ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

ตากุ้งยิง




อ.พญ.ปรียานุช คุณทรงเกียรติ

จักษุแพทย์

รหัสเอกสาร PI-IMC-209-R-01

อนุมัติวันที่ 12 ตุลาคม 2566


        ตากุ้งยิง (Hordeolum) คือ การอักเสบติดเชื้อของต่อมไขมันที่บริเวณเปลือกตา ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดตากุ้งยิง ได้แก่ มีการอุดตันของต่อมไขมันที่เปลือกตา หรือ MGD (Meibomian gland dysfunction) มาก่อน ในเด็กเล็กที่เป็นตากุ้งยิงเป็นๆ หายๆ อาจสัมพันธ์กับประวัติภูมิแพ้ หรือมีหนังตาม้วนที่ทำให้มีขนตาทิ่มกระจกตา จึงเกิดอาการระคายเคือง จนทำให้ต้องขยี้ตาบ่อยๆ หากมือไม่สะอาดก็จะนำเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้


อาการ


        ผู้ที่เป็นตากุ้งยิง จะมีอาการปวดบวมแดงและกดเจ็บที่บริเวณเปลือกตา หากเป็นมากขึ้นอาจกลายเป็นก้อนหนอง โดยตำแหน่งของตุ่มหัวหนองอาจอยู่ที่เปลือกตาด้านใน (Internal hordeolum) หรือด้านนอก (External hordeolum)ก็ได้  ทั้งนี้ ตากุ้งยิงอาจหายได้เอง โดยอาจมีหนองแตกออกจากก้อนหรือไม่ก็ได้  เมื่อการอักเสบดีขึ้น อาการปวดบวมแดงจะหายไป แต่บางครั้งยังคลำก้อนได้อยู่ ลักษณะนี้เรียกว่า Chalazion



การรักษา


        ตากุ้งยิงหากเป็นไม่มากสามารถรักษาได้โดยการหยอดและทานยาปฏิชีวนะ แต่หากก้อนไม่ยุบหรือกลายเป็นหนอง อาจรักษาด้วยการเจาะระบายหนองออก  กรณีที่กุ้งยิงไม่อักเสบแล้วแต่ยังคลำก้อนได้อยู่ หรือ Chalazion ก็สามารถรักษาด้วยการเจาะและใช้เครื่องมือขูดเอาก้อนภายในออกได้เช่นกัน



การป้องกัน


        การรักษาความสะอาดของเปลือกตาเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้มือที่ไม่สะอาดสัมผัสดวงตา หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง หากใช้เครื่องสำอางค์ตกแต่งรอบดวงตา เช่น เขียนขอบตา ทาอายไลน์เนอร์ อายแชโดว์ หรือ   มาสคาร่า ควรเช็ดล้างทำความสะอาดให้หมดจด หากรู้ตัวว่าเริ่มเป็นกุ้งยิง อาจใช้วิธีประคบอุ่น โดยใช้ผ้าขนหนูสะอาดชุบน้ำอุ่นบิดหมาดประคบที่บริเวณเปลือกตา วันละ 3-4 ครั้ง งดการแต่งหน้าหรือใช้คอนแทคเลนส์  แต่หากไม่ดีขึ้น ปวดบวมมากขึ้น หรือเริ่มเป็นหนอง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป


 

ข้อมูลอ้างอิง

-         ก้อนที่เปลือกตา http://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-525

-         คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุผล ตามบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาที่ใช้ทางจักษุวิทยา โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติและ คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญแห่งชาติด้านการคัดเลือกยาสาขาจักษุวิทยา http://ndi.fda.moph.go.th/uploads/main_drug_file/20171115141955.pdf