ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

ข้อไหล่ติดคืออะไร





กภ. นภกมล บุญราศรี

ที่ปรึกษา พญ. ชนัดดา วงศ์เอกชูตระกูล และ กภ.แคทรียา วนสัณฑ์วงกต

ทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร PI-RH-012-R-00

อนุมัติวันที่ 7 สิงหาคม 2567



ข้อไหล่ติดคืออะไร

ข้อไหล่ติด คือ ภาวะที่เอ็นข้อไหล่หรือเนื้อเยื่อต่าง ๆ หนาตัวและหดสั้น ทำให้ข้อไหล่มีความตึงตัวเพิ่ม และมีอาการปวด อาการมักเริ่มจาก ไม่สามารถยกแขนขึ้นสุด หรือไม่สามารถยกมือเกาหลังได้ 

ระยะเวลาดำเนินโรค แบ่งเป็น ระยะ ดังนี้

1. ระยะปวด Painful freezing phase คือ ระยะที่มีอาการปวดมากและเกิดการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่โดยไม่มีประวัติการได้รับบาดเจ็บ อาจมีอาการปวดตลอดเวลาและปวดมากในเวลากลางคืน

ระยะนี้อยู่ในช่วง 10-36 สัปดาห์แรก

2. ระยะข้อไหล่ติด Adhesive phase คือ ระยะที่อาการปวดลดลง แต่ยังมีการจำกัดการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ อาการปวดอาจพบเฉพาะในช่วงท้ายของมุมการเคลื่อนไหวข้อไหล่ 

ระยะนี้อยู่ในช่วง 4-12 เดือน ซึ่งเป็น*ระยะที่สามารถเริ่มรักษาทางกายภาพบำบัด* เพื่อลดอาการปวดและเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวข้อไหล่

3. ระยะฟื้นตัว Resolution phase คือ ในระยะนี้การยึดรั้งของข้อไหล่จะลดลงและสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ระยะนี้อยู่ในช่วง 12- 42 เดือน 


ท่าบริหารสำหรับผู้ป่วยไหล่ติด

1. การยืดแบบลูกตุ้ม (Pendulum stretch)



ยืนโน้มตัวมาข้างหน้า ปล่อยแขนสบายๆ จากนั้นค่อยๆเหวี่ยงแขนเป็นวงกลมเล็กๆ วนตามเข็มนาฬิกา 10 ครั้ง จากนั้นพัก 1-2 นาที แล้ววนทวนเข็มนาฬิกาอีก 10 ครั้ง เมื่ออาการปวดดีขึ้น สามารถเพิ่มความกว้างของวงการเหวี่ยงแขน และหากต้องการยืดเนื้อเยื่อรอบหัวไหล่เพิ่มขึ้นสามารถถือตุ้มน้ำหนักเบาๆร่วมด้วย ขณะเหวี่ยงแขนได้


2. การยืดด้วยผ้าขนหนู(Towel stretch)


ใช้มือ (ข้างที่ปวดไหล่) ไขว้หลังเพื่อจับปลายผ้าขนหนูด้านล่าง และใช้มืออีกข้างจับปลายผ้าขนหนูด้านบนและออกแรงดึงเพื่อยกแขนข้างที่มีอาการปวด ให้ไขว้หลังได้สูงขึ้น ค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนแขนลงมา ทำซ้ำ 10-20 ครั้ง ต่อวัน


3.  ไต่กำแพงด้านหน้า (Hand walk)



หันหน้าเข้ากำแพง ยืนห่างออกมาเล็กน้อย วางสันมือบนกำแพงจากนั้นค่อยๆ ลากมือขึ้นพร้อมกับเดินเข้าหากำแพง ยกแขนค้างไว้เมื่อรู้สึกตึงบริเวณไหล่ ค้างไว้10วินาที แล้วผ่อนแขนลงมา ทำซ้ำ 10-20 ครั้ง ต่อวัน


4. ไต่กำแพงด้านข้าง (Side hand walk



หันไหล่ข้างที่มีอาการเข้ากำแพง ยืนห่างออกมาเล็กน้อย วางสันมือบนกำแพงจากนั้นค่อยๆ ลากมือขึ้นพร้อมกับเดินเข้าหากำแพง ยกแขนค้างไว้เมื่อรู้สึกตึงบริเวณไหล่ ค้างไว้ 10 วินาที แล้วผ่อนแขนลงมา ทำซ้ำ 10-20 ครั้ง ต่อวัน 


5. ดึงยางออกด้านนอก(Outward rotation)



งอศอก (ข้างที่ปวดไหล่) ในท่าแขนชิดลำตัว มือทั้งสองข้างจับยาง จากนั้นค่อยๆใช้มือ(ข้างที่ปวดไหล่) ดึงยาง หมุนยืดออกไปทางด้านนอกลำตัว ขณะที่ศอกชิดลำตัวเช่นเดิม ยืดค้างไว้ วินาที ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ต่อวัน


6. ดึงยางเข้าหาลำตัว(Inward rotation)


ผูกปลายยางด้านหนึ่งไว้กับที่ยึดเหนี่ยว จากนั้น งอศอก (ข้างที่ปวดไหล่) ในท่าแขนชิดลำตัว ใช้มือจับปลายยางหมุนยืดเข้าหาสะดือ ขณะที่ศอกชิดลำตัวเช่นเดิม ยืดค้างไว้ วินาที ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง ต่อวัน


คำแนะนำเพิ่มเติม

-        ปัจจัยที่สำคัญในการยืดหัวไหล่ให้สามารถเคลื่อนไหวในมุมที่มากขึ้นได้ คือ การยืดหัวไหล่ในความตึงที่เหมาะสมและยืดในระยะเวลานานมากพอ

-        การยืดหัวไหล่ที่มีความตึงน้อยเกินไปจะไม่มีประโยชน์ในการช่วยเพิ่มมุมการเคลื่อนไหวของหัวไหล่ ในขณะที่การยืดหัวไหล่โดยมีความตึงมากเกินไปอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบหัวไหล่ได้ ดังนั้นระหว่างการยืดหัวไหล่ควรสังเกตความตึงในข้อไหล่ให้เหมาะสมและค้างในท่านั้นไว้ อาจเริ่มจาก 10 วินาทีและค่อยๆเพิ่มเวลาให้นานขึ้นได้

-        อาจใช้ถุงน้ำร้อนประคบอุ่นบริเวณหัวไหล่ก่อนยืดไหล่เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อรอบหัวไหล่ได้ดีขึ้น และหากมีอาการปวดตึง หลังยืดหัวไหล่สามารถใช้ถุงน้ำแข็งประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดได้