Knowledge



 



อ.พญ.กรองพร  องค์ประเสริฐ

กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาพัฒนาการและพฤติกรรม

รหัสเอกสาร PI-IMC-165-R-00


โรคสมาธิสั้น 

(attention deficit hyperactivity disorder - ADHD)

โรคซนสมาธิสั้น คืออะไร ?

        คือ ภาวะที่สมองในส่วนควบคุมพฤติกรรมทำงานบกพร่อง พบได้บ่อยประมาณ ร้อยละ 2-7 ของเด็กวัยเรียน พบในเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิง

 

มีอาการอย่างไร ?


      มีพฤติกรรมหลายข้อ ของอาการ 3 ด้าน ต่อไปนี้


        1.   ซนอยู่ไม่นิ่ง เช่น มักจะลุกเดิน วิ่ง ปีนป่าย นั่งไม่ติดที่


        2.   ขาดสมาธิสั้น เช่น วอกแวก เวลาพูดด้วยเหมือนไม่ตั้งใจฟัง ทำงานไม่เสร็จตามที่สั่ง หรือตกหล่น


        3.   หุนหันพลันแล่น เช่น ไม่อดทนต่อการรอคอย พูดแทรก  วู่วาม


       แต่ก็อาจมีบางครั้งที่ทำได้ดี ผู้ปกครองหรือคุณครูมักจะมองว่าเป็นเด็กคลองแคล่ว ดูฉลาด ถ้าอยากทำก็ทำงานได้ดี แต่มักจะไม่ยอมทำ หรือบ่อยครั้งที่เผลอทำสิ่งที่ผิดพลาด เมื่อนึกได้จะแสดงความเสียใจ ขอโทษ แต่ไม่นานก็กลับไปทำซ้ำอีก

 

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคสมาธิสั้น หรือซนตามประสาเด็ก ?


        การวินิจฉัยโดยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมจากหลายแหล่ง โดยเฉพาะจากผู้ปกครองและคุณครูที่มีความใกล้ชิดกับเด็ก โดยจะนำข้อมูลที่ได้มาประเมิน ร่วมกับแบบทดสอบถามตามมาตรฐาน เพื่อประเมินว่าเข้าเกณฑ์การวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งปัญหาทางพฤติกรรมจะต้องพบมากกว่า 1 สถาน- การณ์ เช่น ที่บ้าน ที่โรงเรียน และสถานการณ์อื่นที่ต้องเข้าสังคม เริ่มสังเกตได้ก่อนอายุ 12 ปี มีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เช่น การเรียน การปรับตัวเข้าสังคม อารมณ์ และความมั่นใจในตัวเอง


        นอกจากนี้ แพทย์จะประเมินหาสาเหตุอื่นที่อาจทำให้เด็กมีอาการคล้ายๆ กับโรคสมาธิสั้น เช่น ความผิดปกติของระดับฮอร์โมนหรือขาดสารอาหารบางอย่าง พัฒนาการล่าช้า หรือการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น เพื่อให้การดูแลรักษาที่ถูกต้อง

 

สาเหตุของโรคสมาธิสั้นคืออะไร?


        บางส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม เช่น พ่อแม่ที่เป็นสมาธิสั้น มีโอกาสที่ลูกจะเป็นสมาธิสั้นมากกว่าทั่วไป และปัจจัยอื่นๆ เช่น ระหว่างตั้งครรภ์มารดาใช้สารเสพติด คลอดก่อนกำหนด อย่างไรก็ตามส่วนมากของเด็กที่มีโรคสมาธิสั้นยังไม่ทราบสาเหตุ

 

การรักษามีแนวทางอย่างไรบ้าง?


        มีทางเลือกในการรักษาหลายแนวทาง โดยแนะนำให้ใช้วิธีการต่างๆ ร่วมกัน เช่น การปรับสภาพแวดล้อม ปรับพฤติกรรมโดยผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด หรือจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกิจกรรมบำบัด รวมถึงการใช้ยา ซึ่งการรักษาจะได้ผลดีเมื่อมีการออกแบบให้เหมาะสมกับเด็กและครอบครัวของแต่ละคน ซึ่งจะมีจุดแข็งและจุดอ่อนไม่เหมือนกัน

 

หลักการสำคัญในการดูแลเมื่อสงสัยว่าลูกซนกว่าปกติ


        หากมีอาการไม่รุนแรง คุณพ่อคุณแม่สามารถหาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลเด็กที่มีภาวะซนสมาธิสั้นและให้การดูแลเบื้องต้น


         ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่เป็นไปได้ของอาการซุกซนและให้การดูแลตามสาเหตุ เมื่อดูแลเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้นหรือความซุกซนเริ่มทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น ถูกดุบ่อยๆ จนขาดความมั่นใจ จนไม่กล้าหรือปฏิเสธที่จะพยายามทำงานที่ต้องใช้สมาธิ เริ่มมีปัญหาในการเข้าสังคม หรือเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ


         ปัจจุบันมีเด็กๆ ที่ถูกสงสัยว่าจะเป็นโรคสมาธิสั้นเพิ่มมากขึ้น บางคนถูกดุ ถูกลงโทษ จนทำให้มีผลกระทบกับจิตใจ และการมองภาพลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งผลกระทบเหล่านี้อาจส่งผลเสียระยะยาวมากกว่าความซุกซนที่เกิดขึ้น


        ที่จริงเด็กๆ รักคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด การที่เผลอซนจนทำให้ถูกดุ ถูกว่าบ่อยๆ เป็นเรื่องที่ตัวเด็กเองก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ มั่นคง และมีเมตตา จากคุณพ่อคุณแม่ (คนที่รู้จักเด็กดีที่สุด) จะช่วยให้ดีขึ้นได้ หรืออย่างน้อยก็ลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา


สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่

• Call center : 0-5393-6900-1
• LINE Official : https://lin.ee/h3Wxyp3
• Facebook : https://bit.ly/2Kid6X9
• Youtube : https://bit.ly/3anQsH6
• Twitter : https://bit.ly/3eACDJ2
• Instagram: https://bit.ly/2VnrTGo
• Blockdit : https://bit.ly/2VqvL9D
• Website: http://sriphat.med.cmu.ac.th

หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด