
พญ. ปรียานุช คุณทรงเกียรติ
จักษุแพทย์
รหัสเอกสาร PI-IMC-364-R-00
อนุมัติวันที่ 22 เมษายน 2564
การวัดค่าสายตาจำเป็นต้องวัดกับจักษุแพทย์หรือไม่
การวัดค่าสายตาในปัจจุบันนิยมใช้เครื่องวัดค่าสายตาอัตโนมัติซึ่งสามารถพบเห็นได้ทั้งในโรงพยาบาลและร้านแว่นตาทั่วไป โดยกำลังสายตาผิดปกติที่ทดสอบได้จากเครื่องเป็นเพียงค่าโดยประมาณขึ้นกับการเพ่งของสายตาขณะตรวจ ซึ่งต้องนำค่าที่ได้มาลองสวมแล้วปรับให้มีความคมชัดและสบายตาสำหรับผู้สวมใส่มากที่สุด สำหรับในผู้ที่วัดแว่นสายตาจากร้านแว่นแล้วยังมีปัญหามองไม่ชัด ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยว่ามีโรคตาอื่นๆ ที่ทำให้มองไม่ชัดหรือไม่ ในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องวัดค่าสายตากับนักทัศนมาตรซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดแว่นโดยตรง เช่นในเด็กเล็กที่สงสัยว่ามีสายตาผิดปกติซึ่งอาจจำเป็นต้องขยายม่านตาก่อนการตรวจวัดสายตาเพื่อลดการเพ่งในขณะวัดเพื่อให้ได้ค่าสายตาที่แม่นยำมากขึ้น
หลักการเลือกกรอบแว่นตา
มีหลักการที่ควรทราบคือ
1. ในเด็กหรือในผู้ที่มีสายตาผิดปกติมากไม่ควรเลือกกรอบที่มีขนาดใหญ่เกินไปเพราะทำให้ต้องใช้เลนส์ขนาดใหญ่ตามขนาดกรอบซึ่งจะส่งผลให้แว่นตาหนักใส่ไม่สบาย และอาจทำให้แว่นห้อยต่ำทำให้จุดศูนย์กลางแว่นเลื่อนต่ำลงไปกว่าปกติ รวมถึงเลนส์แว่นตาที่มีขนาดใหญ่อาจทำให้เห็นภาพบริเวณขอบเลนส์บิดเบี้ยวได้ด้วย
2. การเลือกกรอบแว่นเพื่อเหตุผลทางด้านความสวยงามได้แก่
- คนหน้ายาวให้ใช้กรอบที่แนวนอนยาวกว่าแนวตั้งเพื่อให้หน้าดูยาวน้อยลง
- คนใบหน้าแคบใช้กรอบแว่นใหญ่จะดึงความสนใจของผู้พบเห็นไปได้
- คนหน้ารูปเหลี่ยมควรเลือกแว่นทรงกลมหรือทรงรีหรือกรอบโลหะหลีกเลี่ยงแว่นลักษณะเป็นเหลี่ยม
- คนหน้ากลม ควรใช้แว่นทรงเหลี่ยมหรือทรงรี
- คนจมูกเล็กใช้แว่นที่มีแท่นรองจมูกเล็กๆ
- คนจมูกใหญ่ ใช้แว่นที่แท่นรองจมูกต่ำและสีเข้ม
ปัจจุบันนิยมใช้แว่นไร้กรอบซึ่งเป็นเทคนิคการทำแว่นโดยไม่ต้องมีกรอบแว่นทำให้ดูสวยงามมีน้ำหนักเบาแต่มีราคาแพงไม่ทนทานแตกหักง่ายไม่เหมาะสำหรับเด็กและผู้สวมใส่ที่ชอบเล่นกีฬา