที่กระดูกสันหลังทรุดตัวมีสาเหตุจากหมอนรองกระดูกทรุดตัวข้อต่อกระดูกสันหลัง (Facet joint) ที่ทำหน้าที่เชื่อมกระดูกชิ้นบนกับชิ้นล่างที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหว เกิดเสื่อมลง เป็นผลให้ข้อกระดูกชิ้นบนกับชิ้นล่างอยู่ชิดกันมากเกินไป หากเป็นในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่ถ้าเมื่อใดที่ข้อต่อนั้นเสื่อมสภาพลงมากจนทำให้กระดูกสันหลังทรุดตัวลงเพิ่มมากขึ้น จะมีอาการปวดหลังบางครั้ง เมื่อใช้มือกดไปที่ข้อกระดูกสันหลังตรงๆ จะรู้สึกปวดลึก ปวดเสียว และรู้สึกขัดๆ ภายในข้อ หลังแข็งก้มหลังได้น้อยลง บางครั้งอาจเกิดกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งค้าง จนนำไปสู่อาการปวดหลังรุนแรงจากกล้ามเนื้อหลังอักเสบได้
4. ปวดหลังส่วนล่าง ปวดร้าวลงสะโพก ก้น ต้นขา – โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน เป็นภาวะที่มีการเคลื่อนของกระดูกสันหลังข้อหนึ่งไปด้านหน้ามากกว่าปกติ โดยมักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เกิดจากข้อต่อกระดูกสันหลัง(Facet joint) เสื่อมและหลวม อุบัติเหตุที่มีการกระแทกต่อกระดูกสันหลังโดยตรงจนทำให้ข้อเคลื่อน ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่อ้วนลงพุง ผู้ที่ทำงานต้องก้มๆ เงยๆ เป็นประจำ และอาจเกิดจากติดเชื้อที่กระดูกสันหลัง เช่น วัณโรคกระดูกหลัง เป็นต้น โดยมีอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดมากเมื่อยืนหรือเดิน ผู้ที่มีกระดูกสันหลังเคลื่อนมากจะมี อาการปวดร้าวลงสะโพก ก้น ต้นขา แต่ถ้ากระดูกเคลื่อนไปโดนเส้นประสาทจะมีอาการขาชา และขาอ่อนแรงร่วมด้วย
5. ปวดหลังเหนือบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง – ปวดหลังจากอวัยวะภายใน (Internal organ) โรคที่เกิดจากความผิดปกติภายใน เช่น โรคไต โรคนิ่วในถุงน้ำดี นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น จนทำให้มีอาการปวดหลังบริเวณเหนือบั้นเอวทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับมีอาการปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะแสบขัด มีไข้ นอกจากนี้โรคเกี่ยวกับกระเพาะ ลำไส้ มดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ก็ส่งให้เกิดอาการปวดหลังบริเวณนี้เช่นกัน แต่โรคเหล่านี้มักจะมีอาการปวดท้องควบคู่กันด้วย
เจาะลึกถึงปัญหาการรักษาอาการปวดหลังอย่างตรงจุด
ขั้นตอนรักษาอาการปวดหลัง ปวดคอ ของศูนย์กระดูกสันหลัง แพทย์จะเลือกการผ่าตัดเป็นวิธีการสุดท้าย โดยจะใช้แนวทางการรักษาด้านอื่นๆ ก่อนการผ่าตัดเสมอ (ยกเว้นในรายที่แพทย์พิจารณาว่ามีอาการรุนแรง) โดยพิจารณาแนวทางการรักษา เป็น 3 รูปแบบ
1. การรักษาแบบประคับประคอง โดยการรับประทานยา ทำกายภาพบำบัด เช่น ฝึกกล้ามเนื้อ, ดึงคอ-ดึงหลัง, ใช้เครื่อง Shock wave ใช้เครื่อง Ultrasound เป็นต้น พร้อมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประจำวันรวมถึงการใช้อุปกรณ์พยุงหลัง ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเลย หรืออาการปวดไม่หายไปในเวลา 3 เดือน อาจพิจารณารักษาด้วยวิธีที่ 2 และ 3
2. การรักษากระดูกสันหลังแบบไม่ต้องผ่าตัด
· การฉีดยาต้านการอักเสบเข้าโพรงรากประสาท เพื่อลดอาการปวด ลดอาการอักเสบและบวมของปมประสาทที่เกิดจากหมอนรองกระดูกกดทับหรือโพรงประสาทตีบ
· การฉีดยาข้อต่อฟาเซ็ตหรือเข้าเส้นประสาทฟาเซ็ต จะใช้การฉีดยาชาที่อาจผสมกับยาเสตียรอยด์ไปบริเวณข้อต่อฟาเซ็ตหรือเส้นประสาทฟาเซ็ตที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุที่ปวด
3. การรักษากระดูกสันหลังแบบผ่าตัด
· การผ่าตัดโรคกระดูกสันหลังผ่านกล้องเอ็นโดสโคปและไมโครสโคป (Endoscope และ Microscope) การผ่าตัดจะทำผ่านกล้องเอ็นโดสโคปความละเอียดสูงโดยสอดกล้องผ่านแผลเล็กๆ ทางผิวหนังเข้าไปยังกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาแบบ “Minimally Invasive Spine Surgery” ที่มีแผลผ่าตัดเล็ก อาการปวดแผลผ่าตัดน้อย ความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ ลดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนดีที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด และผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดเร็ว สามารถกลับบ้านได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง
· การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกต้นคอจากทางด้านหน้า โดยใช้กล้องไมโครสโคป (Microscope) รักษาโรคหรือภาวะหมอนรองกระดูกต้นคอเลื่อนกดทับเส้นประสาท หรือทับไขสันหลังหรือหมอนรองกระดูกต้นคอที่เสื่อม ร่วมกับมีกระดูกงอกกดทับเส้นประสาทระดับคอ
· การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกคอเทียม(Total cervical disc replacement) ผ่าตัดโดยใช้กล้องไมโครสโคป(Microscope) เพื่อนำหมอนรองกระดูกต้นคอ ที่เคลื่อนทับเส้นประสาทออก แล้วแทนที่ด้วยหมอนรองกระดูกสันหลังต้นคอเทียม หลังผ่าตัดเทคนิคนี้จะสามารถขยับคอได้เหมือนปกติ
· การผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังระดับเอวแบบแผลเล็กๆ ซึ่งมีเทคนิคที่หลากหลาย สามารถผ่าตัดได้ทั้งจากทางด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง (MIS PLIF , TLIF , OLIF , ALIF) โดยใช้กล้องไมโครสโคป (Microscope)
· การฉีดซีเมนต์เสริมกระดูกด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์นำวิถี เป็นการฉีดซีเมนต์กระดูกผ่านผิวหนัง ผ่านทางแผลเล็กๆที่มีขนาดราวหลอดกาแฟ เข้าไปเสริมกระดูกส่วนที่หักโดยไม่ต้องยึดสกรู ทำให้ผู้ป่วยที่มีภาวะกระดูกยุบจากกระดูกพรุน หรือกระดูกสันหลังยุบจากโรคเนื้องอก
การให้บริการทางการแพทย์ ของศูนย์ศรีพัฒน์ฯ ในการรักษา
คือการนำองค์ความรู้ทางการแพทย์ บุคลากรที่มีประสบการณ์เทคโนโลยีของโรงพยาบาล มาช่วยในการรักษาโรคกระดูกสันหลัง เพื่อผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยเป็นสำคัญ พร้อมได้รับการรักษาในราคาที่สามารถเข้าถึงได้
เมื่อมีอาการปวดคอร่วมกับปวดหลังส่วนบน ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาการปวดอาจมีหลายสาเหตุ ดังนั้นเมื่อมีสัญญาณเตือนอาการเหล่านี้ ควรเริ่มป้องกันและค้นหาสาเหตุคือสิ่งที่ดีที่สุด และเมื่อมีอาการแล้วก็ไม่ควรปล่อยไว้นานจนเรื้อรัง เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายแรงได้