ความรู้จากแพทย์ศรีพัฒน์

โรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia หรือ BPH)




อ.นพ.วิศัลย์  อนุตระกูลชัย

ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-146-R-00




ต่อมลูกหมาก (Prostate) คือ อวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์เพศชาย อยู่บริเวณรอบท่อปัสสาวะส่วนต้นใต้ท่อกระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ


         โดยต่อมลูกหมากโตมักจะเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีและมักจะไม่มีอาการใดๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มแสดง อาการเมื่ออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และอุบัติการณ์ของต่อมลูกหมากโตจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น จาก การที่ต่อมลูกหมากอยู่รอบท่อปัสสาวะ เมื่อมีการโตขึ้นของต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการกดเบียดท่อปัสสาวะ ได้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยเวลาปัสสาวะจะมีปัญหาปัสสาวะขัด ปัสสาวะต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น ในบางรายที่มี อาการรุนแรงมาก อาจจะทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้



สาเหตุของโรคต่อมลูกหมากโต


         ยังไม่มีหลักฐานการยืนยันถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคต่อมลูกหมากโต แต่คาดว่าจะสัมพันธ์กับระดับของฮอร์โมนเพศชาย

 

อาการของโรคต่อมลูกหมากโต


         โดยอาการแสดงของโรคต่อมลูกหมากโต จะเกิดจากการที่ต่อมลูกหมากมีการกดเบียดท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการที่เกี่ยวข้องกับการปัสสาวะ ซึ่งจะแบ่งได้เป็น กลุ่มอาการ คือ

 

1. อาการระคายเคืองทางเดินปัสสาวะ (Irritative symptoms)


          อาการปัสสาวะบ่อย (Frequency)


          อาการปัสสาวะเร่งรีบ (Urgency) มีการปวดปัสสาวะแล้วต้องรีบไปปัสสาวะ โดยไม่สามารถปฏิเสธหรือเลื่อนการปัสสาวะครั้งนั้นไปได้ ซึ่งในผู้ป่วยบางคนอาจจะมีปัญหาปัสสาวะเล็ดราดร่วมด้วยได้    (Urge urinary incontinence)


          อาการที่ต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน (Nocturia) คือ ขณะนอนหลับมีการตื่นมาปัสสาวะมากกว่า ครั้งต่อคืน

 


2. อาการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ (Obstructive symptoms)


          ปัสสาวะไม่พุ่ง (Decreased force of urination) ผู้ป่วยอาจจะบอกว่าปัสสาวะไม่พุ่งหรือมีลำปัสสาวะเล็กลง เนื่องจากอาการจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงมักจะไม่ใส่ใจ


          ปัสสาวะออกช้า (Urinary hesitancy) คือ เวลาจะปัสสาวะตอนเริ่มต้นออกช้า ต้องใช้เวลาสักพัก ปัสสาวะถึงจะออกมาได้ ซึ่งโดยปกติในการขับปัสสาวะหลังจากที่มีการคลายหูรูดแล้ว ปัสสาวะก็จะออกมาทันที


          ลำปัสสาวะสะดุด (Intermittency) ลำปัสสาวะมีการขาดหรือสะดุดเป็นช่วงๆ


          ปัสสาวะหยดตอนท้าย (Postvoid dribbling) การที่มีปัสสาวะหยดออกมาหลังจากปัสสาวะเสร็จ มักเกิดจากมีปัสสาวะค้างอยู่ในท่อปัสสาวะ


          เบ่งปัสสาวะ (Staining) มีการใช้แรงดันจากช่องท้องในการปัสสาวะ ซึ่งโดยปกติเวลาปัสสาวะจะไม่ใช้แรงดันจากช่องท้อง     


          ปัสสาวะค้าง (Incomplete emptying) อาการที่ยังรู้สึกว่าปัสสาวะไม่สุด รู้สึกว่ามีปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ




การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต


          ซักประวัติคนไข้โดยละเอียด


          ตรวจร่างกาย โดยรวมไปถึงการตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination) เพื่อตรวจและประเมินขนาดของต่อมลูกหมากว่าผิดปกติหรือไม่ โดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปในทวารหนักและตรวจคลำต่อมลูกหมาก


          ตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจดูว่ามีการอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ หรือมีเลือดปนมาในปัสสาวะหรือไม่


          ตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ ในกรณีที่มีการอักเสบติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ


          นอกจากนี้ อาจจะทำการทดสอบเพื่อวัดอัตราการไหลของปัสสาวะและปริมาณปัสสาวะที่สามารถปัสสาวะออกมาได้ รวมไปถึงวัดปริมาณปัสสาวะที่ค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ


          การตรวจคัดกรองหามะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA)


          การส่องกล้องผ่านทางท่อปัสสาวะ เพื่อประเมินขนาดของต่อมลูกหมากที่มากดเบียดท่อปัสสาวะ




การรักษาโรคต่อมลูกหมากโต


          หากแพทย์ประเมินอาการแล้วพบว่ามีอาการเพียงเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องรักษาหรืออาจจะใช้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้แก่ หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมากเกินไป โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน งดดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานๆ หลีกเลี่ยงอาการท้องผูก

 

         รักษาโดยการใช้ยา ซึ่งยาที่นำมาใช้รักษาจะมีอยู่ กลุ่มได้แก่


         ยาคลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากให้คลายตัวลง (alpha-blockers)


         ยาช่วยลดขนาดต่อมลูกหมาก (5-alpha reductase inhibitor)


        • ยาในกลุ่มสมุนไพร


 

        • รักษาโดยการผ่าตัด ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด ได้แก่


        • ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา


        • ปัสสาวะไม่ออกหลายครั้ง (Refractory urinary retention)


        • ปัสสาวะเป็นเลือดซ้ำซาก (Recurrent hematuria)


        • ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซ้ำซาก (Recurrent urinary tract infection)


        • เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ (Vesical calculi)


        • เกิดภาวะไตวายซึ่งส่งผลมาจากต่อมลูกหมากโต


       

        ซึ่งการผ่าตัดที่ถือว่าเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน คือ การผ่าตัดด้วยการส่องกล้องคว้านต่อมลูกหมาก    (TransUrethral Resection of Prostate : TURP) เพื่อตัดเอาเนื้อต่อมลูกหมากที่มีการกดเบียดท่อปัสสาวะออก โดยศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะสอดกล้องผ่านท่อปัสสาวะเข้าสู่ตำแหน่งของต่อมลูกหมาก โดยที่ปลายกล้องจะมีเครื่องมือผ่าตัด ลักษณะเป็นเส้นลวดไฟฟ้า ใช้สำหรับตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดเบียดท่อปัสสาวะเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วล้างเอาชิ้นเนื้อนั้นออกมาส่งตรวจ


         ในกรณีที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มาก ศัลยแพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ซึ่งจะมีความเสี่ยงในการเสียเลือดมากขึ้น




การป้องกันการเกิดโรคต่อมลูกหมากโต


        • ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดในการป้องกันการเกิดต่อมลูกหมากโต