ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

รู้ความผิดปกติภายในได้ด้วย CT Scan



พญ.ฐปณีย์ วณิชชากร

รังสีแพทย์

รหัสเอกสาร PI-IMC-226-R-00

 อนุมัติวันที่ 24 กันยายน2563


        การตรวจทางรังสีด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomogaphy, CT Scan) เป็นการสร้างภาพทางรังสีด้วยเครื่องเอกซเรย์ชนิดพิเศษ ที่ทำงานร่วมกับระบบคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ได้ภาพทางรังสีแบบตัดขวาง ที่สามารถเห็นอวัยวะภายในของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลไปสร้างภาพ 3 มิติ ส่วนต่างๆ ของร่างกายและหลอดเลือด โดยแสดงผลทางหน้าจอคอมพิวเตอร์และสามารถบันทึกภาพเอกซเรย์ได้


          การตรวจ CT Scan เป็นการตรวจโดยใช้รังสีเอกซ์ฉายผ่านร่างกายในมุมต่างๆ เกิดเป็นภาพตัดขวาง มีความเร็วในการตรวจสูง สามารถแสดงรายละเอียดของเลือดออกในสมองได้ดี รวมทั้งแสดงรายละเอียดของอวัยวะในช่องอกและรายละเอียดการบาดเจ็บของอวัยวะจากอุบัติเหตุได้ดี รวมทั้งสามารถตรวจได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่การตรวจอาจต้องมีการฉีดสารทึบรังสี (Contrast media) ร่วมด้วย เพื่อทำให้สามารถแยกขอบเขตรอยโรค และวินิจฉัยได้ถูกต้องแม่น ยำมากขึ้น


ส่วนตรวจที่สำคัญ


สมอง

        ตรวจความผิดปกติของสมองเบื้องต้น เช่น เนื้องอก สมองขาดเลือดเรื้อรัง การเจริญผิดปกติของเส้นเลือด (AVM) รวมทั้งตรวจหาภาวะเลือดออกในสมอง การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง สมองขาดเลือด (Stroke)


ปอด

        ตรวจความผิดปกติของปอด หรือพบความผิดปกติจากภาพเอกเรย์ปอด หรือมีความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งคัดกรองมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะต้น เช่น มีโครงสร้างเนื้อปอดที่ผิดปกติ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งปอด


หัวใจและหลอดเลือดหัวใจ 

        ตรวจหาเส้นเลือดและหินปูนเกาะเส้นเลือด และภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือความผิดปกติอื่นๆ ของเส้นเลือดหัวใจ


ช่องท้อง ระบบสืบพันธุ์ และระบบทางเดินปัสสาวะ

        เพื่อดูความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ภายในช่องท้อง อันได้แก่ ตับ ตับอ่อน ม้าม ถุงน้ำดีและทางเดินน้ำดี ลำไส้ ก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ภายในช่องท้อง


ตรวจอย่างไร

        การนัดตรวจ CT Scan เจ้าหน้าที่จะแนะนำวิธีปฏิบัติก่อนการตรวจ เช่น งดอาหารก่อนตรวจอย่างน้อย 4 ชั่วโมง งดน้ำก่อนตรวจอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดสารทึบรังสีที่อาจเกิดขึ้น เช่น คลื่นไส้อาเจียน หรือสำลักเศษอาหารเข้าสู่หลอดลม หรือผู้ที่ทำการตรวจส่วนของช่องท้องทั้งหมด (ส่วนบนและล่าง) จะได้รับสารทึบรังสีชนิดรับประทาน ผสมน้ำและน้ำหวานปริมาณ 1  ลิตร แบ่งรับประทานครั้งละ 1 แก้ว ทุกครึ่งชั่วโมง เป็นจำนวน 5 ครั้ง เป็นต้น ทั้งนี้ รายละเอียดต่างๆ ของการเตรียมตัวก่อนตรวจ จะมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลสำหรับการตรวจในแต่ละส่วนของร่างกาย


        เมื่อเข้าห้องและขึ้นนอนบนเตียงตรวจ จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลและจัดท่าในการตรวจที่ถูกต้อง โดยในขณะตรวจต้องอยู่นิ่งๆ ห้ามขยับตัว เพราะจะทำ ให้ภาพที่ได้ไม่มีคุณภาพ และตำแหน่งที่ต้องการตรวจเปลี่ยนไป ซึ่งการตรวจซ้ำมีผลทำให้ผู้ป่วยได้รับรังสีมากขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยการตรวจจะใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที ขึ้นอยู่กับส่วนที่ตรวจ


        บางกรณีอาจได้รับการฉีดสารทึบรังสีเข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยประเมินชนิดของรอยโรคได้ถูกต้องมากขึ้น ผู้ป่วยอาจรู้สึกร้อนวูบวาบตามร่างกาย หรืออาจทำให้รู้สึกหน้ามืดขณะลุกขึ้นจากเตียงได้ เนื่องจากสารทึบรังสีมีผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งอาการนี้ไม่อันตรายและจะหายไปได้เอง แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นคัน หายใจขัด ใจสั่น ระดับความรู้สึกตัวลดลง ฯลฯ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที


        หลังการตรวจในกรณีได้รับสารทึบรังสี ควรดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน โดยดื่มประมาณ 1-2 วัน เพื่อขับสารทึบรังสีออกทางปัสสาวะ รวมทั้งผลการตรวจจะถูกแปลผลโดยรังสีแพทย์ ก่อนจะส่งผลการตรวจไปยังแพทย์ผู้ทำการรักษา ซึ่งเป็นผู้สั่งตรวจร่างกายหรืออวัยวะในแต่ละส่วน เพื่อนำผลที่ได้ประกอบการวินิจฉัยและเป็นแนวทาง การรักษาต่อไป



ข้อมูลอ้างอิง

ห้องตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หน่วยรังสีวินิจฉัย ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่