ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด


อ.พญ.พิธพร วัฒนาวิทวัส

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ เบาหวาน ไทรอยด์

รหัสเอกสาร PI-IMC-334-R-00

อนุมัติวันที่ 28 มกราคม 2564

 

        การตรวจหาค่าต่างๆ จากเลือด เป็นหนึ่งในวิธีการสำคัญเพื่อวิเคราะห์การทำงานของอวัยะภายในร่างกาย เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของสุขภาพในแต่ละบุคคล ซึ่งช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคหรือสภาวะที่ผิดปกติของร่างกายได้ โดยมีบางโรคที่การตรวจเลือดไม่เพียงพอต่อการยืนยันความผิดปกติโรคได้ แพทย์จึงอาจสั่งตรวจพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจเลือดถือเป็นวิธี การพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นในการใช้วินิจฉัย เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงเบาหวาน

 

โรคเบาหวานเกิดจากอะไร         

        อาหารที่รับประทานส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นพลังงาน คือ น้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งโรคเบาหวานนั้นเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ เกิดจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ หรืออินซูลินออกฤทธิ์ที่เซลล์ได้ไม่ดีพอ หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน และเกิดผลแทรกซ้อนต่อร่างกายตามมา


โรคเบาหวานมีกี่ชนิด

โรคเบาหวานชนิดหลักมี 2 ชนิด ดังนี้

ชนิดที่ 1   มักเกิดจากการทำลายตับอ่อนจากภูมิคุ้มกันตนเอง พบในผู้ป่วยอายุน้อย และพบในประชากรส่วนน้อย สำหรับเบา หวานชนิดที่ 1 อาจมีอาการเฉียบพลัน ได้แก่ ภาวะเลือดเป็นกรด หรือซึมลงเฉียบพลัน

ชนิดที่ 2   เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน พบในผู้ป่วยอายุมาก และพบในประชากรส่วนใหญ่ รวมทั้งสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ ดังนั้น ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง จะมีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่าบุคคลทั่วไป นอก จากนี้ ภาวะหรือพฤติกรรมบางอย่าง ได้แก่ ภาวะอ้วนลงพุง น้ำหนักเกิน การมีไขมันในเลือดสูง หรือการไม่ออกกำลังกายจะทำให้มีความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน

       อาการในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะมีอาการดำเนินอย่างช้าๆ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ได้สังเกต เช่น ปัสสาวะบ่อยตอนกลาง คืน กระหายน้ำบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปลายมือปลายเท้าชา เชื้อราที่ผิวหนัง ตามัว ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะแผลหายช้า รับประทานอาหารเก่ง เป็นต้น

 

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดคืออะไร

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Sugar) เป็นการตรวจดูระดับน้ำตาลที่มีในเลือด โดยต้องงดน้ำและอาหาร อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง ก่อนการตรวจเลือด ซึ่งสรุปได้ดังนี้

-          ค่าปกติ คือ ในผู้ใหญ่ ระหว่าง 70-100 มก./ดล. และในเด็ก 60-100 มก./ดล. ถือเป็นระดับน้ำตาลในเลือดของคนปกติ  

-          ค่าระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ ระหว่าง 100-125 มก./ดล. มีความเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวาน แพทย์อาจแนะนำในด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การคุมอาหาร ลดน้ำหนัก และออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการเป็นเบาหวานในอนาคต

-          ค่าระดับน้ำตาลในเลือดมากกว่าหรือเท่ากับ 126 มก./ดล. (โดยการตรวจอย่างน้อย 2 ครั้ง) ถือว่าเป็นโรคเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการรักษาและป้องกันโรคแทรกซ้อนในอนาคต

-          ค่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (ต่ำกว่า 55 มก./ดล.) อาจพบในผู้ที่กำลังเป็นลม หรือผู้ที่มีความผิดปกติในการทำงานของตับอ่อน

 

        หากการตรวจวินิจฉัยแล้วพบว่าเป็นโรคเบาหวาน แพทย์อาจให้การรักษาโดยการรับประทานยาหรือฉีดยา รวมถึงการปรับ เปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การลดน้ำหนัก (กรณีน้ำหนักเกินมาตรฐาน) ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย ที่สำคัญ คือ การควบคุมระดับน้ำตาลให้ใกล้เคียงค่าปกติ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำถึงค่าที่เหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย โดยขึ้นกับอายุ ระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน รวมถึงโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 

ข้อมูลอ้างอิง

-          อ.พญ.พิธพร วัฒนาวิทวัส . เรื่องไม่เบาของเบาหวาน . ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ . แหล่งข้อมูล : https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-709 . ค้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564.

-          ผศ.พญ. พิมพ์ใจ อันทานนท์ . โรคเบาหวาน . สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย . แหล่งข้อมูล : https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person/health-information-and-articles/health-information-and-articles-old-3/846-2019-04-20-01-49-18.ค้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564.