
รศ.นพ.สิริ เชี่ยวชาญวิทย์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
รหัสเอกสาร PI-IMC-347-R-00
อนุมัติวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564
การยกกระชับผิวด้วยเครื่องคลื่นวิทยุโดยไม่ต้องผ่าตัด คืออะไร
การยกกระชับผิวด้วยเครื่องคลื่นวิทยุโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กระตุ้นการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจนในผิวชั้นหนังแท้ (Dermal Remodeling ) และชั้นไขมันใต้ผิว (Subdermal Adipose Remodeling) รวมทั้งสามารถหดชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยให้ผิวที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา (Aging skin) แลดูอ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นการรักษาที่มีโอกาสเกิดรอยดำหลังทำน้อย
เครื่อง Morpheus8 เป็นเครื่องที่ปล่อยคลื่นวิทยุ (Radiofrequency: RF) เทคโนโลยีของเครื่องนี้มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถปล่อยคลื่นลงลึกในชั้นผิวได้ถึง 4 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นชั้นไขมันและชั้นเนื้อเยื่อพังผืดผิวหนังชั้นบนของใบหน้าที่อยู่ใต้ชั้นไขมันผิวหนัง (Superficial Musculo-Aponeurotic System – Smas) และได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาว่าสามารถเข้าสู่ผิวได้ลึกที่สุดเครื่องหนึ่ง
การยกกระชับผิวด้วยเครื่องมือนี้โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับการรักษาด้านใดบ้าง
- ลดเลือนริ้วรอย (Fine lines and wrinkles)
- รักษาแผลเป็นและผิวที่ไม่เรียบเนียน (Scars and skin irregularities)
- ปรับสีผิว (Skin tone)
- สามารถทำการรักษาได้ในหลายส่วนของร่างกาย ได้แก่ ใบหน้า ชั้นไขมันใต้คาง คอ และผิวกาย เช่น ท้องแขน หัวเข่า หน้าท้องที่หย่อนคล้อย
ข้อดี
- เครื่องสามารถปรับระดับความลึกของชั้นผิวที่ต้องการได้ เช่น 2 , 3 และ 4 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นชั้นหนังแท้และ.ใต้ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ด้วยการปล่อยคลื่นวิทยุ RF ไปในบริเวณที่ทำการรักษา โดยไม่ก่อให้เกิดความร้อนทำลายผิวที่ปกคลุมอยู่ด้านบนสุด (Epidermis) แต่จะกระตุ้นการซ่อมสร้างผิวใหม่ ได้แก่ เส้นใยคอลลาเจน เส้นใยอีลาสติน สารเคลือบเซลล์(Extracellular matrix) ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก คือ ไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic acid) จากการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) และลดชั้นไขมันใต้ผิว
- เพื่อความสะอาดตามหลักสุขอนามัย อุปกรณ์ที่ใช้ (Morpheus 8tip) จึงใช้เพียงครั้งเดียวในผู้รับบริการแต่ละราย
ก่อนการรักษา
1. ทายาชาในบริเวณที่รักษาประมาณ 45-60 นาที
2. การตั้งค่าพลังงานในขณะการรักษา จะตั้งในระดับที่ผู้เข้ารับบริการสามารถทนได้ โดยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของยาชา และการรับรู้ความรู้สึกของผู้เข้ารับการรักษา
3. กรณีมีประวัติเป็นเริม (Herpes Simplex) แนะนำให้ยาต้านไวรัสก่อนทำการรักษา
4. การเช็ดยาชาออกจากผิวบริเวณที่ทำการรักษา จะใช้ผลิตภัณฑ์ล้างทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser) และเช็ดอีกครั้งด้วย Alcohol 70%
5. แจ้งประวัติการเจ็บป่วย เพื่อพิจารณาช่วงเวลาการรักษาที่เหมาะสม เช่น หากคนไข้ทานยาแอสไพริน (Aspirin) ควรหยุดก่อนทำการรักษาประมาณ 7-10 วัน รวมทั้งกลุ่มอาหารเสริมที่มีผลต่อเลือดออกง่าย เช่น กระเทียม โสม แปะก๊วย วิตามินอี น้ำมันตับปลา ให้หยุดก่อนทำการรักษาอย่างน้อย 7 วัน
ขั้นตอนการทำการรักษา
1. วางอุปกรณ์ให้แนบผิวและกดลงน้ำหนักเล็กน้อย
2. การตอบสนองของผิวจะพบเพียงการบวมเล็กน้อยและแดงเรื่อๆ อาจรู้สึกยิบๆ ได้บนผิว และอาจพบจุดเลือดออกเกิดขึ้นได้ในบางราย
3. ทำความสะอาดอุปกรณ์ (Tip) เพื่อทำให้การส่งผ่านคลื่น RF ง่ายขึ้น
4. ระหว่างทำการรักษา จะใช้เครื่องเป่าลมเย็นร่วมด้วย เพื่อให้รู้สึกสบายผิวบริเวณที่ทำการรักษา
การดูแลภายหลังทำการรักษา
1. ประคบเย็นบริเวณผิวที่ทำการรักษา เพื่อให้รู้สึกสบายผิวอย่างน้อย 20 นาที
2. ทาปิโตรเลียมเจล (Healing ointment) หรือ ขี้ผึ้งปฏิชีวนะ (Antibiotic ointment) เคลือบผิวหลังทำการรักษาประมาณ 1-3 วัน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการถูกน้ำ 24 ชั่วโมง
3. หลังจากที่ผิวปิด อาจมีสะเก็ดบางๆ เคลือบผิว สามารถทามอยเจอร์ไรเซอร์ , ครีมบำรุงผิว , ครีมกันแดด (SPF มากกว่า 30) ติดต่อกัน
4. สำหรับผู้ที่มีผิวมัน อาจเห็นสะเก็ดเคลือบผิวประมาณ 3-5 วัน ในผู้ที่มีผิวแห้งอาจเห็นสะเก็ดเคลือบผิวประมาณ 7-10 วัน แต่หากรักษาบริเวณผิวกาย อาจเห็นสะเก็ดเคลือบผิวประมาณ 2-3 สัปดาห์
หลังทำในสัปดาห์แรก จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงและเห็นผลชัดเจนในระยะเวลา 3 เดือน เพื่อผลลัพธ์ในการรักษา แพทย์อาจแนะนำให้ทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 1-3 ครั้ง