ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

เรื่องไม่เบาของเบาหวาน


อ.พญ.พิธพร วัฒนาวิทวัส

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ เบาหวาน ไทรอยด์

รหัสเอกสาร PI-IMC-299-R-00

อนุมัติวันที่ 24 ธันวาคม 2563



       “โรคเบาหวาน” ถึงแม้จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ และก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพและอวัยวะสำคัญของร่างกายมากมาย เช่น ไต หัวใจ สมอง ตา ฯลฯ โดยเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น โรคจอตาอักเสบจากเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง แผลเรื้อรังที่เท้า เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต จากเส้นเลือดสมองตีบ โรคปลายประสาทอักเสบหรือเสื่อม เป็นต้น


โรคเบาหวานเกิดจากอะไร         

        อาหารที่รับประทานส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นพลังงาน คือ น้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งโรคเบาหวานนั้น เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ เกิดจากตับอ่อนสร้างฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ หรืออินซูลินออกฤทธิ์ที่เซลล์ได้ไม่ดีพอ หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เกิดน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน และเกิดผลแทรกซ้อนต่อร่างกายตามมา


โรคเบาหวานมีกี่ชนิด

โรคเบาหวานชนิดหลักมี 2 ชนิด ดังนี้

ชนิดที่ 1   มักเกิดจากการทำลายตับอ่อนจากภูมิคุ้มกันตนเอง พบในผู้ป่วยอายุน้อย และพบในประชากรส่วนน้อย สำหรับเบาหวานชนิดที่ 1 อาจมีอาการเฉียบพลัน ได้แก่ ภาวะเลือดเป็นกรด หรือซึมลงเฉียบพลัน

ชนิดที่ 2   เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน พบในผู้ป่วยอายุมาก และพบในประชากรส่วนใหญ่ รวมทั้งสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ ดังนั้น ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นเบาหวาน ได้แก่ พ่อ แม่ พี่ น้อง จะมีโอกาสเป็นเบาหวานมากกว่าบุคคลทั่วไป นอกจากนี้ ภาวะหรือพฤติกรรมบางอย่าง ได้แก่ ภาวะอ้วนลงพุง น้ำหนักเกิน การมีไขมันในเลือดสูง หรือการไม่ออกกำลังกายจะทำให้มีความเสี่ยงได้เช่นเดียวกัน


        อาการในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะมีอาการดำเนินอย่างช้าๆ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ได้สังเกต เช่น ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน กระหายน้ำบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ปลายมือปลายเท้าชา เชื้อราที่ผิวหนัง ตามัว ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะแผลหายช้า รับประทานอาหารเก่ง เป็นต้น


การรักษา

การรักษาโรคเบาหวาน ประกอบด้วยการควบคุมอาหาร การลดน้ำหนัก และรับประทานยา หรือฉีดยาอินซูลินตามคำแนะนำของแพทย์ นอกจากนี้ ควรมีการออกกำลังกายที่เหมาะสม ดังนี้


- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ และไม่เว้นวันเกิน 2 วัน การออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ เดินไกล วิ่ง มวยจีน โยคะ ปั่นจักรยาน โดยควรออกตามความถนัดและความเหมาะสมของแต่ละราย


- ผู้ป่วยควรใส่รองเท้าที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย ตรวจดูเสมอว่าไม่มีแผลเรื้อรังที่เท้าก่อนออกกำลังกาย และต้องคอยสังเกตอาการน้ำตาลต่ำในขณะออกกำลังกาย และมีลูกอมหรือน้ำตาลติดตัวเสมอ สำหรับผู้ที่มีโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น โรคหัวใจ โรคไต ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทำการออกกำลังกาย


ข้อมูลอ้างอิง 

พญ.วรผกา มโนสร้อย . (พ.ศ.2559). โรคเบาหวาน . วารสารสุขภาพดีที่ศรีพัฒน์ . เล่มที่ 1 : 21-26.