ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

การรักษาโรคที่ต้องพึ่งพาการให้เกล็ดเลือด




อ.พญ.ลลิตา นรเศรษฐ์ธาดา

หน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร PI-IMC-234-R-00

 อนุมัติวันที่ 24 กันยายน 2563


          เลือดและส่วนประกอบของเลือดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วย ในเลือดที่เราบริจาค จะถูกแยกส่วนประกอบของเลือดออกเป็น เลือดแดงอัดแน่น (Packed red cells) น้ำเหลืองหรือพลาสมา (Plasma) และเกล็ดเลือด (platelet) และเก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสมที่ธนาคารเลือดเพื่อนำไปให้ในผู้ป่วยที่ต้องการรักษาด้วยเลือดและส่วน ประกอบของเลือดต่อไป



การรักษาด้วยเกล็ดเลือด


          เกล็ดเลือดเป็นส่วนประกอบของเลือดที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เลือดซึมออกจากหลอดเลือดในภาวะปกติและช่วยทำให้เลือดหยุดหากมีบาดแผลเกิดขึ้น เกล็ดเลือดจึงมีส่วนสำคัญในการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดออกจากเกล็ดเลือดต่ำ โดยจะขอยกตัวอย่างโรคที่จำเป็นต้องให้เกล็ดเลือด ดังนี้


โรคเกล็ดเลือดต่ำจากการติดเชื้อ เช่น  โรคไข้เลือดออก ที่ไวรัสก่อโรคส่งผลให้เกล็ดเลือดมีปริมาณต่ำลง หรือโรคติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะดีไอซีหรือภาวะเลือดแข็งตัวในหลอดเลือดอย่างแพร่กระจาย (Disseminated intravascular coagulopathy, DIC) ซึ่งทำให้เกล็ดเลือดต่ำรุนแรงได้ ทำให้เลือดจะซึมออกเองโดยไม่จำเป็นต้องมีบาดแผล โดยเลือดมักออกเป็นจุดเล็กๆ ขนาดประมาณหัวเข็มหมุดตามผิวหนังและมีเลือดซึมออกจากเยื่อบุต่างๆ เช่น เลือดออกตามไรฟัน เลือดกำเดาไหล และอาจรุนแรงจนกระทั่งมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ทางเดินปัสสาวะและในสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้น การให้เกล็ดเลือดทดแทนจะช่วยทำให้เลือดหยุดได้ กระทั่งเมื่อภาวะติดเชื้อดีขึ้น เกล็ดเลือดจึงจะกลับขึ้นมาเป็นปกติ


โรคของไขกระดูก (Bone marrow defect) ไขกระดูกเป็นแกนกลางของกระดูกทำหน้าที่ในการสร้างเม็ดเลือดทุกชนิดทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือด ดังนั้น หากมีโรคในไขกระดูกผู้ป่วยจะไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดทุกชนิด ตัวอย่างเช่น โรคไขกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia) ซึ่งเกิดจากภูมิต้านทานตนเองทำลายไขกระดูก หรือเกิดจากยา สารเคมี รังสี และสารพิษต่างๆ ทำลายไขกระดูก นอกจากนี้โรคมะเร็งในไขกระดูก เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลิวคีเมีย (Leukemia) ซึ่งเซลล์มะเร็งจะเข้าไปแทนที่เซลล์สร้างเม็ดเลือดในไขกระดูก ไขกระดูกจึงทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดต่างๆ ได้ อาการของผู้ป่วยที่มีโรคของไขกระดูก จะมีอาการซีดและอ่อนเพลียจากโลหิตจาง มีไข้จากการติดเชื้อเนื่องจากเม็ดเลือดขาวซึ่งช่วยป้องกันเชื้อโรคมีจำนวนลดลง และมีเลือดออกตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากไขกระดูกไม่สามารถสร้างเกล็ดเลือดได้ ผู้ป่วยจึงจำเป็นได้รับเลือดแดงและเกล็ดเลือดไปจนกว่าโรคของไขกระดูกจะสามารถรักษาให้ดีขึ้น ทำให้ไขกระดูกสามารถกลับมาสร้างเม็ดเลือดรวมถึงเกล็ดเลือดได้ตามปกติ


โดยสรุป  การให้เกล็ดเลือดมีประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยดังที่ได้ยกตัวอย่างมาข้างต้น ยังมีโรคอีกมากมายที่จำเป็นต้องให้การรักษาด้วยเกล็ดเลือดนี้ ดังนั้น การบริจาคเลือดเพื่อให้มีเลือดเพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วย จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการรักษาและต่อชีวิตของผู้ป่วยให้ยืนยาวต่อไป


ข้อมูลจาก สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย http://www.tsh.or.th/knowledge_detail.php?id=48