ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

ยาฉีดอินซูลินสำคัญอย่างไรกับผู้ป่วยเบาหวาน


อ.พญ.พิธพร วัฒนาวิทวัส

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ โรคเบาหวานและไทรอยด์

รหัสเอกสาร PI-IMC-361-R-00

 อนุมัติวันที่ 25 มีนาคม 2564


         “อินซูลิน” (Insulin) เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากตับอ่อน ออกฤทธิ์โดยการนำน้ำตาลจากเลือดเข้าไปในเซลล์ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน ในผู้ป่วยที่ขาดอินซูลินหรืออินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ตามปกติ ทำให้เซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ จึงทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเกิดเป็นเบาหวาน การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากการใช้ยารับประทานแล้ว อีกหนึ่งวิธีที่แพทย์มักใช้ในการรักษาผู้ป่วย คือ การใช้ยาฉีดอินซูลิน ซึ่งเป็นอินซูลินที่ใช้ทดแทนในกรณีที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมากหรือใช้ยาแบบรับประทานแล้วไม่ได้ผล

 

 ผู้ป่วยเบาหวานที่จำเป็นต้องใช้อินซูลินในการรักษา

        ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาด้วยการฉีดยาอินซูลิน ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 , ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมเบาหวานได้ด้วยยารับประทานร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลัง หรือเป็นโรคตับหรือโรคไต , ผู้ป่วยที่มีภาวะเจ็บป่วยรุนแรง เช่น การติดเชื้อหรืออยู่ระหว่างการผ่าตัด รวมทั้งผู้ป่วยเบาหวานในระยะตั้งครรภ์ และผู้ป่วยเบาหวานซึ่งเกิดจากโรคของตับอ่อน เช่น ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง

 

ยาฉีดอินซูลินมีแบบใด และต้องเตรียมอย่างไรก่อนใช้งาน

ยาฉีดอินซูลิน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังนี้


ยาฉีดอินซูลินชนิดน้ำใส ได้แก่ ยาฉีดที่ออกฤทธิ์เร็วและสั้น ออกฤทธิ์ภายใน 15-30 นาที มีฤทธิ์นาน 5-7 ชั่วโมง ซึ่งมีลักษณะเป็นน้ำใส ใช้สำหรับควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นหลังรับประทานอาหาร โดยก่อนใช้ไม่ต้องคลึงขวดยา 


ยาฉีดอินซูลินชนิดน้ำขุ่น ได้แก่ ยาฉีดชนิดออกฤทธิ์ปานกลาง ซึ่งเป็นชนิดที่ผสมระหว่างออกฤทธิ์สั้นและปานกลาง  และชนิดออกฤทธิ์นาน โดยออกฤทธิ์ภายใน 2-4 ชั่วโมง มีฤทธิ์นาน 20-36 ชั่วโมง มีลักษณะเป็นน้ำขาวขุ่น อินซูลินชนิดนี้จะออกฤทธิ์เป็นอินซูลินพื้นฐาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลระหว่างมื้ออาหาร ซึ่งก่อนจะใช้ต้องคลึงขวดยาเพื่อให้น้ำยาผสมกันดีก่อนฉีดยา โดยนำขวดอินซูลินวางบนฝ่ามือแล้วคลึงไปมาเบาๆ ห้ามเขย่าขวด เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศ

 

เก็บรักษาอย่างไร

-        อินซูลินที่เก็บไว้ใช้นานๆ ควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส โดยวางในตู้เย็น ยกเว้นช่องแข็ง

-        อินซูลินที่เป็นปากกาฉีด เมื่อเปิดใช้แล้ว หากเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) จะอยู่ได้นาน 1 เดือน

-        เมื่อเดินทางไกล อาจไม่ต้องแช่ขวดอินซูลินในกระติกน้ำแข็ง แต่ต้องระวังไม่ให้ถูกแสงแดด หรือความร้อนอบอ้าว หรือทิ้งไว้ในรถที่มีอุณหภูมิสูง

-        ก่อนใช้ควรตรวจสอบป้ายแสดงวันเวลายาหมดอายุข้างขวด และสังเกตลักษณะของอินซูลิน หากมีตะกอนตกค้างที่ก้นขวด แขวนลอยอยู่ในขวด หรือเกาะอยู่ข้างขวด แสดงว่าอินซูลินเสื่อมสภาพ ห้ามนำไปใช้

 

การเลือกตำแหน่งฉีดอินซูลิน

         การฉีดอินซูลินสามารถฉีดเข้าใต้ผิวหนังตามบริเวณตำแหน่งต่างๆ คือ  หน้าท้อง ต้นแขน หน้าขา และสะโพก โดยตำแหน่งที่ดีที่สุด คือ หน้าท้อง เนื่องจากการดูดซึมของยาคงที่ แต่ควรฉีดห่างจากรอบสะดือ 1-2 นิ้ว และควรหมุนเวียนเปลี่ยนจุดที่ฉีด ไม่ควรฉีดซ้ำตำแหน่งเดิมทุกวัน และตำแหน่งที่ฉีดใหม่ควรมีระยะห่างจากครั้งหลังสุดประมาณ 1 นิ้ว รวมทั้งไม่ควรนวดหรือประคบน้ำร้อนบริเวณที่ฉีดยา เพราะทำให้ยาถูกดูดซึมเร็วขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ง่าย และที่สำคัญ ไม่ควรใช้เข็มฉีดยาร่วมกันเพราะอาจทำให้ติดเชื้อโรคจากผู้อื่นได้

 

 การฉีดอินซูลินควรฉีดเวลาไหน

        การฉีดยาอินซูลินมีความสัมพันธ์กับมื้ออาหารและชนิดของยา โดยควรฉีดยาก่อนมื้ออาหาร 15 นาที (ถ้าฉีดอินซูลินออกฤทธิ์สั้นมาก) และฉีดยาก่อนมื้ออาหาร 30 นาที (ถ้าฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์สั้น) ส่วนอินซูลินชนิดออกฤทธิ์ปานกลางหรือออกฤทธิ์ยาว อาจฉีดก่อนอาหารหรือก่อนนอน รวมทั้งการฉีดยาควรฉีดเวลาใกล้เคียงกันในแต่ละวันเพื่อให้ระดับน้ำตาลมีความสม่ำเสมอ

 

การฉีดอินซูลินมีผลข้างเคียงอย่างไร

        ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดการแพ้และมีผดผื่นคัน และผิวหนังบริเวณที่ฉีดอินซูลินอาจเกิดรอยบุ๋มหรือรอยนูนขึ้นได้ รวมทั้งอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ซึ่งอาจมีอาการใจสั่น มือสั่น เหงื่อออก หน้าซีด และหมดสติ ทั้งนี้ หากผู้ป่วยมีอาการน้ำตาลต่ำ แต่ยังรู้สึกตัวดี ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหวาน อมลูกอม รับประทานผลไม้ เช่น ส้มหรือกล้วยน้ำว้า แล้วตามด้วยการรับประทานขนมปังหรือข้าวในมื้อถัดไปเลย แต่หากมีอาการมาก ไม่รู้สึกตัว ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

         


ข้อมูลอ้างอิง

- บทความเรื่องยาฉีดอินซูลิน หน่วยต่อมไร้ท่อ  ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

- บทความเรื่องการฉีดอินซูลินด้วยตนเอง พญ.พร้อมพรรณ พฤกษากร