ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

เรือด หรือ Bed bugs




อ.นพ.อมรพัฐ กิจโร

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว

รหัสเอกสาร PI-IMC-214-R-00

อนุมัติวันที่ 24 กันยายน 2563



ตัวเรือดมีลักษณะอย่างไร


        ตัวเรือด หรือ Bed bugs เป็นแมลงที่มีขนาดประมาณ 1-7 มิลลิเมตร หรือขนาดเท่ากับเมล็ดแตงโม ตัวมีสีน้ำตาลแดง ไม่มีปีก ชอบทานเลือดของคนหรือสัตว์ โดยปกติจะออกมาหากินทุกๆ 5-10 วัน และสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 5 เดือน แม้ว่าจะไม่ได้กินเลือดของคนหรือสัตว์เลยก็ตาม


        ตัวเรือดนั้นสามารถพบได้ในทุกทวีปทั่วโลก แต่ส่วนมากมักจะพบในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ตัวเรือดอาจพบได้ทั้งในบ้านหรือโรงแรมที่พัก จุดที่พบมากที่สุดในห้องพัก คือ ฟูกที่นอน เตียง ตู้เสื้อผ้า โซฟา รูปภาพ ผนังหรือผ้าม่าน เป็นต้น ตัวเรือดชอบอาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณที่คนนอนอยู่ และมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี


        ตัวเรือดมักจะซ่อนตัวเองในช่วงเวลากลางวัน เพราะไม่ค่อยชอบแสงสว่าง ชอบซ่อนบริเวณซอกหลืบหรือรอยตะเข็บของที่นอน เตียงนอน รอยแตกของห้องหรือหลังวอลล์เปเปอร์ ในช่วงกลางคืนจะไต่คลานไปหาเหยื่อ โดยสิ่งที่ดึงดูดตัวเรือดมาหาคน คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากตัวคน หรือความร้อนที่ปล่อยออกมาจากร่างกาย เมื่อกัดดูดเลือดจนเต็มอิ่มแล้วจะกลับเข้าที่หลบซ่อน ทำให้คนที่ถูกกัดอาจไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็พบผื่นขึ้นตามตัวแล้ว


        ตัวเรือดแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว โดยชอบวางไข่บริเวณหัวเตียง ใต้เตียง ขอบเตียง ฐานรองที่นอน บนที่นอน ขอบที่นอน ใต้ที่นอน ผ้าม่าน กรอบรูป หรือขอบหน้าต่าง เป็นต้น



เมื่อถูกกัดจะเป็นอย่างไร


         มักพบตุ่มแดง บวม คันมาก ขนาด 2-5 มิลลิเมตร ที่เรียงกันเป็นแนวตรงหลายๆ ตุ่ม โดยตุ่มเหล่านี้มักเกิดจากการที่ตัวเรือดกัดเรียงกันหลายบริเวณ เพื่อหาตำแหน่งของหลอดเลือด ผู้ที่โดนกัดมักไม่เจ็บ แต่ในบางรายอาจพบผื่นแพ้ที่รุนแรงกว่านี้ได้ และรอยกัดมักจะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ โดยผื่นคันมักพบบริเวณนอกร่มผ้า เช่น บริเวณใบหน้า คอ มือ แขนหรือหลัง



การรักษา


        ส่วนมากเน้นการรักษาตามอาการ โดยแนะนำให้ทานยาแก้แพ้ แก้ค้น หรือทายากลุ่มสเตียรอยด์ เพื่อรักษาอาการคันจากผื่นที่ถูกตัวเรือดกัด รวมถึงผู้ป่วยควรรักษาสุขอนามัยที่ดี ระวังไม่ให้ผื่นมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำอีก



การป้องกัน


    แนะนำให้ใช้วิธีกำจัดตัวเรือด โดยใช้ความร้อน เช่น


-        การต้มผ้าปูที่นอน ม่าน เครื่องนอน ที่ทำจากผ้า ด้วยน้ำเดือด เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 10 นาที  


-        การอบผ้าด้วยเครื่องอบผ้า ที่อุณหภูมิอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส นานอย่างน้อย 30 นาที


-        ใช้เครื่องพ่นไอน้ำร้อนไปยังบริเวณที่พบตัวเรือดโดยตรง


-        ใช้เครื่องทำความร้อนอบห้อง ให้มีอุณหภูมิสูงอย่างน้อย 60 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง


-        การใช้สารเคมีผสมน้ำฉีดพ่น เช่น อิมิดาคลิพริด (Imidacloprid) หรือคลอเฟนาเพอร์ (Chlorfenapyr) เป็นต้น หรือ สเปรย์กระป๋องอัดก๊าซที่ มีส่วนผสมของกลุ่ม Pyrethroid พ่นให้ทั่วทุกซอกทุกมุมที่เป็นแหล่งหลบซ่อนของตัวเรือด


        รวมทั้งการปรับปรุงห้องพัก โดยการรื้อทำลายแหล่งหลบซ่อนของเรือดที่มีอยู่ทั้งหมดก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น รอยขาดของวอลล์เปเปอร์ รอยต่อของผนังห้อง ฯลฯ ควรซ่อมแซมและปรับปรุง โดยใช้ซิลิโคน (Silicone) หรือกาวยางยาอุดแนวรอยแตกเหล่านี้ เพื่อไม่ให้เป็นที่หลบซ่อนของเรือดอีก  


       ในการเดินทางไปท่องเที่ยวทุกครั้ง อาจต้องเตรียมยา เช่น ยาทาหรือยารับประทานเพื่อป้องกันอาการแพ้ไปด้วย แต่หากมีการแพ้รุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อการรักษาที่เหมาะสม



คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการโรงแรมหรือที่พัก


ควรฝึกสังเกตห้องพักหรือเตียงนอน โดยพยายามมองหา 4 สิ่งบ่งชี้ ที่บอกให้รู้ว่าอาจจะมีตัวเรือดอยู่ ถึงแม้จะไม่พบเห็นตัวเรือดโดยตรงก็ตาม


1.       รอบคราบเลือดบนผ้าปูที่นอน


2.      รอยเปื้อนมูลดำของตัวเรือดที่เป็นจุดเล็กๆ


3.      ไข่ของเรือด ที่มีลักษณะเป็นวงรีสีขาว (ขนาด 1-1.5 มิลลิเมตร) สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า


4.      กลิ่นเหม็นอับบริเวณห้องพัก



ข้อมูลอ้างอิง
บทความเรื่อง ปัญหา 'ตัวเรือด' ในโรงแรม-เกสต์เฮาส์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข http://nih.dmsc.moph.go.th/login/showimgdetil.php?id=76

หนังสือเรื่อง เรือด แวมไพร์ไร้ปีกในห้องนอน กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขhttp://nih.dmsc.moph.go.th/login/filedata/Bed%20bugs.pdf

https://www.cdc.gov/parasites/bedbugs/index.html