
อ.พญ.ฐปณีย์ วณิชชากร
รังสีแพทย์
รหัสเอกสาร PI-IMC-206-R-00
อนุมัติวันที่ 27 สิงหาคม 2563
MRI คืออะไร และตรวจอะไรได้บ้าง
MRI (Magnetic Resonance Imaging) หรือ เครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็ก เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้คลื่นวิทยุร่วมกับคลื่นสนามแม่เหล็กแรงสูงในการถ่ายภาพเนื้อเยื่อ อวัยวะ และโครงสร้างอื่นๆ ภายในร่างกาย โดยปราศจากรังสี ซึ่งสามารถแสดงรายละเอียดของเนื้อเยื่อ รวมทั้งเนื้องอกหรือการอักเสบต่างๆ ได้ดี ทั้งนี้ นอกจากการตรวจกระดูกสันหลังแล้ว MRI ยังสามารถใช้ตรวจวินิจฉัยส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยอาจแยกเป็นส่วนตรวจที่สำคัญ ดังนี้
สมอง (Brain)
สามารถตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างสมองทั้งหมด ได้แก่ สมองขาดเลือด เนื้องอก มะเร็ง การเสื่อมถอย โพรงน้ำสมอง เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน การเจริญผิดปกติของเส้นเลือด (AVM) เป็นต้น รวมทั้งสามารถจำแนกระดับของสารชนิดต่างๆ ในเนื้อเยื่อของร่างกาย และช่วยในการวินิจ- ฉัยโรคสมองบางชนิด เช่น จำแนกชนิดของเนื้องอกในสมอง โรคสมองติดเชื้อ โรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ เป็นต้น
กระดูกสันหลัง (Spine)
ตรวจดูความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เช่น การเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท รวมถึงตรวจ ดูกระดูกสันหลัง ตั้งแต่คอถึงก้นกบ ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดคอ ปวดหลัง หมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการแขนขาชา อ่อนแรง เนื้องอกไขสันหลัง เป็นต้น
หัวไหล่ ข้อเข่า ข้อเท้า (Shoulder, Knee, Ankle : Sport Injury)
ตรวจดูความผิดปกติภายในข้อและเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อ เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก กระดูกอ่อน น้ำหล่อเลี้ยง เส้นเลือด ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเสื่อม ข้อบาดเจ็บ ข้อติด ปวดเข่า ปวดไหล่ ปวดสะโพก เป็นต้น
ตับและช่องท้องส่วนบน (Liver and Upper Abdomen)
ตรวจดูความผิดปกติในส่วนของช่องท้องส่วนบน เช่น ตับ เส้นเลือด ถุงน้ำดี และทางเดินน้ำดีที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงตรวจม้ามและตับอ่อน ก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ ภายในช่องท้อง เช่น ต่อมหมวกไต ต่อมน้ำเหลืองต่างๆ โดยมีโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น มะเร็งตับ ตับแข็ง ท้องโต ปวดท้องไม่ทราบสาเหตุ ทางเดินน้ำดีอุดตัน
ช่องท้องส่วนล่าง (Lower Abdomen)
ตรวจดูความผิดปกติในส่วนของช่องท้องส่วนล่าง เช่น มดลูกและรังไข่ กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก รวมไปถึงเส้นเลือดและต่อมน้ำเหลืองที่เกี่ยวข้อง ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังในผู้หญิง ช็อกโกแลตซีสต์ ปัสสาวะผิด ปกติ ต่อมลูกหมากโต เนื้องอกในรังไข่หรือมดลูก เป็นต้น
ตรวจอย่างไร
เมื่อถึงวันนัดตรวจ โรงพยาบาลจะแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจในเบื้องต้นและคำแนะนำในการปฏิบัติตนก่อนเข้ารับการตรวจ โดยผู้ที่มีอุปกรณ์ที่เป็นโลหะ ควรแจ้งข้อมูลส่วนตัวให้แพทย์ทราบ เช่น ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรืออื่นๆ เนื่องจากสนามแม่เหล็กอาจสร้างความเสียหายหรือความผิดปกติในการทำงานของเครื่อง จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำชุดที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้มาให้ เมื่อเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่พาไปที่ห้องตรวจ ซึ่งการตรวจ MRI ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่ระยะเวลาของการตรวจจะขึ้นกับอวัยวะที่ต้องการตรวจและจำนวนภาพที่ต้องการถ่าย โดยอาจใช้เวลาประมาณ 15-90 นาที
เมื่ออยู่ในห้องตรวจ เจ้าหน้าที่จะให้นอนหงายที่เครื่อง MRI ซึ่งมีลักษณะเป็นถาดยาวอยู่กลางเครื่อง ในระหว่างนี้ ผู้รับการตรวจจะต้องนอนนิ่งๆ และเจ้าหน้าที่จะมาจัดท่าทางของร่างกายให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง เมื่อจัดท่าทางของผู้รับการตรวจและเครื่องจับสัญญาณคลื่นแม่เหล็กเรียบร้อยแล้ว ถาดที่นอนจะค่อยๆ เลื่อนเข้าไปในตัวเครื่องที่มีลักษณะคล้ายอุโมงค์ ทั้งนี้ อาจมีเสียงดัง รู้สึกอึดอัด หรือร้อนเหงื่อไหล ซึ่งผู้รับการตรวจไม่ควรขยับร่างกายไปมา เจ้าหน้าที่อาจให้ใช้ฟองน้ำอุดหู เพื่อช่วยลดเสียงรบกวน และบางรายอาจต้องได้รับยาที่ช่วยให้ผ่อนคลาย หรือบางรายอาจมีการฉีดสี เพื่อการตรวจเฉพาะส่วน อย่างไรก็ตาม หากมีอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หายใจติดขัด หรืออื่นๆ ควรรีบแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้า ที่ให้ทราบถึงความผิดปกตินั้น
การตรวจ MRI โดยปกติไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เมื่อตรวจแล้วสามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งผลการตรวจ จะถูกแปลผลโดยรังสี แพทย์ ก่อนจะส่งผลการตรวจไปยังแพทย์ผู้ทำการรักษา ซึ่งเป็นผู้สั่งตรวจร่างกายหรืออวัยวะในแต่ละส่วน เพื่อนำผลที่ได้ประกอบการวินิจฉัยและเป็นแนวทางการรักษาต่อไป