
อ.พญ.วรชร ลัทธิวงศกร
สูตินรีแพทย์
รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-087-R-00
อนุมัติวันที่ 23 กันยายน 2558
วัยหมดประจำเดือน วัยหมดระดู หรือวัยทอง เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่สำคัญในผู้หญิงทุกราย เนื่องจากการหยุดทำงานของรังไข่ ส่งผลให้ปริมาณฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายลดระดับลงอย่างมาก ร่วมกับปัจจัยด้านอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้สตรีวัยนี้มีอุบัติการณ์และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น โรคที่สำคัญและพบบ่อย ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะอ้วนลงพุง ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคกระดูกพรุน ความจำเสื่อม โรคมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก เป็นต้น จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปีพ.ศ.2550 พบอายุขัยเฉลี่ยของสตรีไทยในปัจจุบันอยู่ที่ 77 ปี ในขณะที่อายุเฉลี่ยสตรีไทยที่เข้าสู่วัยหมดระดู คือ 51 ปี ดังนั้น สตรีไทยจะใช้ชีวิตในช่วงเวลาหลังจากหมดระดูโดยเฉลี่ยถึง 1 ใน 3 ของช่วงอายุทั้งหมด หรือเกือบ 30 ปี
อาการผิดปกติที่สังเกตได้ เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยหมดระดู
- รอบระดูผิดปกติ เริ่มจากระดูมาถี่กว่าปกติ ต่อมาระดูจะห่างออกเรื่อยๆ จนหมดระดูไปในที่สุด คือ ขาดระดูติดต่อกัน 1 ปีขึ้นไป
- เจ็บแสบขณะมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากผนังช่องคลอดบางลงและขาดน้ำหล่อลื่น
- ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก มักเกิดตามหน้าอก คอ หน้า หลัง นอนไม่หลับ ใจสั่น
อาการผิดปกติอื่นๆ
- หงุดหงิด กังวล
- หลงลืมง่าย
- เครียด หดหู่
- ปวดศีรษะ มึนงง
- อ่อนแรง เพลีย
- ปัสสาวะบ่อย อาจมีปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม
- ผิวหนังแห้ง ระคายผิวหนัง
การดูแลสร้างเสริมสุขภาพสตรีวัยทอง
1. ตรวจสุขภาพและตรวจร่างกายเป็นประจำ
1.1 ตรวจประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น วัดความดันโลหิต ตรวจคัดกรองเบาหวานและไขมันในเส้นเลือด
1.2 ตรวจเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งที่พบบ่อย เช่น
- มะเร็งเต้านม โดยตรวจ Mammogram
- ตรวจภายในและตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
- ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่
1.3 ตรวจเพื่อคัดกรองโรคกระดูกพรุน
2. โภชนาการที่ดี เพื่อคงดัชนีมวลกาย ความดัน ระดับไขมัน และน้ำตาลให้ปกติ โดยทานอาหารครบ 5 หมู่ สะอาด ถูกสุขลักษณะ ประมาณ 1,800 – 2,000 กิโลคลอรีต่อวัน
- โปรตีน เน้นไข่ เต้าหู้ ถั่วเหลือง ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- แป้ง เน้นแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ลดน้ำตาล
- ไขมัน เลือกบริโภคแต่ไขมันดี เช่น จากปลาทะเล ธัญพืช เลี่ยงไขมันจากการแปรรูป เช่น อาหาร ฟาสต์ฟูด อาหารทอดซ้ำ เบเกอรี่ มาการีน ขนมปังขาว อาหารแช่แข็ง เป็นต้น
- ผักผลไม้ บริโภคให้มากขึ้น เพราะพลังงานต่ำ เกลือแร่และเส้นใยสูง
- ดื่มน้ำสะอาด 6-8 แก้วต่อวัน เลี่ยงน้ำผลไม้ ชา เครื่องดื่มน้ำตาลสูง
3. เกลือแร่และวิตามินเสริม โดยเสริมแคลเซียมและวิตามินดี เพื่อป้องกันและรักษาภาวะกระดูกพรุน
- แคลเซียม ควรได้รับปริมาณ 800 – 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน ควรทานนม กุ้งแห้ง หรือปลาตัวเล็ก ผักคะน้า ใบยอ เป็นต้น และแคลเซียมเสริมด้วย
- วิตามินดี ควรได้รับ 800-1,000 IU ต่อวัน ควรทานปลาทะเลและผลิตภัณฑ์จากนมหรือการถูกแสงแดด หรืออาจให้วิตามินดีเสริม
4. ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ให้เหมาะสมกับวัยและสภาวะสุขภาพ
- เพื่อความแข็งแรงของระบบหัวใจ ปอด และหลอดเลือด เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค ขี่จักรยาน อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์
- เพื่อความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ เน้นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง แขน ขา ไหล่ และสะโพก ครั้งละ 10-15 ครั้งต่อส่วนกล้ามเนื้อ 2 ครั้งต่อสัปดาห์
- เพื่อความยืดหยุ่น ยืดไหล่ แขน น่อง หรือโยคะ ครั้งละ 10 นาที อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์
- เพื่อการทำงานที่ประสานกัน (Balance) เพื่อความมั่นคงในการเคลื่อนไหว เช่น ไทชิ เดินต่อส้นเท้า
5. ใช้ยาอย่างปลอดภัย และรับวัคซีนป้องกันโรคให้เหมาะสม
การปฏิบัติตัวขั้นพื้นฐานเพื่อลดอาการวัยหมดระดู
- การปรับรูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle Modifications) ได้แก่ การลดความอ้วน การงดบุหรี่ การลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมนั่งๆ นอนๆ (Sedentary Lifestyle) และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตเช่นนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกมากแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมด้วย
- ใช้ฮอร์โมนทดแทนตามข้อบ่งชี้และพบแพทย์ตามนัด
ข้อมูลอัพเดตเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562
------------------------------------------------------------
สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• Call center : 0-5393-6900-1
• LINE Official : https://lin.ee/h3Wxyp3
• Facebook : https://bit.ly/2Kid6X9
• Youtube : https://bit.ly/3anQsH6
• Twitter : https://bit.ly/3eACDJ2
• Instagram: https://bit.ly/2VnrTGo
• Blockdit : https://bit.ly/2VqvL9D
• Website: http://sriphat.med.cmu.ac.th
หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด
