ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก



ศ.พญ.สายพิณ พงษธา

สูตินรีแพทย์

รหัสเอกสาร PI-IMC-312-R-00

อนุมัติวันที่ 28 มกราคม 2564


        มะเร็งปากมดลูก ถือเป็นมะเร็งที่พบได้มากในสตรี และพบเป็นอันดับที่สองรองจากมะเร็งเต้านม โดยมีสาเหตุมากกว่าร้อยละ 90 จากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) บริเวณอวัยวะสืบ พันธุ์ และปัจจุบันสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้โดยการฉีดวัคซีน

 


มะเร็งปากมดลูกเกิดได้อย่างไร

       

        สาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ โดยเฉพาะที่ปากมดลูก ซึ่งการติดเชื้อเกิดจากการสัมผัสโดยตรง คือ การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก โดยหากเป็นเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด เชื้อ HPV จะแทรกซึมเข้าไปโดยการผ่านรอยถลอกที่ผิวเยื่อบุของอวัยวะสืบพันธุ์ และผ่านเข้าไปที่ปากมดลูก ทำให้เซลล์ที่ปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงไปและผิดปกติไปทีละน้อย จนกระทั่งกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกไปในที่สุด

 


เชื้อไวรัสเอชพีวี คืออะไร


        เชื้อไวรัสเอชพีวี เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง มีมากกว่า 120 สายพันธุ์ ซึ่งเชื้อเอชพีวีเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก ช่องคลอด ปากช่องคลอด ทวารหนัก ช่องปาก และมะเร็งอวัยวะเพศชาย โดยสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดมะเร็งได้ ประมาณ 15 สายพันธุ์ และสายพันธุ์ที่พบบ่อย คือ สายพันธุ์ 16, 18 ซึ่งพบประมาณร้อยละ 70 และเกิดจากสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงอื่นๆ อีกประมาณร้อยละ 20 ส่วนสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งแต่พบได้บ่อย คือ สายพันธุ์ 6, 11 ซึ่งทำให้เกิดหูดหงอนไก่

 


เชื้อไวรัสเอชพีวีติดต่อกันและก่อให้เกิดโรคได้อย่างไร


          เชื้อไวรัสเอชพีวีถ่ายทอดโดยการสัมผัสผ่านทางเพศสัมพันธ์ ผู้ที่ติดเชื้อมักไม่มีอาการ และส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 1-2 ปี แต่ถ้าการติดเชื้อคงอยู่ จะทำให้เกิดเซลล์ผิดปกติได้ และหากเซลล์ผิดปกติคงอยู่ในระยะเวลามากกว่า 10 ปี อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งเซลล์ผิดปกติที่สามารถตรวจคัดกรองและป้องกันไม่ให้เกิดเซลล์ผิดปกติที่รุนแรงหรือกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ คือ เซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก โดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอและตรวจภายในเป็นประจำทุกปี


        นอกจากนั้น สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน ซึ่งวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีนี้นอกจากจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว ยังสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูก ช่องคลอด ปากช่องคลอด ทวารหนัก ช่องปาก และมะเร็งอวัยวะเพศชาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี


        หากตรวจพบเชื้อเอชพีวีแล้วอย่าพึ่งกังวล เนื่องจากเชื้อส่วนใหญ่หายได้เอง มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่คงอยู่ ซึ่งป้องกันได้โดยมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมกับตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี และการติดเชื้อไวรัสเอชพีวีนั้นแม้มีคู่นอนเพียงคนเดียวก็อาจเกิดได้ การสวมถุงยางอนามัยก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดโอกาสการติดเชื้อได้ นอกจากนั้นการดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ และลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เช่น งดสูบบุหรี่ ก็จะสามารถลดโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ส่วนการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีในผู้ชาย ยังไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองและไม่มีความจำเป็น เพราะมักไม่พบรอยโรคที่ต้องรักษา

 


อาการที่ชัดเจนที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก เช่น

 

        - ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติ

 

        - ตกขาวปนเลือดเหมือนน้ำล้างเนื้อ

 

        - เลือดออกทางช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์หรือหลังจากมีเพศสัมพันธ์

 

        - เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด

 

        อาการที่กล่าวข้างต้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก เพราะยังมีอีกหลายภาวะที่แสดงอาการได้เช่นกัน ดังนั้น หากมีอาการที่ผิดปกติเหล่านี้ ควรพบสูติแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม

 


ใครสามารถฉีดวัคซีนเอชพีวีได้


        สามารถฉีดได้ทั้งในเพศหญิง เพศชาย หรือในกลุ่มชายรักชาย เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป (อาจมาฉีดที่อายุ 11-12 ปี) หรืออายุในกลุ่มทั่วไปที่แนะนำ คือ อายุ 13-26 ปี ประสิทธิภาพของวัคซีนจะสูงมากในเด็กและในคนที่ยังไม่มีเพศสัมพันธ์ โดยทั่วไปฉีดทั้งหมด 3 เข็ม (ห่างกันที่ 0, 2 ,6 เดือน) แต่สำหรับในเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี สามารถฉีด 2 เข็มได้ (โดยเข็มที่ 1 และ 2 ห่างกัน 6-12 เดือน) การฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 26 ปี สามารถฉีดได้ โดยพิจารณาเป็นกรณีไป

 


วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ  

  

1. วัคซีน 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent vaccine) มีสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18


2. วัคซีน 9 สายพันธุ์ (Human Papillomavirus 9-valent Vaccine) มีสายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58

      

โดยประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16, 18 ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดมะเร็งปากมดลูก มีมากกว่าร้อยละ 90 และมีประสิทธิภาพสูงในเด็กและคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์

 

        นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ถือเป็นการป้องกันและค้นหาภาวะเสี่ยงก่อนการเป็นโรค โดยสามารถค้นหาเซลล์ผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง ซึ่งจะทราบได้จากการตรวจคัดกรองเท่านั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า “มะเร็งปากมดลูก” เป็นภัยเงียบที่คุกคาม เพราะหากไม่ทราบและไม่ได้รับการรักษา ก็จะมีการดำเนินโรคไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด

 

 


ข้อมูลอ้างอิง

- ศ.พญ.สายพิณ พงษธา . รู้ทันมะเร็งปากมดลูก ภัยเงียบที่คุกคามสตรีไทย . ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ . แหล่งข้อมูล : https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-406 . ค้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563.

- อ.พญ.ธัญญลักษณ์ วงศ์ลือชา . วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี . ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ . แหล่งข้อมูล : https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-232 . ค้นเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2563.