Knowledge


ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร PI-IMC-126-R-00




        

        ท่านผู้อ่านคงเคยมีประสบการณ์ของการปวดไหล่ โดยเฉพาะเวลาบิดหมุนข้อไหล่ อาการปวดไหล่มีสาเหตุในการเกิดมากมายหลายอย่าง ซึ่งอาจเกิดจากปัญหาภายในข้อไหล่เอง อาจจะเกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็น กล้ามเนื้อที่อยู่รอบๆ บริเวณข้อไหล่ ซึ่งอาการปวดไหล่มักจะมีอาการแย่ลง และปวดเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ อาการปวดมักจะเริ่มมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่ และร้าวไปยังบริเวณต้นแขน โดยเฉพาะคุณสุภาพสตรี อาจจะมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่เมื่อหมุนไหล่ในการใส่เสื้อชุดชั้นใน หรือเสื้อยืด บางครั้งอาการปวดหัวไหล่อาจเกิดจากโรคหมอนรองกระดูกต้นคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการปวดร้าวมายังที่บริเวณหัวไหล่ ตามเส้นประสาทที่ถูกกดทับ


        อาการปวดไหล่ส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาการอักเสบ และการเสื่อมของเนื้อเยื่ออ่อน เช่น กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น มากกว่าเกิดจากกระดูก ส่วนใหญ่มักแบ่งได้เป็น


        • เส้นเอ็นอักเสบและถุงน้ำอักเสบ : เส้นเอ็นมีลักษณะเป็นเส้น เป็นส่วนต่อระหว่างกล้ามเนื้อและกระดูก เส้นเอ็นอักเสบส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากกระบวนการเสื่อมสลายที่เกิดขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการปวดไหล่เพียงเล็กน้อย อาการจะเป็นๆ หายๆ เริ่มมีอาการอ่อนแรงของข้อไหล่ และข้อไหล่เคลื่อนไหวลำบาก โดยเฉพาะท่าที่ยกแขนขึ้นไปเหนือศีรษะ อาการเส้นเอ็นอักเสบชนิดเฉียบพลันอาจจะหายไปได้ถ้าผู้ป่วยหยุดกิจกรรมที่ทำให้เกิดอาการเป็นระยะเวลานานพอสมควรเพื่อที่จะให้ไหล่ได้พัก ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดเส้นเอ็น และการประคบด้วยความร้อน ถ้าอาการรุนแรงมากขึ้นผู้ป่วยอาจต้องรับประทานยาลดการอักเสบ หรือการฉีดยาสเตียรอยด์ ถ้ารักษาด้วยการรับประทานยาและฉีดยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจจะต้องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพิ่มเติม เพื่อดูว่ามีการฉีกขาดของเส้นเอ็นหรือไม่ และตรวจแยกโรคอื่นออกไป


        • การเกิดหินปูนภายในเส้นเอ็นที่ยึดเกาะบริเวณข้อไหล่ก่อให้เกิดการอักเสบ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณหัวไหล่ขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน ไม่สามารถขยับข้อไหล่ได้เพราะมีอาการเจ็บปวดเป็นอย่างมาก


        • โรคข้อไหล่ติด ผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคข้อไหล่ติดยึด ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคนี้ประมาณร้อยละ 10–20 อาการข้อไหล่ติดมักเกิดในช่วงอายุประมาณ 40–65 ปี เกิดในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น เช่น มีการจำกัดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ การผ่าตัด โรคซึมเศร้า โรคหมอนรองกระดูกต้นคอเสื่อม ซึ่งอาจปวดร้าวมาที่ไหล่ทำให้ผู้ป่วยไม่ยอมขยับไหล่แล้วทำให้ข้อไหล่ติด แพทย์จะทำการตรวจร่างกายทดสอบการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ ดูว่ามีข้อไหล่ติด หรือมีอาการปวดในท่าใดบ้าง บางครั้งแพทย์อาจส่งตรวจถ่ายภาพเอกซเรย์เพื่อดูว่าตัวของกระดูกมีปัญหาหรือไม่


        การรักษาเริ่มต้นส่วนใหญ่มักให้ยาลดการอักเสบ และยาบรรเทาปวดเพื่อทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายขึ้น การทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ข้อไหล่สามารถกลับมาใช้งานและเคลื่อนไหวให้ได้เหมือนเดิม การประคบด้วยความร้อน และการฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องตรวจพิเศษด้วยเครื่อง MRI เพื่อดูว่ามีพยาธิสภาพอย่างอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เช่น เส้นเอ็นไหล่มีการฉีกขาด การผ่าตัดมักทำในกรณีที่ให้การรักษาด้วยวิธีข้างต้นไม่ดีขึ้นเป็นระยะเวลานานหลายเดือน การผ่าตัดมักจะใช้วิธีส่องกล้องเข้าไปแล้วตัดสลายพังผืด ถ้าพบว่ามีการฉีกขาดของเส้นเอ็นก็อาจจะผ่าตัดซ่อมแซมร่วมด้วย


        ส่วนการฉีกขาดของเส้นเอ็นรอบๆ บริเวณข้อไหล่ อันเนื่องมากจากการเสื่อมของกระดูกข้อต่อบริเวณไหล่ ทำให้เกิดการเสียดสีของเส้นเอ็นและกระดูกบริเวณรอบๆ รวมทั้งเส้นเอ็นมีการเสื่อม ทำให้เกิดการอักเสบและง่ายต่อการฉีกขาด และอาการปวดร้าวมาจากโรคบริเวณต้นคอ เช่น หมอนรองกระดูกคอเสื่อม ก็ทำให้มีอาการปวดร้าวมาที่ไหล่ได้


        ปัจจุบันพบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคปวดไหล่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากว่า ผู้ป่วยมีอายุยืนนานเพิ่มมากขึ้น แพทย์มีความรู้ความเข้าใจในการวินิจฉัยโรคเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการมีเครื่องมือในการตรวจวินิจฉัยได้แม่นยำเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต ทั้งในเรื่องของการวินิจฉัยด้วยเครื่องเสียงความถี่สูง (Ultrasound) หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ซึ่งมีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยโรค และเทคนิคการฉีดยาสเตียรอยด์ด้วยการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นตัวนำ ช่วยทำให้การฉีดยารักษาอาการปวดไหล่มีความแม่นยำเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งลดอันตรายจากการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่บริเวณเส้นเอ็นโดยตรง ลดอุบัติการณ์การฉีกขาดของเส้นเอ็นจากการฉีดยา ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลได้ผลดีขึ้นเป็นอย่างมาก


    ถ้าท่านเริ่มต้นมีอาการไหล่ติด ควรไปพบศัลยแพทย์กระดูกก่อน เพื่อให้แพทย์ได้ทำการตรวจร่างกาย เพื่อการวินิจฉัยโรคและให้การรักษาที่ถูกต้องเพื่อลดความทรมานจากอาการปวดไหล่ ข้อไหล่ติด รวมทั้งสามารถใช้ไหล่ทำงานได้ดีเป็นปกติ


ที่มา: http://www.dailynews.co.th/Content/Article/241559/%E0%B8%9B%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphat