ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

"โกเช่ร์" โรคหายาก จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม




รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา

รหัสเอกสาร PI-IMC-257-R-01

อนุมัติวันที่ 12 ตุลาคม 2566


 

        โรคโกเช่ร์ (Gaucher disease) หรือ GD เป็นโรคทางพันธุกรรมหายาก (Rare disease) ที่มีอุบัติการณ์น้อยกว่า 1:100,000 ประชากร คือ พบผู้ป่วย 1 ราย ต่อประชากร 100,000 ราย โดยโรคนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม จากการขาดหรือการทำงานของเอนไซม์กลูโคซีรีโบรซิเดส (Glucocerebrosides) บกพร่อง เป็นการถ่ายทอดแบบยีนด้อย (Autosomal recessive) โดยทั้งบิดาและมารดาของผู้ป่วยเป็นพาหะหรือมีพันธุกรรมที่ผิดปกติของยีน GBA ซึ่งทำให้เกิดโรคโกเช่ร์แฝงอยู่ โดยในประเทศไทย พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก แต่สามารถพบได้ในผู้ใหญ่ แต่พบน้อยกว่า และสามารถพบได้ทั้งโรคโกเชร์ชนิดที่ 1 และ ชนิดที่ 3 โดยชนิดที่ 3 จะมีอาการทางสมองร่วมด้วย

 


เกิดได้อย่างไร

        โรคโกเช่ร์เป็นโรคพันธุกรรมที่มีการสะสมของสารในไลโซโซม (Lysosomal storage disorder หรือ LSD) ที่พบบ่อยที่สุด โดยเกิดจากการขาดเอนไซม์กลูโคซีรีโบรซิเดส (Glucocerebrosidase) ซึ่งอยู่ใน  ไลโซโซม ซึ่งเอนไซม์นี้จะย่อยสลายสารจำพวกไขมันเชิงซ้อนที่ผลิตขึ้นมาในเซลล์ ที่เรียกว่า Sphingolipid


        เมื่อขาดเอนไซม์กลูโคซีรีโบรซิเดส จะทำให้ Sphingolipid สะสมในไลโซโซมของเซลล์ที่เรียกว่า Macrophage ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีมากในตับ ม้าม และ ไขกระดูก) เมื่อมีการสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ Macrophage จะกลายเป็นเซลล์ Gaucher ซึ่งจะพบมากในตับ ม้าม ไขกระดูก และจะไปเบียดแทนที่เซลล์ปกติ

 


อาการเป็นอย่างไร

        อาการของโรคโกเช่ร์ สามารถสังเกตได้จากรูปร่างเซลล์ macrophage ที่เริ่มผิดปกติ เนื่องจากร่างกายบกพร่องจากการขาดเอนไซม์กลูโคซีรีโบรซิเดส (glucocerebrosidase) ทำให้ไม่สามารถกำจัดสารประกอบไขมันเชิงซ้อนในเซลล์ชนิดหนึ่งออกไปได้ สารนี้จึงเกิดการสะสมอยู่ในเซลล์ และทำให้เซลล์มีขนาดใหญ่ขึ้น ก่อให้เกิดรูปร่างที่ผิดปกติ และมีอาการแสดงทางคลินิก เช่น ตับโต ม้ามโต มีอาการทางระบบเลือดต่างๆ เกิดภาวะซีด เกล็ดเลือดต่ำ ทำให้เป็นแผลฟกช้ำและเลือดออกง่ายกว่าปกติ บางรายอาจมีอาการทางกระดูกร่วมด้วย เช่น ปวดกระดูก กระดูกบาง กระดูกหักง่าย และบางรายอาจมีปัญหาเรื่องการเจริญเติบโตช้า แต่หากป่วยเป็นโกเชร์ชนิดที่ 2 และ 3 จะมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น มีความผิดปกติทางพัฒนาการด้านสติปัญญา มีอาการลมชัก เป็นต้น


โรคโกเช่ร์มักเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งอาการในผู้ใหญ่จะไม่เด่นชัดเท่ากับในเด็ก ซึ่งมักมีอาการใกล้เคียงกับโรคทางโลหิตวิทยาอื่นๆ เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น โดยสามารถแบ่งได้ 3 ชนิด ดังนี้


ชนิดที่ 1 ไม่มีอาการทางระบบประสาท


ชนิดที่ 2 มีอาการทางระบบประสาทเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากผลแทรกซ้อนทางระบบประสาท


ชนิดที่ 3 มีอาการทางระบบประสาทค่อยเป็นค่อยไป



 

การวินิจฉัยและการรักษา

        หากแพทย์พบผู้ป่วยที่มีอาการแสดงหรือมีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคโกเช่ร์ แพทย์จะส่งตรวจเลือดเพื่อดูระดับเอนไซณ์ รวมทั้งตรวจการ กลายพันธุ์ ของยีน และหากผลตรวจระบุว่าป่วยเป็นโรคโกเช่ร์ จะต้องรักษาด้วยการให้ยาเอนไซม์ทดแทน ซึ่งผู้ป่วยจะต้องมารับยาเอนไซม์ทุกๆ 2 สัปดาห์ (ตลอดชีวิต) หรือวิธีที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ คือ การปลูกถ่ายไขกระดูก หรือการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) 

 


ข้อมูลอ้างอิง

-รศ.นพ.อดิศักดิ์ ตันติวรวิทย์. (2019) . รู้จัก 'โกเช่ร์' โรคหายากต้องเปลี่ยนแพทย์7คน ใช้เวลาวินิจฉัยถึง 10 ปี . กรุงเทพธุรกิจ . แหล่งข้อมูล : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/848620.

-รายงานวิจัย การประเมินความคุ้มค่าและผลกระทบด้านงบประมาณของการรักษาผู้ป่วยโกเช่ร์ ด้วยเอนไซม์อิมิกลูเซอเรสโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ . แหล่งข้อมูล : https://www.hitap.net/documents/162795.

-อ.นพ. นิธิวัชร์ วัฒนวิจารณ์ . โรคพันธุกรรม LSD ชนิด Gaucher . มูลนิธิโรคพันธุกรรมแอลเอสดี . แหล่งข้อมูล : http://www.lsdthailand.com/lsd/index.php/ct-menu-item-5/ct-menu-item-7.