ปวงข่าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับเอ็นยึดกระดูกหรือกล้ามเนื้อ ในสตรีที่มีอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน ใครว่าเป็นเรื่องไกลตัว?

ผศ.นพ.ชัยเลิศ พงษ์นริศร

หัวหน้าหน่วยนรีเวชทางเดินปัสสาวะและอุ้งเชิงกราน

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-106-R-00


เรื่องที่คุณผู้หญิงควรรู้เมื่อมีปัญหามดลูกและหรือช่องคลอดหย่อน


        1. การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับเอ็นยึดกระดูกหรือกล้ามเนื้อคืออะไร ?
        2. ก่อนการผ่าตัดคุณจะประสบกับอะไรบ้าง ?
        3. หลังการผ่าตัดคุณจะประสบกับอะไรบ้าง ?
        4. การผ่าตัดมีผลสำเร็จเป็นอย่างไร ?
        5. มีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง ?
        6. เมื่อไรคุณจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติประจำ ?

        การยื่นย้อยของช่องคลอดหรือมดลูกเป็นภาวะที่พบบ่อย พบว่าร้อยละ 11 ของสตรี จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะนี้ตลอดช่วงวัยของชีวิต การยื่นย้อยดังกล่าวมักเกิดจากความเสียหายของเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่พยุงมดลูกและช่องคลอดซึ่งเกิดขึ้นในขณะคลอด

        อาการของการยื่นย้อยนี้ ได้แก่ มีก้อนนูนออกหรือรู้สึกตึงแน่นในช่องคลอด หรือมีก้อนยื่นพ้นปากช่องคลอดออกมาด้านนอก อาจทำให้มีรู้สึกถ่วงๆ หรือหน่วงๆ ลงมาในช่องคลอด หรือปวดหลังส่วนล่าง และขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระลำบาก ในผู้ป่วยบางคนอาจรบกวนการมีเพศสัมพันธ์เล็กน้อยไปจนขัดขวางการมีเพศสัมพันธ์

 








รูปที่ 1 การยื่นย้อยของมดลูก











รูปที่ 2 ช่องคลอดส่วนยอด (หลังผ่าตัดมดลูก)หย่อนร่วมกับภาวะยื่นย้อยของกระเพาะปัสสาวะและไส้ตรง

 

การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับเอ็นยึดกระดูกหรือกล้ามเนื้อคืออะไร ?
        การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับเอ็นยึดกระดูก เป็นการผ่าตัดเพื่อทำให้การพยุงของมดลูกหรือช่องคลอดส่วนบน (ส่วนยอดของช่องคลอดของผู้ป่วยที่เคยได้รับการผ่าตัดมดลูก) กลับคืนเป็นปกติ โดยผ่าตัดผ่านทางช่องคลอดเข้าไปเพื่อเย็บปากมดลูก หรือช่องคลอดส่วนยอดเข้ากับเอ็นยึดกระดูกที่แข็งแรง ซึ่งมีชื่อว่า Sacrospinous ligament ด้วยวัสดุเย็บที่คงอยู่ถาวร หรือค่อยๆ ถูกดูดซึมเมื่อเวลาผ่านไปก็ได้ เพราะในที่สุดจะถูกแทนที่ด้วยเนื้อเยื่อแผลเป็น (Scar) ซึ่งทำหน้าที่พยุงช่องคลอดหรือมดลูกต่อไป การผ่าตัดนี้มักทำร่วมกับการผ่าตัดมดลูกผ่านทางช่องคลอดและ/หรือผ่าตัดอื่นๆ เพื่อแก้ไขภาวะยื่นย้อยของกระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ หรือแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดราด














รูปที่ 3 การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอดส่วนยอดกับเอ็นยึดกระดูกทั้งสองข้าง

 


 












รูปที่ 4 การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอดส่วนยอดและมดลูกกับเอ็นยึดกระดูกข้างขวา


        การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับกล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกราน เป็นการผ่าตัดคล้ายคลึงกับการผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับเอ็นยึดกระดูก แต่เย็บแขวนช่องคลอดส่วนยอดหรือปากมดลูกกับเยื่อพังผืดที่คลุมกล้ามเนื้อ ชื่อว่า Ileococcygeus แทนเอ็นยึดกระดูก ผลการผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อนเฉกเช่นเดียวกับการผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูก กับเอ็นยึดกระดูก















รูปที่ 5 การผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอดส่วนยอดกับกล้ามเนื้อทั้งสองข้าง


ก่อนการผ่าตัดคุณจะประสบกับอะไรบ้าง ?

        

        คุณจะได้รับการซักประวัติถามถึงสุขภาพทั่วไป และยาที่รับประทานเป็นประจำ รวมทั้งการสืบค้นต่างๆ ที่จะจำเป็น ตัวอย่างเช่น การตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การเอ็กซเรย์ทรวงอก นอกจากนั้น คุณจะได้รับสารสนเทศเกี่ยวกับการรับเข้าโรงพยาบาล การพักในโรงพยาบาล การผ่าตัด การดูแลก่อนและหลังผ่าตัด


หลังการผ่าตัดคุณจะประสบกับอะไรบ้าง ?


        เมื่อคุณตื่นฟื้นจากยาระงับความรู้สึก คุณจะได้รับการให้สารน้ำหยดเข้าทางหลอดเลือดดำ และอาจใส่สายสวนปัสสาวะ แพทย์อาจใส่ผ้ากอซไว้ในช่องคลอดเพื่อช่วยกดห้ามเลือดออกในเนื้อเยื่อ ซึ่งทั้งผ้ากอซและสายสวนปัสสาวะจะได้รับการถอดออกภายในเวลา 24 - 48 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

        ในช่วง 4 - 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด อาจมีตกขาวเป็นสีขาวอมเหลืองคล้ายครีมได้เป็นปกติเกิดขึ้นได้เพราะว่ามีวัสดุเย็บแผลในช่องคลอด โดยตกขาวนี้จะมีปริมาณลดลงไปเรื่อยๆ และหายไปในที่สุดเมื่อวัสดุเย็บถูกดูดซึมหายไป หากตกขาวของคุณมีกลิ่นเหม็นผิดปกติให้กลับมาพบแพทย์ นอกจากนี้ คุณอาจมีตกขาวปนเลือดเล็กน้อยหลังผ่าตัดทันที หรือเริ่มเกิดขึ้นหลังผ่าตัดประมาณ 1 สัปดาห์  เลือดที่เห็นมักมีลักษณะจางๆ และมีสีน้ำตาลแบบเลือดเก่าๆ ซึ่งเป็นผลจากการสลายตัวของลิ่มเลือดที่ค้างอยู่ใต้ผิวช่องคลอดไหลปนตกขาวออกมาซึ่งจะหยุดได้เอง



การผ่าตัดมีผลสำเร็จเป็นอย่างไร ?


        กล่าวโดยทั่วไป ผลการผ่าตัดมีอัตราสำเร็จอยู่ที่ร้อยละ 80-90 แต่มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำในอนาคต หรือมีช่องคลอดด้านอื่นยื่นย้อยเกิดขึ้นใหม่ ซึ่งคุณอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขอีกต่อไป


มีภาวะแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง?


    การผ่าตัดเย็บแขวนเอ็นยึดมดลูกนั้น ย่อมมีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิดที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้เสมอ ต่อไปนี้ คือ ภาวะแทรกซ้อนทั่วไปที่สามารถเกิดขึ้นตามหลังการผ่าตัดใดๆ ก็ตาม



        ปัญหาทางวิสัญญี ซึ่งพบน้อยมากในปัจจุบัน เนื่องจากเครื่องดมยาสลบ ยาที่ใช้ในการระงับความรู้สึกและเครื่องมือที่ใช้เฝ้าสังเกตผู้ป่วย มีความทันสมัยขึ้นกว่าในอดีต การผ่าตัดสามารถทำได้ภายใต้การระงับความรู้สึกเฉพาะที่ หรือการดมยาสลบทั่วไป วิสัญญีแพทย์ผู้ดูแลจะอภิปรายถึงวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับคุณ 

                 

        เลือดออก ภาวะเลือดออกที่รุนแรงและจำเป็นต้องได้รับเลือดนั้น พบน้อยหลังการผ่าตัดทางช่องคลอดทั่วไป            


        การติดเชื้อหลังผ่าตัด แม้ว่าจะให้ยาปฏิชีวนะก่อนผ่าตัด และพยายามทุกวิถีทางที่จะให้การผ่าตัดปลอดเชื้ออย่างที่สุด แต่มีโอกาสเล็กน้อยที่จะเกิดการติดเชื้อในช่องคลอดและอุ้งเชิงกรานอยู่บ้าง อาการของการติดเชื้อได้แก่ ตกขาวมีกลิ่นเหม็นออกทางช่องคลอด ไข้ และปวดในอุ้งเชิงกราน หรือไม่สบายในช่องท้อง หากคุณรู้สึกไม่ปกติให้กลับมาพบแพทย์

               

        การติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ) เกิดขึ้นประมาณร้อยละ 6 ของผู้ป่วยหลังผ่าตัดและพบบ่อยยิ่งขึ้นในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ อาการที่พบ ได้แก่ อาการปัสสาวะแสบหรือเจ็บเหมือนเข็มตำ ปัสสาวะบ่อย และบางครั้งน้ำปัสสาวะมีเลือดปนได้ โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ง่ายด้วยยาปฏิชีวนะ

ต่อไปนี้คือภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องเฉพาะกับการผ่าตัดเย็บแขวนช่องคลอด/มดลูกกับเอ็นยึดกระดูกหรือกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน


        ปวดบริเวณก้น พบได้ประมาณ 1 ใน 10 ของผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแบบนี้ ซึ่งเกิดขึ้นในสัปดาห์แรกๆ หลังผ่าตัด และอาการจะดีขึ้นได้เอง สามารถแก้ไขด้วยการให้ยาระงับปวด นอกจากนี้ ยังพบอาการเจ็บแปลบหรือแสบในไส้ตรงได้ แต่เป็นอยู่ในระยะเวลาสั้นๆ


        ท้องผูก เป็นปัญหาระยะสั้นที่พบบ่อย และแพทย์อาจสั่งยาระบายเพื่อรักษา ให้พยายามรับประทานอาหารที่มีเส้นใย และดื่มน้ำปริมาณมากจะช่วยให้อาการดีขึ้น


        เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ สตรีบางรายอาจมีอาการเจ็บปวด หรือรู้สึกไม่สบายในอุ้งเชิงกรานขณะมีเพศสัมพันธ์หลังผ่าตัด แม้ว่าจะได้พยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นทุกวิถีทางแล้วก็ตาม สตรีบางรายพบว่าการร่วมเพศนั้นสะดวกสบายมากขึ้นหลังผ่าตัด



เมื่อไรคุณจึงจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติประจำ ?


        ภายในระยะเวลา 1 เดือนหลังผ่าตัด คุณควรจะสามารถขับขี่และทำกิจกรรมเบาๆ เช่น การเดินเป็นระยะทางสั้นๆ คุณควรหลีกเลี่ยงการยกสิ่งของที่มีน้ำหนักมาก และการเล่นกีฬาเป็นเวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์เพื่อให้แผลหายสนิทก่อน โดยทั่วไปแนะนำให้วางแผนหยุดงานนาน 4 - 6 สัปดาห์หลังผ่าตัด แพทย์จะเป็นผู้แนะนำเรื่องนี้แก่คุณ ขึ้นกับประเภทของงานและชนิดของการผ่าตัดที่คุณได้รับ


     คุณควรรอเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก่อนที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ สตรีบางคนอาจจำเป็นต้องใช้สารหล่อลื่นช่วยขณะมีเพศสัมพันธ์ สารหล่อลื่นนี้สามารถซื้อหาได้ตามร้านขายยาหรือซุปเปอร์มาร์เกตทั่วไป แพทย์อาจแนะนำให้คุณใช้ยาครีมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนทาเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือใช้ห่วงพยุงในช่องคลอด


      หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาอ่านบทความเรื่อง "สตรีที่มีอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน", "ภาวะปัสสาวะเล็ดขณะออกแรง"


31  สิงหาคม  2556
แก้ไขปรับปรุง 16  กุมภาพันธ์ 2559
เอกสารอ้างอิง
International Urogynecological Association (IUGA). Sacrospinous Fixation/Ileococcygeus Suspension: A Guide for Women. 2011

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1 / คลินิกสูตินรีเวช : 0-5393-6830
Line iD : @sriphatcenter