ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

โรคลำไส้แปรปรวน Irritable Bowel Syndrome




อ.นพ.นิธิ  ธินรุ่งโรจน์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับ

รหัสเอกสาร PI-GI_IMC-009-R-00


    

       

         โรคลำไส้แปรปรวน เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการทำงานของทางเดินอาหารผิดปกติ โดยมีอาการปวดท้องหรือไม่สบายในท้อง ที่สัมพันธ์กับการถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติเป็นอาการเด่น โดยไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติทางกายวิภาคหรือโรคทางกาย ที่สามารถอธิบายว่าเป็นสาเหตุของอาการได้




สาเหตุของโรค

 

ในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุของโรคที่แน่ชัด อาการต่างๆ ของโรคนี้เชื่อว่าเกิดการทำงานของระบบทางเดินอาหารที่ผิดปกติ แต่ไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติทางกายวิภาค ไม่ว่าจะเป็นจากการตรวจร่างกายอย่างละเอียด หรือการตรวจเพิ่มเติมเพื่อสืบค้นหาสาเหตุ ไม่พบว่ามีการอักเสบ และไม่พบว่าเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งแต่อย่างใด จากหลักฐานที่มีอยู่เชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่เป็นสาเหตุของโรคสำไส้แปรปรวน ซึ่งปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่


    1. การเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารผิดปกติ


    2. ระบบประสาทที่ผนังลำไส้ไวต่อสิ่งเร้า หรือตัวกระตุ้นมากผิดปกติ


    3. ความเครียดหรือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ มีส่วนหนุนเสริมทำให้อาการของโรคกำเริบ



   

อาการของโรคลำไส้แปรปรวน


    1. อาการปวดท้อง มักมีลักษณะปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย ซึ่งอาการปวดมักจะลดลงหลังจากการถ่ายอุจจาระ


    2. การขับถ่ายที่ผิดปกติ ประกอบไปด้วย ท้องผูก ท้องเสีย หรือ ท้องผูกสลับกับท้องเสีย ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าถ่ายอุจจาระไม่ค่อยสุดหรือมีมูกปนออกมาเวลาถ่ายอุจจาระ ลักษณะอุจจาระจะเปลี่ยนไปเป็นก้อนแข็งหรือเหลวจนเป็นน้ำ ถ่ายเป็นมูกปนอุจจาระมากขึ้น


    3. อาจมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด มีลมมากในท้อง เรอบ่อยๆ โดยอาการต่างๆ ข้างต้น เหล่านี้มักเป็นนานเกิน 3 เดือน ในช่วงระยะเวลา 1 ปี




การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน


        การวินิจฉัยโรคลำไส้แปรปรวน สามารถทำได้โดยการซักประวัติ การตรวจร่างกาย ร่วมกับการวินิจฉัยแยกโรคอื่นๆ ที่มีลักษณะอาการคล้ายกันออกไปก่อน เช่น โรคลำไส้อักเสบ หรือโรคมะเร็งลำไส้ เป็นต้น




ข้อบ่งชี้ในการตรวจรักษาด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนล่าง


    1. ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง


    2. ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติ (ลดลงมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 10 ใน 3 เดือน)


    3. ผู้ป่วยที่มีอาการถ่ายเป็นเลือดหรือมูกเลือด


    4. โลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 หรือ โฟเลต ที่ไม่สามารถอธิบายได้จากสาเหตุอื่น นอกจากโรคระบบทางเดินอาหาร


    5. ผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องหรือแน่นท้องรบกวนขณะนอนหลับ


    6. ตรวจร่างกายพบลักษณะผิดปกติ เช่น ตับโต ก้อนในท้อง ซีด เหลือง เป็นต้น


    7. มีไข้เรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุ


    8. ผู้ป่วยที่มีอาการเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป


    9. ประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัวที่เป็นญาติสายตรง


    10. ผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม




การรักษาโรคลำไส้แปรปรวน


        การรักษาโรคลำไส้แปรปรวนมีหลายวิธี โดยเป้าหมายหลักอยู่ที่การลดอาการปวด และทำให้การขับถ่ายกลับมาปกติ ทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่าโรคลำไส้แปรปรวนเป็นโรคเรื้อรัง อาการอาจเป็นๆ หายๆ แต่ไม่มีอันตรายแก่ชีวิต



    1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่


        1.1 พยายามรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้มีอาการเพิ่มขึ้น เช่น อาหารรสจัด อาหารมัน ของหมักดอง แอลกอฮอล์ทุกชนิด กาแฟ น้ำอัดลม เป็นต้น นอกจากนี้ควรกินทีละน้อยแต่กินให้บ่อยขึ้น ไม่ควรกินจนอิ่มมาก เพราะจะกระตุ้นให้มีอาการปวดท้องและท้องเสียได้ง่าย


        1.2 ทำตนให้มีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งปัญหาทางจิตใจ ได้แก่ ภาวะเครียด ซึมเศร้าและความกังวลใจ อาจทำให้โรคนี้เป็นมากขึ้นในบางราย ผู้ป่วยควรปรึกษาปัญหาในกลุ่มนี้กับแพทย์อย่างตรงไปตรงมา



    2. การรักษาด้วยยา แม้มียารักษาหลายอย่าง แต่ไม่สามารถทำให้โรคนี้หายขาดได้ ส่วนใหญ่เพื่อทำให้ดีขึ้นหรือหายไปชั่วคราวเท่านั้น การให้ยารักษาจะขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยเป็นกลุ่มอาการใด ระหว่างท้องเสียเด่น ท้องผูกเด่น หรือ ปวดท้องเด่น และควรลองปรับเปลี่ยนอาหาร เพิ่มไฟเบอร์ใยอาหารก่อนการรักษาด้วยยา




Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphat