ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

ปวดไหล่ไม่ทรมาน รักษาได้ ถ้าวินิจฉัยได้ถูกต้อง


ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ 
ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ปวดไหล่
รหัสเอกสาร PI-IMC-128-R-00



   


         อาการปวดไหล่นับว่าเกิดขึ้นได้บ่อยในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุของอาการปวดไหล่นั้นมีได้หลายสาเหตุ เช่น ถุงน้ำบริเวณข้อไหล่มีการอักเสบ เส้นเอ็นบริเวณข้อไหล่เสื่อมคุณภาพ เส้นเอ็นบริเวณข้อไหล่เกิดการฉีกขาด รวมทั้งเกิดการฉีกขาดของแคปซูลที่ข้อไหล่ การเสื่อมสภาพของกระดูกข้อต่อบริเวณไหล่ ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการปวดร้าวลงมาที่ไหล่ อาจเนื่องมาจากหมอนรองกระดูกคอเสื่อมร่วมกับมีการกดทับเส้นประสาทให้มีอาการปวดต้นคอร้าวลงมาที่ไหล่ได้ ทำให้มีอาการเหมือนปวดไหล่ ไหล่ติด ยกไหล่ไม่ขึ้น 






    

        การวินิจฉัยที่ถูกต้องนั้นเป็นสิ่งจำเป็นก่อนให้การรักษาทุกชนิด บางครั้งผู้ป่วยมีอาการปวดก็ชอบไปนวดที่ไหล่ หรือไปทำกายภาพ ที่จริงแล้วก่อนที่จะทำการรักษาด้วยวิธีการใดก็ตาม ผู้ป่วยควรได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเสมอ ซึ่งการวินิจฉัยที่ถูกต้องนั้นได้มาจากการซักประวัติอาการเจ็บปวดบริเวณข้อไหล่ของผู้ป่วย รวมทั้งประวัติการได้รับบาดเจ็บที่บริเวณข้อไหล่มาก่อน ต่อจากนั้นแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินว่าอาการปวดไหล่ที่เป็นนั้นมีสาเหตุมาจากปัญหาที่ข้อไหล่โดยตรง หรือเกิดจากสาเหตุของหมอนรองกระดูกคอเสื่อมร่วมกับมีการกดทับเส้นประสาทจึงทำให้มีอาการปวดร้าวลงมาที่ไหล่และแขนได้ 




 

          นปัจจุบันการใช้เครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) นับว่ามีประโยชน์อย่างมากในการช่วยในการวินิจฉัยและประเมินสภาพของเส้นเอ็นในบริเวณข้อไหล่ ข้อดีของการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง คือ สามารถตรวจได้ง่ายและได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วจากแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการตรวจ ผู้ป่วยไม่ต้องได้รับแสงรังสีซึ่งมีความปลอดภัยต่อผู้ป่วย ราคาไม่แพงมากเหมือนกับการตรวจด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงจะสามารถทำให้แพทย์มองเห็นว่าเส้นเอ็นมีการบวม การอักเสบ การฉีกขาด หรือในบางครั้งที่มีหินปูนเกาะที่เส้นเอ็น ซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบ ผู้ป่วยมีอาการปวดไหล่มากจนไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้ โดยอาการมักจะเป็นแบบเฉียบพลัน การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงก็จะช่วยให้แพทย์ทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว 



 


    การถ่ายภาพเอกซเรย์จะช่วยประเมินลักษณะของกระดูกบริเวณไหล่ว่ามีการเสื่อมของกระดูกข้อไหล่หรือไม่ รวมทั้งในกรณีที่มีหินปูนไปเกาะที่เส้นเอ็นซึ่งทำให้เกิดการอักเสบก็สามารถเห็นได้จากภาพเอกซเรย์ รวมทั้งประเมินดูว่าลักษณะทั่วไปของกระดูกข้อไหล่ไม่มีการถูกทำลาย ซึ่งอาจจะพบได้บ้างแต่ไม่มากที่กระดูกบริเวณหัวไหล่ เกิดเนื้องอกและมีการทำลายกระดูกบริเวณข้อไหล่และทำให้เกิดอาการปวด  


    นอกจากการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงและภาพถ่ายเอกซเรย์แล้ว ยังมีการตรวจด้วยเครื่องคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือการตรวจด้วย MRI ซึ่งจะทำให้เห็นลักษณะของกายวิภาค เส้นเอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก และข้อไหล่ได้อย่างชัดเจน รวมทั้งพยาธิสภาพที่เกิดในบริเวณข้อไหล่ เช่น เส้นเอ็นฉีกขาด หินปูนในเส้นเอ็นทำให้เกิดการอักเสบ เส้นเอ็นเสื่อมสภาพ มีการบวม การฉีกขาดของแคปซูลในข้อไหล่ การวินิจฉัยที่ถูกต้องจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการให้การรักษาที่ถูกต้อง เพราะในผู้ป่วยบางรายยังไม่ทราบสาเหตุของอาการปวดไหล่ ก็มักจะไปรับการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนวด การทำกายภาพบำบัด ซึ่งถ้าเป็นในกรณีที่มีการฉีกขาดของเส้นเอ็นในบริเวณข้อไหล่ หรือการอักเสบของเส้นเอ็นก็จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดมากยิ่งขึ้น 


แนวทางการรักษา 


เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแล้ว ถ้าเส้นเอ็นมีการอักเสบ เสื่อมสภาพ เส้นเอ็นขาดไม่มาก แพทย์อาจทำการรักษาโดย

 

    1. การให้ยาลดการอักเสบ และยาลดปวดชนิดรับประทาน เพื่อบรรเทาอาการปวดในบริเวณข้อไหล่ 


    2. การฉีดยาเพื่อลดการอักเสบเข้าที่บริเวณข้อไหล่ เพื่อลดการอักเสบของเส้นเอ็นและเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆบริเวณข้อไหล่ ยาที่ใช้ฉีดมี 2 ประเภท คือ 1.ยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดเฉพาะที่  2.ยาลดการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ ซึ่งจะนำยาชนิดใดชนิดหนึ่งมาผสมร่วมกับยาชาแล้วฉีดเข้าไปยังตำแหน่งที่มีการอักเสบของเส้นเอ็น โดยใช้เครื่องคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เป็นตัวนำเพื่อระบุตำแหน่งที่จะฉีดยา ซึ่งจะทำให้แพทย์ผู้ทำการฉีดยาสามารถฉีดยาเข้าไปในตำแหน่งที่มีการอักเสบได้ถูกต้องแม่นยำ และไม่ได้ฉีดเข้าไปที่บริเวณเส้นเอ็นโดยตรง เพราะถ้าฉีดยาเข้าไปในตำแหน่งเส้นเอ็นโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดใดก็ตาม ก็จะทำให้เกิดการขาดของเส้นเอ็นได้ ลดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดยาเข้าบริเวณหัวไหล่ได้มาก






























ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphat