ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

โรครูมาตอยด์ในเด็ก


ศ.นพ.วรวิทย์ เลาห์เรณู

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติสซั่ม

รหัสเอกสาร PI-IMC-224-R-00

 อนุมัติวันที่ 24 กันยายน 2563


โรครูมาตอยด์ในเด็ก คืออะไร


        โรครูมาตอยด์ในเด็ก เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคข้อที่มีจำนวนกว่า 50 โรคที่พบได้ในเด็ก แต่เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุด



สาเหตุของโรครูมาตอยด์ในเด็กคืออะไร


        สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่จากการศึกษาพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิด และมีส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม



โรครูมาตอยด์จะเป็นอยู่นานเท่าไร

        โรครูมาตอยด์ในเด็กจะเป็นข้ออักเสบเรื้อรัง อาจมีข้ออักเสบอยู่นานเป็นเดือนหรือเป็นปี ในบางรายอาจเป็นไปตลอดชีวิต ในขณะที่บางรายอาจโชคดีที่โรคสามารถสงบลงได้หรือสามารถควบคุมโรคได้



อาการและอาการแสดงของโรคนี้มีอะไรบ้าง


โรครูมาตอยด์ในเด็กอาจแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ตามอาการนำเริ่มต้นของโรค ดังนี้


1.       กลุ่มที่มีไข้สูง พบได้น้อย เด็กจะมีข้ออักเสบร่วมด้วย อาจมีตับ ม้ามโต ในบางรายอาจมีปอดอักเสบและหัวใจอักเสบร่วมด้วยได้


2.      กลุ่มที่มีข้ออักเสบหลายข้อ จะมีอาการและอาการแสดงคล้ายโรครูมาตอยด์ในผู้ใหญ่


3.      กลุ่มที่มีข้ออักเสบ 2-3 ข้อ ในกลุ่มนี้ถ้าเป็นเด็กหญิงอายุน้อยจะมีโอกาสเกิดตาอักเสบ ทำให้ตาบอดได้ ในขณะที่ถ้าเป็นเด็กชายและอายุมาก อาจมีกระดูกสันหลังอักเสบร่วมด้วยได้



แพทย์จะวินิจฉัยโรคนี้ได้อย่างไร


        แพทย์จะอาศัยการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ การตรวจทางห้องปฏิบัติการมักจะไม่ช่วยในการวินิจฉัย แต่ช่วยแยกโรคที่คล้ายโรครูมาตอยด์ในเด็กออกไป การตรวจหาสารรูมาตอยด์ในเลือดจะให้ผลลบ การตรวจทางภาพรังสีอาจช่วยบอกความรุนแรงของโรคและพยาธิสภาพที่ข้อถูกทำลาย

 


การรักษาโรคนี้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง


1. การรักษาทางยา เป็นส่วนสำคัญที่สุดในการรักษา ยาต้านการอักเสบ เช่น แอสไพริน ได้ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรครูมาตอดยด์ในเด็กมาเป็นเวลานานและได้ผลดี ในปัจจุบันมียาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์อื่นๆ ออกมาใช้ในเด็กได้บ้าง ในรายที่ตอบสนองต่อการรักษาไม่ดีอาจต้องพิจารณาใช้เกลือทองคำ (Gold star) ในการรักษา แต่ยานี้มีผลข้างเคียงมาก ควรใช้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น


2. การบริหารร่างกาย มีส๋วนสำคัญในการรักษาเช่นกัน เพราะจะช่วยให้ข้อมีการเคลื่อนไหวได้ดี ไม่ติดขัด และเป็นการเสริมเสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง


3. การผ่าตัด เป็นหนทางสุดท้ายที่นำมาใช้รักษา และจะพิจารณาในรายที่ข้อถูกทำลายอย่างมาก มีการผิดรูปไปหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อในข้อ เป็นต้น


4. การตรวจตา เด็กโรครูมาตอยด์โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีข้ออักเสบเพียง 2-3 ข้อ อาจมีปัญหาตาอักเสบได้ ซึ่งถ้าเป็นเรื้อรังและไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ตาบอดได้ เด็กจึงควรได้รับการตรวจตาจากจักษุแพทย์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง



พ่อและแม่จะมีส่วนในการดูแลเด็กอย่างไรบ้าง


        พ่อและแม่จะมีส่วนสำคัญมากในการช่วยการดูแลรักษาเด็กที่เป็นโรครูมาตอยด์ พ่อและแม่ควรเอาใจใส่ดูแลเด็ก ให้ความเห็นอกเห็นใจ ให้ความรักแก่เด็ก ต้องคอยให้กำลังใจ ส่งเสริมให้เด็กได้มีการศึกษา ได้ออกกำลังกาย เพื่อความเจริญเติบโตของร่างกายให้มากที่สุด


        ในบางครั้ง เด็กอาจมีอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เนื่องจากเขาคิดว่าเขามีร่างกายไม่สมบูรณ์เช่นเด็กคนอื่น หรือคิดว่าเขามีความผิดอะไร ทำไมจึงต้องเป็นเขาที่เป็นโรคนี้ เขาจะพิการหรือไม่ เป็นต้น พ่อและแม่จะต้องให้กำลังใจ ปลอบโยนให้เขายอมรับความจริง เข้าใจโรค ปฏิบัติตัวให้ถูกต้อง เพื่อให้ร่างกายมีการเจริญเติบโตได้มากที่สุด



โรงเรียนจะมีส่วนช่วยในการดูแลเด็กอย่างไรบ้าง


        ถึงแม้เด็กที่เป็นโรครูมาตอยด์จะมีความผิดปกติทางร่างกาย และรูปร่างเล็กกว่าเด็กคนอื่นในอายุที่เท่ากัน แต่ว่าสมองของเด็กเหล่านี้จะปกติ เด็กควรจะไปโรงเรียนเพื่อรับการศึกษาให้มีความรู้ทัดเทียมเพื่อน ครูเป็นบุคคลที่มีความสำคัญเช่นกัน ครูจะต้องช่วยดูแลเด็ก เข้าใจ เห็นอกเห็นใจ ให้ความอบอุ่น คอยส่งเสริมให้เด็กได้มีการออกกำลังกายที่ถูกต้องและเหมาะสม ควบคุมการรับประทานยา และรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นที่โรงเรียน เพื่อให้พ่อแม่และแพทย์ทราบ เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงและให้การดูแลรักษาที่เหมาะสมต่อไป


        ดังนั้น การดูแลรักษาเด็กที่เป็นโรครูมาตอยด์ จะต้องประกอบไปด้วยความร่วมมือของหลายๆ ฝ่าย ตั้งแต่แพทย์ พ่อและแม่ ครู เพื่อนฝูง เพื่อให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ และมีชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข