ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน


.นพ.ทัศนัย วนรัตน์วิจิตร

กุมารแพทย์

รหัสเอกสาร PI-IMC-282-R-00

อนุมัติวันที่ 24 ธันวาคม 2563


        โรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ถือเป็นโรคสำคัญที่พบได้บ่อยในเด็ก โดยเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่าย จากการสัมผัสกับผู้ป่วย และเป็นวัคซีนที่อยู่ในแผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งวัคซีนนี้ทำมาจากเชื้อมีชีวิตที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ลง


การฉีดวัคซีนกับการป้องกัน


       ปัจจุบันการป้องกันทั้ง 3 โรคนี้ สามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (Measles Mumps and Rubellavaccine : MMR vaccine) โดย


-          ในเด็ก   ควรได้รับวัคซีน MMR 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่ออายุ 9-12 เดือน และครั้งที่สอง เมื่ออายุ 18 เดือนถึง 2 ปีครึ่ง


-          ในผู้ใหญ่ ควรได้รับวัคซีน MMR 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน

 


ข้อห้ามในการรับวัคซีนโรคหัด คางทูมและหัดเยอรมัน (Measles Mumps Rubella , MMR)


1. ในสตรีตั้งครรภ์ไม่ควรฉีดวัคซีน MMR ดังนั้น เมื่อจะฉีด MMR ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นในระยะ 1 เดือนหลังจากฉีดวัคซีน


2. มีปฏิกิริยาการแพ้ต่อส่วนประกอบใดๆ ของวัคซีนและเจลาติน


3. มีอาการแพ้ยานีโอมัยซิน (Neomycin) แบบรุนแรง


4. มีการเจ็บป่วยปานกลางถึงรุนแรง หรือผู้ที่กำลังมีไข้ ถ้าเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น เป็นหวัดสามารถให้วัคซีนได้


5. ผู้ป่วยวัณโรคที่ยังไม่ได้รับการรักษา


6. ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างมากจากทุกสาเหตุ


7. หลังจากได้รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือด อาจจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อวัคซีนไม่ดี จึงแนะนำให้เว้นระยะให้นานพอที่ภูมิคุ้มกันที่มีอยู่ในเลือดหรือผลิตภัณฑ์ของเลือดที่ได้รับมานั้นหมดไปก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งที่ได้รับ แต่ถ้าจะฉีดวัคซีนก่อนได้รับผลิตภัณฑ์ของเลือด ควรได้รับวัคซีนก่อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์

 


อาการข้างเคียงที่อาจพบหลังการฉีดวัคซีน


 

โดยทั่วไปอาการข้างเคียงจะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน ดังนี้


-  มีไข้หลังฉีดวัคซีน 5-12 วัน เป็นนาน 1-2 วัน


-  มีอาการปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน


-  เป็นผื่นคล้ายโรคหัดหลังฉีดวัคซีน 7-10 วัน

 


คำแนะนำการปฏิบัติตัว

        การดูแลหากมีอาการข้างเคียง ในกรณีมีอาการปวดหรือบวมบริเวณที่ฉีดวัคซีน ให้ประคบด้วยผ้าเย็น หากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ในขนาดที่เหมาะสม แต่หากมีอาการที่รุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที รวมทั้งในวันนัดฉีดวัคซีน หากมีไข้ไม่สบายอาจเลื่อนไปก่อน แต่อย่างไรก็ตาม การมารับวัคซีนตามกำหนดเวลาที่แพทย์แนะนำจะทำให้เด็กได้รับวัคซีนครบถ้วนและตรงตามกำหนด อันจะสามารถช่วยป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ