ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

เรื่องน่ารู้ของการทำหมันสตรี



ศ.พญ.สายพิณ  พงษธา

สูตินรีแพทย์

รหัสเอกสาร PI-IMC-242-R-00

อนุมัติวันที่ 24 กันยายน 2563


        ในปัจจุบันวิธีคุมกำเนิดในสตรีมีหลายรูปแบบ ทั้งการรับประทานยา การใช้แผ่นแปะ การฉีดยา การฝังยา หรือการใส่ห่วง แต่เมื่อใดที่ต้องการคุมกำเนิดแบบถาวรแล้ว “การทำหมัน” จึงเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้และได้รับความนิยม

        การทำหมันสตรี เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร โดยการทำให้ท่อนำไข่อุดตัน เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเดินทางมาผสมกับไข่ ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การผูก รัด หนีบ หรือทำลายส่วนใดส่วนหนึ่งของท่อทำไข่


ประเภทการทำหมัน

ประเภทของการทำหมัน พบว่ามีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาในการทำ โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้


การทำหมันเปียก (Post-partum sterilization) 


คือ การทำหมันที่สามารถทำได้พร้อมกับการผ่าตัดคลอด หรือภายหลังการคลอดทางช่องคลอด โดยทั่วไปแนะนำให้ทำภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังคลอด


การทำหมันแห้ง (Interval sterilization) 


คือ การทำหมันหลังคลอดไปแล้วมากกว่า 6 สัปดาห์ หรือเวลาใดก็ตามที่ไม่เกี่ยว ข้องกับการตั้งครรภ์ ทั้งนี้ ต้องพิจารณาหลายปัจจัยก่อนทำ เช่น ระดูรอบสุดท้าย การมีเพศสัมพันธ์ หรือการตั้งครรภ์

 

 


การทำหมันสตรีมีผลอย่างไร

        การทำหมันสตรี เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร ซึ่งหลังผ่าตัดจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที โดยไม่ทำให้ความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง ไม่ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศผิดปกติ ไม่มีผลต่อระดู และไม่มีผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจ สามารถทำงานได้ตามปกติ


ขั้นตอนการทำหมัน

        สตรีที่รับการทำหมัน จะอยู่ในท่านอนหงาย และได้รับการระงับความรู้สึก อาจเป็นวิธีการใช้ยาชาเฉพาะที่ การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนหรือการให้ยาสลบ หลังจากทำความสะอาดหน้าท้องเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการผ่าตัดเป็นแผลขนาดเล็กในตำแหน่งที่เหมาะสม และใช้อุปกรณ์จับท่อนำไข่ในช่องท้อง โดยไล่ไปจนเห็นปลายเปิดของท่อนำไข่ที่มีลักษณะคล้ายปากแตร เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นท่อนำไข่จริง จากนั้นก็จะผูกและ/หรือตัดบางส่วนของท่อนำไข่ออก เช่น อาจใช้จี้ไฟฟ้าทำลายท่อนำไข่บางส่วน หรือใช้อุปกรณ์หนีบหรือรัดท่อนำไข่ รวมทั้งในบางกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจจะส่งชิ้นเนื้อของท่อนำไข่ที่ตัดออกมาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา


ข้อจำกัดของการทำหมันสตรี

-        ในสตรีบางรายที่มีผังพืดมากหรือมีเหตุสุดวิสัย อาจต้องยุติการผ่าตัดทำหมันเพื่อความปลอดภัย

-        การทำหมันเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง คือ ได้ผลร้อยละ 99.6 แต่ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ในภายหลัง เนื่องจากท่อนำไข่มีการเชื่อมต่อกันใหม่ และการตั้งครรภ์ภายหลังการทำหมันอาจเป็นได้ทั้งการตั้งครรภ์ในมดลูกหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก ดังนั้น หากระดูไม่มาตามกำหนด ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะเกิดอันตรายได้


ภาวะแทรกซ้อนจากการทำหมัน

-        อาจเกิดการติดเชื้อ เสียเลือดหรือบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขภาวะแทรกซ้อนนั้น

-        การบาดเจ็บต่อเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องให้เลือดหรือผ่าตัดแก้ไข

-        เสียชีวิตจากการผ่าตัดทำหมัน แต่พบได้น้อยมาก


การดูแลหลังการทำหมัน

-        โดยทั่วไปจะปิดแผลไว้ไม่ให้โดนน้ำเป็นเวลาประมาณ 7 วัน กรณีเย็บแผลด้วยไหมละลาย หลังเปิดแผลแล้วและแผลติดเรียบร้อยดี สามารถโดนน้ำได้ แต่หากเย็บด้วยไหมธรรมดา เมื่อครบ 7 วันให้ตัดไหมแล้วจึงโดนน้ำได้

-        หลังผ่าตัดทำหมัน โดยทั่วไปมักมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย สามารถระงับด้วยยาแก้ปวดธรรมดา เช่น พาราเซตามอล

-        หากมีอาการปวดท้องมาก มีไข้ มีน้ำหรือเลือดออกจากแผลผ่าตัด ควรรีบมาพบแพทย์

 

ข้อมูลอ้างอิง

บทความเรื่องการทำหมันหญิง (Female sterilization) นพ.ปกรณ์ จักษุวัชร, รศ.พญ.สุปรียา วงศ์ตระหง่าน ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/index.php?option=com_content&view=article&id=1198:female-sterilization&catid=45&Itemid=561