ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

เรื่องน่ารู้ของการทำหมันสตรี



ศ.พญ.สายพิณ  พงษธา

สูตินรีแพทย์

รหัสเอกสาร PI-LR-009 Rev.00

อนุมัติวันที่ 19 สิงหาคม 2568


           ในปัจจุบันวิธีคุมกำเนิดในสตรีมีหลายรูปแบบ ทั้งการรับประทานยา การใช้แผ่นแปะ การฉีดยา การฝังยา หรือการใส่ห่วง แต่เมื่อใดที่ต้องการคุมกำเนิดแบบถาวรแล้ว “การทำหมัน” จึงเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้และได้รับความนิยม

           การทำหมันสตรี เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร โดยการทำให้ท่อนำไข่อุดตัน เพื่อป้องกันไม่ให้อสุจิเดินทางมาผสมกับไข่ ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การผูก รัด หนีบ หรือตัดท่อนำไข่ออกบางส่วน


ประเภทการทำหมัน

ประเภทของการทำหมัน แบ่งตามช่วงเวลาในการทำ ดังนี้


การทำหมันเปียก (Post-partum sterilization) 
            คือการทำหมันที่ทำพร้อมกับการผ่าตัดคลอด หรือภายหลังการคลอดทางช่องคลอด โดยทั่วไปแนะนำให้ทำภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังคลอด (แต่ไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมงหลังคลอด)


การทำหมันแห้ง (Interval sterilization) 

            คือการทำหมันหลังคลอดไปแล้วมากกว่า 6 สัปดาห์ หรือเวลาใดก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ 


การทำหมันสตรีมีผลอย่างไร

        การทำหมันสตรี เป็นการคุมกำเนิดแบบถาวร ซึ่งหลังผ่าตัดจะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที โดยไม่ทำให้ความรู้สึกทางเพศเปลี่ยนแปลง ไม่ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศผิดปกติ ไม่มีผลต่อระดู และไม่มีผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจ สามารถทำงานได้ตามปกติ


ขั้นตอนการทำหมัน

           สตรีที่รับการทำหมัน จะอยู่ในท่านอนหงาย และได้รับการระงับความรู้สึก อาจเป็นวิธีการใช้ยาชาเฉพาะที่ การระงับความรู้สึกเฉพาะส่วนหรือการให้ยาสลบ หลังจากทำความสะอาดหน้าท้องเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการผ่าตัดเป็นแผลขนาดเล็กในตำแหน่งที่เหมาะสม และใช้อุปกรณ์จับท่อนำไข่ในช่องท้อง โดยไล่ไปจนเห็นปลายเปิดของท่อนำไข่ที่มีลักษณะคล้ายปากแตร เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นท่อนำไข่จริง จากนั้นก็จะผูกและ/หรือตัดบางส่วนของท่อนำไข่ออก เช่น อาจใช้จี้ไฟฟ้าทำลายท่อนำไข่บางส่วน หรือใช้อุปกรณ์หนีบหรือรัดท่อนำไข่ รวมทั้งในบางกรณีที่จำเป็น แพทย์อาจจะส่งชิ้นเนื้อของท่อนำไข่ที่ตัดออกมาส่งตรวจทางพยาธิวิทยา

ข้อจำกัดของการทำหมันสตรี

           -  ในสตรีบางรายที่มีผังพืดมากหรือมีเหตุสุดวิสัย อาจต้องยุติการผ่าตัดทำหมันเพื่อความปลอดภัย

           การทำหมันเป็นการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง คือ ได้ผลร้อยละ 99.6 แต่ยังมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ในภายหลัง เนื่องจากท่อนำไข่มีการเชื่อมต่อกันใหม่ และการตั้งครรภ์ภายหลังการทำหมันอาจเป็นได้ทั้งการตั้งครรภ์ในมดลูกหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก ดังนั้น หากระดูไม่มาตามกำหนด ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะหากเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะเกิดอันตรายได้

ภาวะแทรกซ้อนจากการทำหมัน

           อาจเกิดการติดเชื้อ เสียเลือดหรือบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน เช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องรักษาเพิ่มเติม เพื่อแก้ไขภาวะแทรกซ้อนนั้น

           การบาดเจ็บต่อเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งอาจจำเป็นต้องให้เลือดหรือผ่าตัดแก้ไข

           - เสียชีวิตจากการผ่าตัดทำหมัน แต่พบได้น้อยมาก


การดูแลหลังการทำหมัน

           โดยทั่วไปจะปิดแผลไว้ไม่ให้โดนน้ำเป็นเวลาประมาณ 7 วัน กรณีเย็บแผลด้วยไหมละลาย หลังเปิดแผลแล้วและแผลติดเรียบร้อยดี สามารถโดนน้ำได้ แต่หากเย็บด้วยไหมธรรมดา เมื่อครบ 7 วันให้ตัดไหมแล้วจึงโดนน้ำได้

           หลังผ่าตัดทำหมัน โดยทั่วไปมักมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย สามารถระงับด้วยยาแก้ปวดแบบรับประทาน เช่น พาราเซตามอล

           หากมีอาการปวดท้องมาก มีไข้ มีน้ำหรือเลือดออกจากแผลผ่าตัด ควรรีบมาพบแพทย์

 

ข้อมูลอ้างอิง

บทความเรื่องการทำหมันหญิง (Female sterilization) นพ.ปกรณ์ จักษุวัชรรศ.พญ.สุปรียา วงศ์ตระหง่าน ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
https://w1.med.cmu.ac.th/obgyn/index.php?option=com_content&view=article&id=1198:female-sterilization&catid=45&Itemid=561