ปวงข่าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

Myofascial Pain Syndrome (MPS) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด

พญ.ชนัดดา  วงศ์เอกชูตระกูล

แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-072-R-00 


Myofascial Pain Syndrome (MPS) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อยแต่บั่นทอนความสุขได้มาก 


ผู้ป่วยในกลุ่มนี้มักมีอาการอย่างไร

    -  อาการปวดตื้อๆ ที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจน พบบ่อยบริเวณต้นคอ บ่า สะบัก และบั้นเอว

    -  อาจมีอาการปวดร้าวไปเฉพาะที่ได้ เช่น ปวดบ่าขวาร้าวขึ้นก้านคอหรือขมับขวา เป็นต้น

    -  อาจปวดตลอดเวลา หรือปวดเมื่อมีการใช้งานกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ


ปวดไหล่ เมื่อยหลัง ทำไมรักษาไม่หาย

        การอยู่ในท่าทางที่ผิดปกติเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อหดตัวผิดปกติ เกิดของเสียคั่งในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เมื่อรับการรักษาโดยการใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดอาการอักเสบต่างๆ จึงลดอาการปวดเพียงชั่วคราว หากกลับไปทำงานในลักษณะเดิมอีก เกิดการสะสมของเสียในกล้ามเนื้อมากขึ้นอีก ก็จะกระตุ้นให้กลับไปมีอาการปวดได้อีกครั้ง 



รักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ควรทำอย่างไร 

        รักษาให้หายขาดและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้ หากผู้ป่วยได้รับคำแนะนำ กลับไปค้นหาและแก้ไขท่าทางที่ผิดปกติในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มสังเกตท่าทางที่มักอยู่ในท่านั้นเป็นเวลานานๆ หรือสังเกตจากกิจกรรมที่มักกระตุ้นให้มีอาการปวด เช่น หลังจากเขียนหนังสือบนโต๊ะทำงานเป็นเวลานาน มักมีอาการปวดเมื่อยบ่าสองข้าง อาจเกิดจากท่านั่งที่พยายามยักไหล่เพื่อเขียนหนังสือเนื่องจากโต๊ะสูงเกินไป  เป็นต้น


ท่าทางที่เหมาะสมเป็นอย่างไร

        การนั่ง ยืน เดินและนอน ควรอยู่ในลักษณะที่กล้ามเนื้ออยู่ในสภาพสมดุล หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนตัวเอียง เอี้ยวตัว หลังค่อม ห่อไหล่ ศีรษะควรตั้งตรงหลีกเลี่ยงการก้มหรือเงยหน้านานๆ  นอกจากนี้สิ่งแวดล้อม เช่น โต๊ะทำงาน หน้าจอและแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ก็ควรอยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง มีขนาดที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายผู้ใช้งานด้วย


จำเป็นต้องอยู่ในท่าเดิมตลอดวัน ควรทำอย่างไร

    - ควรหยุดพักเปลี่ยนท่าเป็นช่วงๆ ระหว่างวัน เช่น ลุกยืน บิดตัวไปมา 

    - หากเริ่มมีอาการตึงกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่ง ควรยืดกล้ามเนื้อใน ท่าเฉพาะ ต่อกล้ามเนื้อมัดนั้น โดยยืดค้างไว้ประมาณ 30 วินาทีต่อครั้ง ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง วันละ 2-3 รอบ แต่หากทำแล้วมีอาการปวดมากขึ้น ควรหยุดทันทีแล้วมาปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้การใช้ถุงน้ำร้อนพันผ้าประคบบริเวณที่มีอาการปวดตึง ก่อนทำการยืดกล้ามเนื้อ จะช่วยลดอาการปวดและเพิ่มความยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ง่ายขึ้นด้วย 


ท่าทางการยืดกล้ามเนื้อมัดที่พบว่ามีอาการปวดเมื่อยได้บ่อยคือ
    1. กล้ามเนื้อคอ        
หากมีปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูกคอ หรือทำแล้วปวดมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการทำท่านี้




    2. กล้ามเนื้อบ่า 



    3. กล้ามเนื้อสะบัก 




    4. กล้ามเนื้อหลัง




5. กล้ามเนื้อสะโพก


  

    เมื่อไรควรปรึกษาแพทย์

        อาการปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง เกิดได้จากหลายสาเหตุนอกจากปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ดังนั้น หากมีอาการปวดคอ ปวดหลัง ร่วมกับอาการดังต่อไปนี้
    - เริ่มปวดเมื่ออายุมากกว่า 55 ปี หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคมะเร็ง โรคกระดูกพรุน หรือใช้ยากดภูมิคุ้มกัน
    - มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ไข้ ชามือ ชาเท้า อ่อนแรงแขนขา ปัสสาวะ อุจจาระราดเป็นต้น

    - ปวดแม้ในขณะอยู่เฉยๆ หรือปวดมากจนรบกวนการนอน และการใช้ชีวิตประจำวัน
    - อาการปวดเมื่อยไม่ดีขึ้นหรือปวดมากขึ้น หลังปรับท่าทางในชีวิตประจำวันและยืดกล้ามเนื้อเอง
ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู หรือศัลยแพทย์กระดูก เพื่อช่วยวินิจฉัยสาเหตุของอาการปวดและให้การรักษาที่ถูกต้องต่อไป



ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter