รศ.พญ.สุชยา ลือวรรณ
สูตินรีแพทย์
รหัสเอกสาร PI-IMC-302-R-01
อนุมัติวันที่ 12 ตุลาคม 2566
คุณแม่อ้วนเกินไป ส่งผลอย่างไรต่อทารก
- ทารกตัวโต อัตราการเจริญเติบโตผิดปกติ
- ปริมาณไขมันในร่างกายมากกว่าเด็กปกติ
- ภาวะเกิดจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายผิดปกติ
- พฤติกรรมและพัฒนาการของทารกผิดปกติ
- มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและโรคหอบหืด
ในปัจจุบันการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทารกสมบูรณ์แข็งแรงและเติบโตอย่างเหมาะสม รวมทั้งคุณแม่ควรควบคุมน้ำหนักตัว ไม่ให้เกินมาตรฐาน ซึ่งสิ่งที่ควรทำในช่วงตั้งครรภ์ มีดังนี้
เตรียมตัวตั้งครรภ์อย่างไร ไม่ให้น้ำหนักเกิน
- ไม่ควรลดน้ำหนักในระหว่างตั้งครรภ์ แต่ควรเพิ่มน้ำหนักอย่างเหมาะสม
ดังนี้ ถ้าก่อนตั้งครรภ์มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ คือ มีค่าดัชนีมวลกาย น้อยกว่า 18.5 กิโลกรัม น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ควรอยู่ที่
13 - 18 กิโลกรัม หากมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ คือมีค่าดัชนีมวลกาย 25 – 29.9 ก่อนตั้งครรภ์
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ควรอยู่ระหว่าง 7 – 11 กิโลกรัม
สำหรับผู้หญิงที่เป็นโรคอ้วน คือ มีค่า BMI เกิน 30 น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ควรอยู่ระหว่าง 5 – 9 กิโลกรัม
- คุมอาหารและรับประทานอย่างเหมาะสม คือ ช่วงตั้งครรภ์แนะนำให้รับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน
เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท ธัญพืช ถั่ว (ถั่วดำ ถั่วแดง
ถั่วเขียว) ผักสีเขียวและเหลือง เลือกรับประทานผลไม้หรือถั่วเป็นของว่างแทน และดื่มน้ำอย่างน้อย
8-10
แก้วต่อวัน ปรับอาหารเป็น 3 มื้อหลัก และมีของว่าง 1 - 2 มื้อ งดช่วงสาย/ก่อนนอน
- แบ่งการรับประทานเป็นหลายมื้อ คือ
รับประทานบ่อยๆ แต่ไม่มากเกินไป
- ในรายที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ
15-30
นาที เน้นออกกำลังกายความแรงระดับกลางและแบบคาร์ดิโอ คือ
ร่างกายรู้สึกเหนื่อย หายใจหอบ มีเหงื่อ เช่น เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ทั้งนี้
ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล
- พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ทำจิตใจให้สบาย ไม่เครียด ไม่วิตกกังวล
ข้อมูลอ้างอิง
รศ.พญ.สุชยา ลือวรรณ .คุณแม่อ้วนน้ำหนักเกินมาตรฐานช่วงตั้งครรภ์ . คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ .