ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน (Audiogram)


อ.นพ.กัมปนาท วังแสน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวชศาสตร์

รหัสเอกสารPI-IMC-344-R-00

อนุมัติวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564



        การสูญเสียการได้ยินหรือการได้ยินบกพร่องถือเป็นโรคที่มีผลอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในด้านการสื่อสาร อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อการทำงานหรือการเรียน การสูญเสียการได้ยินอาจเกิดแบบเฉียบพลันหรือเกิดแบบช้าๆ โดยสาเหตุของการสูญเสียการได้ยินเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม อายุ ยาบางชนิด โรคบางชนิด และการรับสัมผัสเสียงดัง ทั้งในชีวิตประจำวันและจากการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีอาการในช่วงแรกของการสัมผัสเสียงดัง แต่จะมีผลกระทบในระยะยาวหากยังมีการสัมผัสเสียงดังอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน จึงเป็นหนึ่งในวิธีการเฝ้าระวังภาวะสูญเสียการได้ยินในผู้ที่ทำงานที่ต้องสัมผัสเสียงดัง


การตรวจสมรรถภาพการได้ยินคืออะไร

          การตรวจสมรรถภาพการได้ยิน ( Audiogram) ถือเป็นการตรวจคัดกรองเพื่อเฝ้าระวังภาวะสูญเสียการได้ยินจากเสียงดังในพนักงานที่ต้องทำงานสัมผัสเสียงดังในการทำงาน ซึ่งหากพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และได้รับคำแนะนำหรือการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้พนักงานลดการสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรจากโรคประสาทหูเสื่อมจากเสียงดังได้


เมื่อไหร่ที่พนักงานควรได้รับการตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
        การตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน จะต้องทำในผู้ทำงานที่สัมผัสเสียงในสิ่งแวดล้อมการทำงานสะสมตั้งแต่ 85      เดซิเบลเอ ต่อ 8 ชั่วโมงหรือเทียบเท่า ตามมาตรการอนุรักษ์การได้ยินที่กฎหมายกำหนด หรือตามมาตรฐานที่แต่ละสถานประกอบการปฏิบัติตาม

ชนิดของการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน และความถี่ในการตรวจ

1. การตรวจก่อนจ้างงาน (Pre-placement) เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน (Baseline audiogram) แก่พนักงานที่รับเข้าทำงานใหม่ ในแผนกที่มีเสียงดัง ≥85 เดซิเบลเอ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดไว้ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับการตรวจคัดกรองสมรรถ ภาพการได้ยินภายใน 30 วัน

2. การตรวจระหว่างทำงาน (Periodic audiometric examinations) หรือการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยินตามระยะ เพื่อให้ได้ Annual audiogram หรือการตรวจติดตามเพื่อเฝ้าระวัง เป็นการตรวจให้กับลูกจ้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียการได้ยินเนื่องจากเสียงดัง ควรตรวจเพื่อการเฝ้าระวังอย่างน้อยทุก 1 ปี โดยการตรวจควรทำการตรวจในสถานพยาบาลที่ได้ตรวจข้อมูลพื้นฐาน เลี่ยงการเปลี่ยนสถานที่ตรวจ เพื่อจะได้เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างปีได้อย่างแม่นยำ หากพบว่ามีการได้ยินที่ลดลงจะได้จัดการได้อย่างทันท่วงที

การเตรียมตัวสำหรับผู้รับการตรวจคัดกรองสมรรถภาพการได้ยิน
        หลีกเลี่ยงการสัมผัสเสียงดังทุกชนิด ไม่ว่าที่บ้านหรือที่ทำงาน เช่น จากการฟังเพลงจากวิทยุ สถานบันเทิง เครื่องเสียงในรถยนต์ เป็นต้น ก่อนเข้ารับการตรวจการได้ยินอย่างน้อย 12 ชั่วโมง ทั้งนี้เพื่อป้องกันภาวะหูตึงชั่วคราว (Temporary threshold shift) ซึ่งอาจทำให้ผลการตรวจผิดพลาด

 

ข้อบ่งชี้สำหรับการตรวจสมรรถภาพการได้ยิน
- มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน
- มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหู เช่น เสียงรบกวนในหู เวียนศีรษะบ้านหมุน หน้าเบี้ยว ซึ่งการตรวจสมรรถภาพการได้ยินมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย
- บาดเจ็บบริเวณหูและศีรษะ ร่วมกับมีการสูญเสียการได้ยิน
- ตรวจก่อน/หลัง การผ่าตัดหู หรือการใช้ยากลุ่มที่อาจทำลายประสาทหู
- ได้รับการกระทบกระเทือนจากเสียงดัง ทำงานในที่มีเสียงดัง
- มีประวัติหูตึง หูหนวกที่เป็นกรรมพันธุ์
- ผู้ที่ต้องการใส่เครื่องช่วยฟัง
- เด็กที่พูดช้า พูดผิดปกติ หรือมีปัญหาการเรียนรู้


เมื่อพบผลการตรวจการได้ยินที่ผิดปกติจะต้องทำอย่างไร
         หากตรวจแล้วพบว่ามีความผิดปกติ แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการเฝ้าระวังเพิ่มเติม และทำการส่งตัวไปยังผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาต่อไป อาจรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ หากไม่สามารถรักษาได้ จะทำการส่งกลับไปที่นักแก้ไขทางการได้ยิน เพื่อวินิจฉัยต่อว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง เช่น การใช้เครื่องช่วยฟัง เป็นต้น ทั้งนี้ มีเป้า หมายเพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น