ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

โรคฉี่หนู


อ.พญ.ณัฐิณี ลักษณานันท์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ

รหัสเอกสาร PI-IMC-285-R-01

อนุมัติวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566


         “โรคฉี่หนู” พบมากในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่มีวัชพืชปกคลุม  ท้องนา หรือหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะในช่วงน้ำเริ่มลด พื้นดินแฉะ และมีการปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์นำโรคที่สำคัญ คือ หนู ซึ่งนอกจากการรับเชื้อผ่านบาดแผลหรือรอยถลอกที่ผิวหนังแล้ว การสัมผัสเชื้อผ่านเยื่อบุอ่อนก็อาจทำให้เกิดโรคได้ จึงเป็นที่มาของชื่อโรค


โรคฉี่หนูคืออะไร

        โรคเลปโตสไปโรสิส หรือ โรคฉี่หนู เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปร่า ที่มีรูปร่างเป็นเส้นเกลียวบาง คล้ายตะขอ และเข้าสู่ร่างกายคนผ่านรอยถลอก/บาดแผล หรือผิวหนังที่แช่น้ำจนอ่อนนุ่ม โดยมีหนูเป็นพาหะนำโรค รวมทั้งพบเชื้อได้ในสัตว์อื่น เช่น โค กระบือ ม้า สุนัข หรือสัตว์ป่าบางชนิด


การติดต่อ

        เชื้อโรคเลปโตสไปโรสิสสามารถมีชีวิตอยู่ในนํ้าหรือที่ชื้นแฉะได้นานเป็นเดือน ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เมื่อเชื้อเข้าไปในตัวสัตว์ จะทำให้เกิดการติดเชื้อที่ท่อไต โดยสัตว์ที่เป็นพาหะอาจไม่แสดงอาการใดๆ แต่จะปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะ ทำให้มนุษย์สามารถติดเชื้อโรคได้จากการสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อนปัสสาวะโดยตรง หรือสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีการปน เปื้อนของเชื้อ เช่น ดิน โคลน แอ่งน้ำ ร่องน้ำ น้ำตก แม่น้ำลำคลอง เป็นต้น ซึ่งเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายคนผ่านบาดแผลหรือรอยถลอก รวมทั้งเนื้อเยื่ออ่อนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น เยื่อบุตา เยื่อบุโพรงจมูก เยื่อบุภายในปาก เป็นต้น



อาการ
-          ไข้สูงแบบทันทีทันใด


-          ปวดศีรษะ สับสน


-          ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง น่องและต้นคอ


-          คลื่นไส้อาเจียน


-          ตาแดง


-          ตาเหลือง ตัวเหลือง


-          คอแข็ง ความดันโลหิตต่ำ


-          มีผื่นแดง ต่อมน้ำเหลืองโต ตับ ม้ามโต


-          อาจพบอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ม่านตาอักเสบ



 

การรักษาและการป้องกัน



          ปัจจุบันโรคนี้สามารถรักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ แต่ผู้ป่วยที่มีการติดเชื้ออาจมีอาการรุนแรง และมีภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ตับอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน หรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำหรือสิ่งแวดล้อมที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น การเดินลุยน้ำธรรมชาติ ย่ำโคลน หรือการยืนแช่น้ำนานๆ โดยเฉพาะหากมีบาดแผลตามผิวหนัง รอยถลอก รอยขีดข่วน ควรงดการสัมผัสแหล่งน้ำดังกล่าว หรือสวมรองเท้าบูทเพื่อป้องกัน หากสัมผัสน้ำที่อาจมีเชื้อโรค ควรรีบอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายโดยเร็ว และปรึกษาแพทย์หากมีอาการสงสัยโรคฉี่หนู

 



ข้อมูลอ้างอิง

-          บทความเรื่องโรคฉี่หนู รศ.นพ.วินัย  รัตนสุวรรณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

-          คู่มือการป้องกันและควบคุมโรคเลปโตสไปโรสิส (โรคฉี่หนู) สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขและประชาชน สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข http://niah.dld.go.th/th/files/manual_leptospirosis.pdf