ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

การสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ ใครว่าทำไม่ได้ ?


ผศ.นพ.ชัยเลิศ พงษ์นริศร

หัวหน้าหน่วยนรีเวชทางเดินปัสสาวะและอุ้งเชิงกราน

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-100-R-00

อนุมัติวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559


คำชี้แนะที่ควรรู้สำหรับสตรี


    1.  การสวนปัสสาวะคืออะไร ?


    2.  กระเพาะปัสสาวะปกติทำงานอย่างไร ?


    3.  เพราะเหตุใดจำเป็นต้องสวนปัสสาวะ ?


    4.  ท่อสวนที่ใช้เพื่อสวนปัสสาวะมีกี่ชนิด ?


    5.  คุณจำเป็นต้องสวนปัสสาวะเป็นเวลานานเท่าไร ?


    6.  การสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ คืออะไร ?


    7.  เรื่องใดบ้างที่คุณควรเรียนรู้ก่อนทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?


    8.  สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมก่อนเริ่มทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?


    9.  ขั้นตอนของปฏิบัติการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นอย่างไร ?


    10. เคล็ดลับและคำแนะนำ


    11. คุณควรสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆบ่อยแค่ไหน ?



 การสวนปัสสาวะคืออะไร ?


        การสวนปัสสาวะ คือ การสอดท่อเล็กๆ ผ่านรูเปิดท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เพื่อระบายน้ำปัสสาวะออก ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการสวนปัสสาวะเป็นพักๆ ชั่วคราวในระยะหลังผ่าตัด เนื่องจากความเจ็บปวดบวมบริเวณที่ผ่าตัด หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ สตรีบางรายที่มีปัญหาทางด้านระบบประสาท (เส้นประสาท) ของกระเพาะปัสสาวะ อาจจำเป็นต้องได้รับการสวนปัสสาวะตลอดไปอย่างถาวร



กระเพาะปัสสาวะปกติทำงานอย่างไร ?


        เมื่อไตสร้างน้ำปัสสาวะขึ้นและไหลลงมาเก็บกักไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ กล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะจะผ่อนคลายและยืดออกเพื่อบรรจุน้ำปัสสาวะไว้ จนเมื่อน้ำปัสสาวะมีปริมาณเพิ่มมากถึงระดับหนึ่ง จึงเริ่มมีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะเกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สมองก็จะส่งสัญญาณมาสั่งให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะหดตัวและกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะคลายตัว ยังผลให้ขับถ่ายปัสสาวะออกมา โดยปกติ กระเพาะปัสสาวะมักขับถ่ายปัสสาวะประมาณ 4 - 7 ครั้งในช่วงกลางวัน และ 1 - 2 ครั้งในช่วงกลางคืน



เพราะเหตุใดจึงจำเป็นต้องสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?


ถ้ากระเพาะปัสสาวะไม่ทำหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะได้อย่างปกติ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาหลายประการตามมา ได้แก่


        ผนังกระเพาะปัสสาวะถูกยืดจนโป่งออกมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายของกล้ามเนื้ออย่างถาวร และก่อให้เกิดปัสสาวะเล็ดราด และไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ


        การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะหรือเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากมีปัสสาวะเหลือค้างอยู่เป็นเวลานาน


        การยืดของกระเพาะปัสสาวะร่วมกับการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะอาจส่งผลเสียต่อไต


        อาการปวดปัสสาวะรีบ


        อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่


        อาการปัสสาวะบ่อย



ท่อสวนที่ใช้ในการสวนปัสสาวะมีกี่ชนิด ?


    ชนิดของท่อสวนที่เลือกใช้มี 3 ชนิด ขึ้นกับเทคนิคในการสวนปัสสาวะ ได้แก่



  1. ท่อสวนชนิดที่ใส่คาไว้ผ่านทางท่อปัสสาวะ เป็นการสอดท่อสวนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ และคาท่อไว้เป็นระยะเวลาไม่นาน



  2. ท่อสวนชนิดที่ใส่คาไว้ผ่านทางหน้าท้องเหนือกระดูกหัวหน่าว เป็นการสอดท่อสวนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะผ่านทางผิวหนังบริเวณหน้าท้องเหนือหัวหน่าว และคาท่อสวนไว้เป็นระยะเวลานานกว่า



  3. ท่อสวนชนิดที่ใช้สวนปัสสาวะเป็นพักๆ เป็นการสอดท่อสวนขนาดเล็กๆ เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะเป็นครั้งคราว และดึงออกโดยไม่คาท่อสวนไว้หลังจากระบายน้ำปัสสาวะออกจนหมดแต่ละครั้ง



คุณจำเป็นต้องสวนปัสสาวะเป็นเวลานานเท่าไร ?


        ระยะเวลาที่ต้องสวนปัสสาวะขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้ขับถ่ายปัสสาวะไม่หมด โดยทั่วไปกระเพาะปัสสาวะจะกลับมาทำงานได้ปกติหลังผ่าตัดผ่านไป   1 - 2 สัปดาห์ แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำว่าคุณควรจะต้องสวนปัสสาวะอยู่นานแค่ไหน



การสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ คืออะไร ?


        เป็นการสวนปัสสาวะโดยการสอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะด้วยตนเอง เพื่อระบายน้ำปัสสาวะออกมาเป็นระยะๆ แม้ว่าในตอนแรกอาจจะดูเหมือนทำเองได้ยาก แต่ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยสามารถเรียนรู้วิธีสวนปัสสาวะเองได้ และเมื่อทำได้จนคล่องแล้วจะสามารถสวนปัสสาวะได้สำเร็จภายในเวลาไม่กี่นาที แพทย์และพยาบาลจะช่วยคุณให้ทำได้อย่างถูกต้อง และพร้อมที่จะตอบคำถามที่คุณสงสัย



สิ่งใดบ้างที่คุณควรเรียนรู้ก่อนทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ ?


        ก่อนที่คุณจะเรียนรู้เทคนิคของการสวนปัสสาวะตนเองเป็นพักๆ คุณควรมีความรู้ความเข้าใจในกายวิภาคบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกว่าตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะของคุณอยู่ที่ไหน (รูปที่ 1) พยาบาลที่ดูแลจะให้ข้อมูลในทางปฏิบัติและใช้กระจกเงาเพื่อช่วยคุณมองหาตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะ











             รูปที่ 1 กายวิภาคของอวัยวะสืบพันธ์ภายนอกของสตรี

 


สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมก่อนเริ่มทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?


    ท่อสวนปัสสาวะแบบใช้แล้วทิ้งหรือแบบที่ใช้ซ้ำได้ (รูปที่ 2 ก และ ข)


- ภาชนะบรรจุน้ำปัสสาวะ


- สารหล่อลื่น (ปราศจากเชื้อ)


- กระดาษชำระ


- ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อเก็บท่อสวนปัสสาวะหลังใช้งานแล้ว

 


คุณอาจได้รับการแนะนำให้นำท่อสวนปัสสาวะแบบใช้แล้วทิ้งมาใช้ซ้ำได้อีกเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ในกรณีดังกล่าวคุณควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ :

 


การดูแลท่อสวนปัสสาวะในกรณีที่จะนำมาใช้ซ้ำ


- ล้างท่อสวนปัสสาวะหลังการใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการอุดตันที่รูเปิดของท่อสวน


- ล้างท่อสวนปัสสาวะด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ แล้วปล่อยน้ำไหลผ่านไปตามท่อสวนจนสะอาด


- สะบัดท่อสวนปัสสาวะเพื่อไม่ให้มีน้ำเหลือค้างอยู่ในท่อสวน


- เก็บท่อสวนปัสสาวะในภาชนะสะอาดที่มีฝาปิดมิดชิด


- ล้างภาชนะที่เก็บอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำสบู่อุ่นและเช็ดให้แห้ง


- ระวังไม่ให้ใครมาสัมผัสกับท่อสวนปัสสาวะหรือภาชนะที่ใช้เก็บ


        โดยทั่วไปสามารถนำท่อสวนปัสสาวะแบบชนิดใช้แล้วทิ้งมาใช้งานซ้ำได้นาน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ถ้าพบว่าท่อสวนเกิดความเสียหายหรือไม่สะอาด หรือมีสัญญาณว่าติดเชื้อ ให้เปลี่ยนท่อสวนใหม่


ในกรณีที่คุณมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ให้ใช้ท่อสวนอันใหม่ทุกครั้งที่ทำการสวนปัสสาวะ



ขั้นตอนของปฏิบัติการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นอย่างไร ?


    ขั้นตอนการสวนปัสสาวะตนเอง (รูปที่ 3) มีดังต่อไปนี้

 











 รูปที่ 3 การสอดท่อสวนปัสสาวะด้วยตนเอง



    1. ล้างมือทั้งสองข้างให้สะอาด


    2. เตรียมอุปกรณ์ให้สะอาดและพร้อมหยิบใช้งาน


    3. ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศภายนอกด้วยกระดาษชำระหรือผ้านุ่มๆ ชุบน้ำสะอาดหรือกระดาษชำระสำเร็จรูป โดยเริ่มเช็ดในทิศทางจากด้านหน้าลงมาด้านหลังเสมอ และให้ทิ้งลงถังขยะไปหลังจากเช็ดเพียงครั้งเดียว


    4. ล้างมือทั้งสองข้างอีกครั้ง


    5. จัดท่าของคุณให้อยู่ในท่าที่สบายอาจนั่งหรือยืนก็ได้ (ในระยะเริ่มต้นที่คุณยังไม่ชำนาญและไม่คุ้นเคยกับการสวนปัสสาวะ คุณอาจจำเป็นต้องใช้กระจกช่วยส่องดูตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะของคุณในขณะทำการสวนปัสสาวะ)


    6. หยิบท่อสวนปัสสาวะขึ้นมา โดยระวังไม่ไปสัมผัสบริเวณปลายท่อสวนที่จะสอดเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะของคุณ แล้วจุ่มปลายของท่อสวนเข้าไปในสารหล่อลื่น


    7. ใช้มืออีกข้างหนึ่งแหวกแคมเล็กให้แยกจากกัน คุณอาจจำเป็นต้องใช้นิ้วมือค่อยกัน (หรือสอด) ที่ปากช่องคลอดเพื่อกันไม่ให้สอดท่อสวนผิดทางเข้าไปในช่องคลอด จากนั้นค่อยๆ สอดท่อสวนเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะอย่างนุ่มนวล จนมีน้ำปัสสาวะไหลออกมา ให้คาท่อสวนไว้จนกระทั่งน้ำปัสสาวะหยุดไหล


    8. ดึงท่อสวนปัสสาวะออกมาช้าๆ หลังจากที่น้ำปัสสาวะหยุดไหลแล้ว


    9. เช็ดให้แห้ง


    10. ล้างมือทั้งสองข้างอีกครั้ง



        เคล็ดลับและคำแนะนำ


         การดื่ม


          โดยทั่วไปแนะนำให้ดื่มน้ำประมาณวันละ 2 ลิตร ถ้าแพทย์ที่ดูแลไม่ได้แนะนำเป็นอย่างอื่น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ



         สุขอนามัย


                 การหยิบจับโดยระมัดระวังให้ปราศจากเชื้อโรคสำคัญกว่าความรวดเร็วในการสวนปัสสาวะ คุณจึงควรล้างมือให้สะอาดเสมอเมื่อทำการสวนปัสสาวะ และล้างอุปกรณ์ให้สะอาดตามแนวทางที่แนะนำ



         การขับถ่ายอุจจาระ


          คุณควรขับถ่ายอุจจาระสม่ำเสมอทุกวัน เพราะจะทำให้คุณขับถ่ายปัสสาวะได้หมดง่ายขึ้น คุณจึงควรรับประทานอาหารอย่างสมดุลและมีปริมาณผักและผลไม้ที่มากเพียงพอ ถ้าคุณมีปัญหาท้องผูกควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล

         


        ก่อนการสวนปัสสาวะ


          ก่อนที่จะทำการสวนปัสสาวะทุกครั้ง คุณควรพยายามถ่ายปัสสาวะเช่นปกติเสียก่อนถ้าทำได้ โดยพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานและหลีกเลี่ยงการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อออกแรงเบ่งลงมา



        กรณีที่สอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไปไม่ได้


                ถ้าคุณพบว่ามีแรงต้านขณะสอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะ อย่าใช้แรงมากดันหรือรีบเร่งที่จะสอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไป ให้หยุดสอดและหายใจเข้าออกซ้ำๆ 2 - 3 ครั้งหรือไอเบาๆ พร้อมกับดันสายสวนด้วยแรงคงที่เข้าไปขณะที่กล้ามเนื้อผ่อนคลายสายสวนจะเข้าไปได้ง่าย

        ถ้าคุณยังมีปัญหาสอดเข้าไปไม่ได้อยู่ ให้ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณเพื่อรับคำแนะนำ



         การเดินทาง


          ถ้าคุณจำเป็นต้องเดินทางไกลในช่วงวันหยุดพักผ่อนติดต่อกัน โปรดเตรียมอุปกรณ์ไปให้เพียงพอต่อการใช้งาน อย่าลืมที่แบ่งบางส่วนเก็บไว้ในกระเป๋าถือใกล้ตัวของคุณเพื่อใช้ในยามจำเป็น



         หากพบว่ามีเลือดอยู่บนท่อสวนปัสสาวะ


          การสวนปัสสาวะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อภายในท่อปัสสาวะ แต่จะหายได้เองในไม่ช้า คุณยังสามารถที่จะสวนปัสสาวะด้วยตนเองต่อไป ถ้าคุณต้องใช้แรงมากในการสอดท่อสวน หรือเจ็บปวดมากขณะสวนและมีเลือดออกไม่หยุด คุณควรปรึกษาแพทย์



        การเฝ้าระวังการติดเชื้อ


                การสวนปัสสาวะแต่ละครั้งมีโอกาสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ เพราะว่าเชื้อแบคทีเรียอาจผ่านเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อสวนปัสสาวะได้โดยตรง แนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรักษาหากคุณมีอาการที่อาจเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะดังต่อไปนี้



        คุณควรสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ บ่อยแค่ไหน ?


          ความถี่ของการสวนปัสสาวะเป็นพักๆ ขึ้นกับปริมาณปัสสาวะตกค้างที่เหลืออยู่ในกระเพาะปัสสาวะ คำแนะนำเกี่ยวกับความถี่ในสวนปัสสาวะเป็นพักๆ มีความแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล แนวทางปฏิบัติโดยทั่วไป มีดังนี้



        ปริมาณปัสสาวะตกค้าง

        ความถี่ของการสวน

        > 400 ซีซี

        4-6 ครั้งต่อวัน

        400-300 ซีซี

        3 ครั้งต่อวัน

        300-200 ซีซี

        2 ครั้งต่อวัน

        หรือสวนปัสสาวะบ่อยๆ ตามที่แพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณแนะนำให้ทำ


        คำแนะนำ


        ให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 ถ้วยต่อวัน


        ตวงวัดปริมาณน้ำปัสสาวะแต่ละครั้งที่คุณปัสสาวะได้เองก่อนสวน และปริมาณน้ำปัสสาวะตกค้างที่สวนได้


        สวนปัสสาวะเป็นพักๆ หรือบ่อยๆ ตามที่แพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณแนะนำ

         

         

        ตัวอย่างแบบบันทึกการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ




        เอกสารอ้างอิง

        International Urogynecological Association (IUGA) Intermittent Self Catheterization (ISC): A Guide for Women. 2013.



        ข้อมูลอัพเดตเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562


        ------------------------------------------------------------

        สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
        • Call center : 0-5393-6900-1
        • LINE Official : https://lin.ee/h3Wxyp3
        • Facebook : https://bit.ly/2Kid6X9
        • Youtube : https://bit.ly/3anQsH6
        • Twitter : https://bit.ly/3eACDJ2
        • Instagram: https://bit.ly/2VnrTGo
        • Blockdit : https://bit.ly/2VqvL9D
        • Website: http://sriphat.med.cmu.ac.th

        หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด