ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน


ศ.นพ.วรวิทย์ เลาห์เรณู

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติสซั่ม

รหัสเอกสาร PI-IMC-242-R-01

อนุมัติวันที่ 12 ตุลาคม 2566


โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินคืออะไร


โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่พบได้ในผู้ป่วยโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน โรคนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มโรคข้อและข้อกระดูกสันหลังอักเสบ



สาเหตุของโรคนี้คืออะไร


สาเหตุของโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินยังไม่เป็นทีทราบแน่ชัด แต่จากการศึกษาพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม



ผู้ใดบ้างที่มีโอกาสเป็นโรคนี้


โรคนี้พบได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ แต่พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายเล็กน้อย ช่วงอายุที่พบมาก คือ อายุประมาณ 30-60 ปี



อาการและอาการแสดงของโรคนี้มีอะไรบ้าง


          ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินจำเป็นต้องมีความผิดปกติที่ผิวหนังหรือเล็บที่เข้าได้กับโรคสะเก็ดเงินก่อน ร่วมกับการตรวจพบข้ออักเสบ กว่าร้อยละ 70 ผู้ป่วยโรคนี้จะมีผื่นผิวหนังสะเก็ดเงินหรือความผิดปกติที่เล็บนำมาก่อน ประมาณร้อยละ 10 จะมีผื่นผิวหนังหรือความผิดปกติที่เล็บพร้อมกับข้ออักเสบ และร้อยละ 20 จะมีข้ออักเสบนำมาก่อนโดยที่ไม่มีความผิดปกติทางผิวหนังหรือเล็บ ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการข้ออักเสบนำมาก่อนนี้จะยากต่อการวินิจฉัย และจะวินิจฉัยได้ก็ต่อเมื่อมีอาการทางระบบผิวหนังหรือเล็บแสดงให้เห็นเท่านั้น



ข้ออักเสบในโรคนี้มีอาการและอาการแสดงหลายรูปแบบ ดังนี้


1. ผู้ป่วยมีข้อเพียง 3-4 ข้อ เป็นกับข้อรยางค์ เช่น ข้อเข่า ข้อศอก ข้อมือ ข้อเท้า หรือข้อเล็กๆ ของนิ้วมือและนิ้วเท้า แบบนี้เป็นแบบที่พบบ่อยที่สุด


2. ผู้ป่วยมีข้ออักเสบหลายๆ ข้อ และมีการกระจายข้ออักเสบแบบสมมาตรที่เหมือนโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์  ผู้ป่วยในกลุ่มนี้จำเป็นต้องแยกว่าเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน หรือเป็นโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ที่พบร่วมกับโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน เนื่องจากการพยากรณ์โรคระยะยาวแตกต่างกัน


3. ผู้ป่วยที่มีข้ออักเสบหลายๆ ข้อ แต่เป็นกับข้อปลายนิ้วมือ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีความผิดปกติที่เล็บร่วมด้วย


4. ผู้ป่วยกลุ่มที่มีกระดูกสันหลังอักเสบ อาการปวดหลังจะเป็นเรื้อรัง เป็นตอนกลางคืนจนต้องตื่นมากลางดึก หรือปวดมากตอนเช้าและตอนสายๆ อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น  หรืออาการดีขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังหรือได้ออกกำลังกาย


5. กลุ่มที่มีข้อทำลายอย่างรุนแรง เกิดข้อผิดรูปอย่างรวดเร็ว


โดยผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินจะมีอาการเป็นแบบกลุ่มใดกลุ่มหรือหรือหลายๆ กลุ่มร่วมกันในคนเดียวกันก็ได้


นอกจากอาการทางข้อแล้ว ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินยังมีอาการนอกระบบข้อได้บ่อย เช่น ม่านตาอักเสบ แผลที่บริเวณอวัยวะเพศ รวมทั้งพบการอักเสบบริเวณเส้นเอ็นที่เกาะติดกับกระดูกได้บ่อย

 

 

 

แพทย์จะให้การวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างไร


การวินิจฉัยโดยจะอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก แต่สิ่งที่จำเป็นต้องตรวจพบผื่นผิวหนังหรือความผิดปกติที่เล็บที่เข้าได้กับโรคสะเก็ดเงิน และข้ออักเสบซึ่งต้องเป็นข้ออักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อหรือเกิดจากผลึกเกลือ



โรคนี้รักษาอย่างไร


          เนื่องจากโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน มีความผิดปกติทั้งที่ผิวหนังและข้อ ดังนั้น การดูแลรักษาจึงต้องเป็นความร่วมมือระหว่างแพทย์โรคผิวหนัง และแพทย์โรคกระดูกและข้อ


          1. การรักษาข้ออักเสบ ประกอบไปด้วย


1.1 การรักษาด้วยวิธีการที่ไม่ใช้ยา เป็นการรักษาที่ช่วยบรรเทาอาการปวด และป้องกันข้อหรือกระดูกสันหลังติดในท่าที่ไม่เหมาะสม การรักษาด้วยวิธีนี้ ได้แก่ การทำกายภาพบำบัด การบริหารกล้ามเนื้อ การนอนหมอนไม่สูง การฝึกการหายใจ สิ่งเหล่านี้เป็นการป้องกันไม่ให้กระดูกสันหลังติดกันในท่าที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น


1.2 การรักษาทางยา เป็นวิธีการที่สำคัญในการรักษาโรคนี้ ยาสำคัญ ได้แก่ ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่ สเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการปวดข้อและกระดูกสันหลัง ในรายที่เป็นเรื้อรังอาจพิจารณายาปรับภูมิคุ้มกัน หรือยากดภูมิคุ้มกันร่วมด้วย เช่น ยา Methotrexate, Azathioprine, Cyclosporine และ Leflunomide เป็นต้น


        ปัจจุบันได้มีความก้าวหน้าทางการแพทย์และมีการพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโรคนี้ ทำให้โรคสงบมากขึ้น คุณภาพชีวิติผู้ป่วยดีขึ้น ยาเหล่านี้ คือ สารชีวภาพ (Biologic agents) ยากลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบโดยยับยั้งสารก่อนการอักเสบที่จำเพาะ ยากลุ่มนี้ ได้แก่ ยาต้าน Tumor necrosis factor [TNF] ได้แก่ ยา Infliximab, Etanercept, Golimumab และ Adalimumab กับยายับยั้ง Interleukin-17 ได้แก่ ยา Secukinumab และ Ixekuzumab เป็นต้น แต่เนื่องจากยากลุ่มนี้ยังมีราคาสูงมาก จึงควรพิจารณาใช้ในรายที่การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันไม่ได้ผลแล้วเท่านั้น


1.3 การรักษาด้วยการผ่าตัด วิธีนี้จะเป็นวิธีสุดท้ายที่แพทย์จะเลือกใช้ จะพิจารณาในรายที่ข้อถูกทำลายมาก ข้อติดในท่าที่ไม่เหมาะสมทำให้ไม่สามารถใช้ข้อหรือเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังได้เต็มที่แล้วเท่านั้น

  

          2. การรักษาทางผิวหนัง ประกอบไปด้วย


                   2.1 การดูแลผิวหนัง ได้แก่ หลีกเลี่ยงการเกา หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือยาสระผมที่เข้มข้นที่จะทำให้ผิวหนังแห้งมากขึ้น ใช้ครีมทาผิวหนังให้ผิวหนังชุ่มชื้น


                   2.2 ยาทา ส่วนใหญ่จะเป็นยาทาที่มีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์ ยาเหล่านี้สามารถลดการอักเสบของผื่นผิวหนังได้ ยาอื่นๆ ที่มีใช้ ได้แก่ ยาผสมดินน้ำมัน (Tar) และยาทากลุ่มยาต้านแคลซินูลิน (Calcineurin inhibitor)


                   2.3 ยารับประทาน/ยาฉีด นิยมใช้ในรายที่มีผื่นค่อนข้างมาก หรือไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาทา ยา กลุ่มนี้ ได้แก่ ยากดภูมิคุ้มกัน และสารชีวภาพ เหมือนที่ใช้ในการรักษาโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน

 


การดำเนินโรคของโรคนี้เป็นอย่างไร


โรคนี้จะมีการดำเนินโรคชนิดเป็นๆ หายๆ  และยังจัดว่าไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในบางช่วงข้ออักเสบและผื่นอาจกำเริบอย่างรุนแรง แต่ในบางช่วงข้ออักเสบและผื่นก็จะอยู่ในช่วงสงบ ข้ออักเสบที่รักษาไม่ถูกต้องจะทำให้ข้อถูกทำลายและเกิดความพิการตามมา ดังนั้น การรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันความพิการที่อาจตามมาในภายหลังได้