ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

ท่อน้ำนมอุดตัน ปัญหาที่คุณแม่ต้องรีบแก้ไข


รศ.พญ.วัชรี ตันติประภา

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิดและการดูแลทารก

รหัสเอกสาร PI-IMC-362-R-00

อนุมัติวันที่ 22 เมษายน 2564


ท่อน้ำนมอุดตัน (Blocked / Plugged duct )

ท่อน้ำนมอุดตันเป็นภาวะที่เกิดการอุดกั้นในท่อน้ำนมส่วนใดส่วนหนึ่งของเต้านม ทำให้น้ำนมไม่สามารถระบายออกมาได้ตามปกติ เนื้อเยื่อบริเวณนั้นจึงขยายตัวคลำได้เป็นก้อนหรือไตแข็งขึ้น อาจมีอาการกดเจ็บและบวมแดงเฉพาะที่ร่วมด้วย แต่อาการทั่วไปจะยังไม่รุนแรงและไม่มีไข้ บางรายพบมีจุดขาวที่หัวนม (White dot) หรือเป็นตุ่มพอง (Milk bleb หรือ Blister) ร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลจากการอุดตันตรงรูเปิดของท่อน้ำนมบริเวณหัวนม ภาวะเหล่านี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจมีการติดเชื้อเกิดปัญหาเต้านมอักเสบ (Mastitis) หรือฝีที่เต้านม (Breast abscess) ตามมาได้

           

ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุ

1. การระบายน้ำนมออกไม่สมดุลกับปริมาณน้ำนมที่ผลิต ซึ่งอาจเป็นผลจาก

-        แม่มีน้ำนมมากเกินไป ลูกดูดไม่หมด

-        การดูดนมไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เกลี้ยงเต้า ซึ่งอาจเป็นผลจากการจัดท่าให้นมและการอมหัวนมไม่เหมาะสม หรือเป็นจากทารกป่วยเกิดก่อนกำหนดหรือสับสนหัวนม

-        ระยะเวลาการดูดนมสั้นเกินไป เนื่องจากแม่มีความจำเป็นต้องเร่งรีบหรือจากลูกดูดนมได้ไม่ดี

-        การเว้นระยะห่างในการนมบางมื้อนานกว่าปกติ เนื่องจากแม่ไม่ว่างหรือลูกนอนหลับนานขึ้นกว่าเดิม


2. มีการคั่งของน้ำนมในเต้านมบางส่วน เนื่องจาก

-        การใส่เสื้อชั้นในที่คับหรือมีโครงแข็ง ทำให้เกิดการกดเฉพาะที่บนเนื้อเต้านม

-        การกดที่เต้านมแรงและนานในขณะให้นมลูกหรือระหว่างที่ใช้อุปกรณ์ปั๊มนม

-        เต้านมที่ใหญ่และหย่อน ทำให้ท่อน้ำนมส่วนล่างของเต้านมอาจพับงอ จึงระบายน้ำนมออกไม่ดี

-        หัวนมหรือเต้านมเคยได้รับการบาดเจ็บหรือมีแผลเป็น ทำให้บริเวณนั้นระบายน้ำนมได้ไม่ดี

    3. น้ำนมที่ข้นมาก ซึ่งอาจเป็นผลจากการรับประทานอาหารไขมันสูงมากเกินไป

          4. มารดามีภาวะเครียด ทำให้การหลั่งฮอร์โมน Oxytocin ที่ทำให้น้ำนมไหลลดลง

 

การแก้ไข

1. ประเมินหาสาเหตุเพื่อจัดการกับปัญหานั้นๆ โดยเฉพาะการดูดนมที่ไม่ถูกวิธี


2. ประคบเต้านมด้วยผ้าอุ่น 3-5 นาที ก่อนให้ลูกดูดนม หรือนวดคลึงเต้านมขณะอาบน้ำอุ่นด้วยฝักบัว


3. ให้ลูกเริ่มดูดจากเต้าที่มีปัญหาก่อน เพราะขณะที่ทารกหิวจัดจะดูดได้แรง ช่วยให้ระบายน้ำนมได้ดีขึ้น


4. จัดท่าดูดนมโดยให้คางของลูกชี้ไปบริเวณที่เป็นก้อน เพื่อให้ลิ้นของลูกช่วยรีดน้ำนมจากส่วนนั้นมากขึ้น


5. นวดคลึงเบาๆ เหนือก้อน ไล่ลงไปถึงหัวนมในขณะที่ลูกดูดนม เพื่อดันสิ่งอุดตันให้หลุดออก


6. ให้ลูกดูดนมทุก 23 ชั่วโมงหรือเร็วกว่านั้น โดยดูดข้างละอย่างน้อย 15-20 นาที


7. พยายามจัดให้ลูกดูดนมในท่าต่างๆ กันในแต่ละมื้อ เพื่อระบายน้ำนมจากทุกส่วนของเต้านม และเมื่อดูดเสร็จให้ปั๊มนมออกจนเกลี้ยงเต้า


8. รับประทานยาแก้ปวดได้ถ้าปวดมาก


9. กรณีที่เป็นจุดอุดตันที่หัวนม (White dot, Milk bleb หรือ Blister) ประคบอุ่นที่หัวนมและนวดคลึงหัวนมใกล้กับตำแหน่งอุดตัน ถ้าไม่ดีขึ้นใช้สำลีชุบน้ำมันมะกอกปิดไว้ 2-3 ชั่วโมงแล้วล้างและลอกผิวบริเวณที่อุดตันออก ในบางรายแพทย์อาจพิจารณาใช้เข็มปลอดเชื้อสะกิดเปิดบริเวณที่อุดตัน แต่ไม่ควรทำเองเนื่องจากเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย


10. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง ควรปรึกษาคลินิกนมแม่หรือพบแพทย์ เพื่อช่วยประเมินและแนะนำวิธีการให้นมอย่างเหมาะสม รวมทั้งพิจารณาให้การรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound diathermy)


11. เฝ้าระวังการเกิดเต้านมอักเสบ (Mastitis) หรือฝีที่เต้านม (Breast abscess) หากมีอาการ ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อน เพลีย น้ำนมมีเลือดหรือหนองปน ควรรีบพบแพทย์เพื่อให้ยาแก้อักเสบหรือเจาะระบายหนองออก

 

การป้องกัน


1. ให้ลูกได้ดูดนมแม่อย่างต่อเนื่องทุก 3 ชั่วโมง และดูดเกลี้ยงเต้าทุกครั้ง จะช่วยป้องกันภาวะท่อน้ำนมอุดตันได้ดีที่สุด 


2. อย่าปล่อยให้นมคัดนาน ควรระบายออกหากลูกไม่ดูดหรือดูดไม่หมด


3. อย่าใส่เสื้อชั้นในที่คับหรือหลวมจนเกินไป หลีกเลี่ยงเสื้อชั้นในที่มีโครงหรือรัดใต้ราวนมจนแน่น


4. ไม่กดบีบเต้านมแรงและนานขณะให้ลูกดูดนมหรือปั๊มนม


5. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในระยะที่กำลังให้นมบุตร 


6. หมั่นนวดเต้านมทุกครั้งระหว่างอาบน้ำ ทำให้เต้านมไม่แข็งเป็นก้อน หรืออาจจะระบายน้ำนมออกโดยการใช้มือรีดน้ำนมระหว่างที่อาบน้ำ


7. ลดอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนยต่างๆ

 

ข้อควรระวัง


1. ไม่ควรปล่อยให้ท่อน้ำนมอุดตันนานเกิน 24 ชั่วโมง อาจจะทำให้เกิดเต้านมอักเสบได้                                                                         

2. หลีกเลี่ยงบีบเค้นก้อนที่เต้านมอย่างรุนแรง เพราะอาจจะทำให้เกิดการอักเสบได้ การนวดเต้านมควรทำหลังจากที่ประคบอุ่นแล้ว เพราะความอุ่นจะช่วยขยายท่อน้ำนมทำให้ระบายได้ดีขึ้น โดยอาจประคบเย็นได้หลังจากนวดเต้านมเสร็จแล้วเพื่อลดอาการปวดบวม                                                                                                                              


3. อย่าใช้เข็มเจาะบริเวณที่มีการอุดตันเอง เพราะอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อได้

 

เอกสารอ้างอิง

1. ตำราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. 2555. 

2. เวชปฏิบัติการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่: มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย. 2559.

3. Thai Breastfeeding Atlas: Thai Breastfeeding Center Foundation. 2019.

4. Blocked duct: La Leche League International จาก https://www.llli.org/breastfeeding-info/mastitis/ (สืบค้นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564)