ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

สตรีตั้งครรภ์กับโควิด-19



ศ.พญ.สายพิณ  พงษธา

สูตินรีเวช

รหัสเอกสาร PI-IMC-305-R-00

อนุมัติวันที่ 24 ธันวาคม 2563


        แม้ว่าในปัจจุบันไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ว่า สตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 จะมีอาการและอาการแสดงแตก ต่างจากคนทั่วไป แต่สตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อมีแนวโน้มที่โรคจะรุนแรงกว่าสตรีที่ไม่ตั้งครรภ์ และสตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุมาก อ้วน มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีแนวโน้มที่เมื่อติดเชื้อแล้วจะมีความรุนแรงมากกว่าสตรีตั้ง ครรภ์ทั่วๆ ไป และมีโอกาสสูงขึ้นที่จะได้ใช้เครื่องช่วยหายใจ และการเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนัก


        การติดเชื้อผ่านทางรกในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ และการติดเชื้อจากการให้บุตรดูดนมน่าจะเกิดขึ้นได้ แต่โอกาสที่ทารกจะติดเชื้อจากมารดามีอัตราที่ต่ำ คือ น้อยกว่าร้อยละ 1 และทารกส่วนใหญ่ไม่มีอาการรุนแรง


        วิธีการคลอดไม่มีผลต่อการติดเชื้อของทารก แนะนำให้ผ่าตัดคลอดในรายที่มารดามีอาการรุนแรง หรือมีข้อบ่งชี้ทางสูติศาสตร์เท่านั้น



คำแนะนำในการปฏิบัติตัว มีดังนี้

-          ไม่วิตกกังวลมากเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์


-          สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง และเว้นระยะห่างระหว่างกันอย่างน้อย 2 เมตร


-          ล้างมือบ่อยๆ ด้วยนํ้าและสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที หรือพกแอลกอฮอล์เจลหรือสเปรย์ติดตัวไว้ กรณีที่ไม่สามารถล้างมือด้วยน้ำได้


-          หากอยู่ในวันเวลาและพื้นที่ที่เข้าข่ายความเสี่ยง ติดต่อรับการตรวจหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ทีมตระหนักรู้สถานการณ์ (Situation Awareness Team : SAT) หรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน


-          หากไม่มีอาการ ให้สังเกตตัวเองเป็นเวลา 14 วัน โดยงดไปที่ชุมชนหรือสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก


-          สังเกตตัวเอง หากมีไข้เกิน 37.5 องศาเซลเซียส ร่วมกับมีอาการของระบบทางเดินหายใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อย หรือหายใจลำบาก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล โดยไม่ปกปิดประวัติ


         ทั้งนี้ หากสตรีตั้งครรภ์ที่สงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ควรจะได้รับการประเมินและควรแยกกักตัวไว้จนกว่าจะทราบผลการตรวจหาเชื้อไวรัสด้วยวิธี RT-PCR


- กรณีที่ไม่พบเชื้อให้กักตัวและเฝ้าสังเกตอาการต่อที่บ้านจนครบ 14 วัน ถ้ามีอาการให้กลับมาตรวจหาเชื้อไวรัสอีกครั้ง


- กรณีที่พบเชื้อให้สวมหน้ากากอนามัย ส่งตัวเข้าห้องแยกความดันลบและให้การรักษาโดยทีมสหสาขาตามแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่ไม่ตั้งครรภ์ และเฝ้าระวังอาการ ถ้าโรคแย่ลง ให้ย้ายเข้าไปรักษาต่อในหอผู้ป่วยวิกฤตทันที ส่วนการดูแลการคลอดจะติดตามสภาวะของทั้งมารดาและทารกในครรภ์ วิธีคลอดเป็นไปตามมาตรฐาน โดยหลังคลอดจะแยกมารดาและทารกจนกว่ามารดาจะตรวจไม่พบเชื้อ และต้องตรวจหาเชื้อในทารกทุกรายรวมทั้งเฝ้าระวังอาการของทารกอย่างใกล้ชิด

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

-คณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2562-2564 . (พ.ศ.2563) . แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยเรื่อง การดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด. แหล่งข้อมูล :http://covid19.dms.go.th/backend///Content/Content_File/Covid_Health/Attach/25630324214133PM_CPG-Covid-Preg-20Mar20.pdf . ค้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563.

- http://www.rtcog.or.th/home/cpg/1380/ ในหัวข้อ การดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 (Management of Covid-19 Infection in Pregnancy) OB 63-022