Knowledge


ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ 
ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รหัสเอกสาร PI-IMC-134-R-00



     การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังโรคปวดหลัง เป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยในผู้ป่วยที่มีปัญหาโรคกระดูกและข้อ 
การประเมินผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังมีเป้าประสงค์ ได้แก่ 

     การประเมินถึงความรุนแรงของอาการปวดหลัง และการจำกัดการทำงาน การประเมิน ได้แก่ระดับความรุนแรงของอาการปวด ซึ่งมีเครื่องมือมาตรวัดความเจ็บปวด ได้แก่ Visual analog scale (เส้นวัด 0 - 100 มิลลิเมตร) และ Numeric pain scales (ตัวเลข 0 - 10) การวัดหน้าที่การทำงาน มีเครื่องมือหลายอย่างที่ช่วยในการวัดประเมินการทำงานในผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ได้แก่ Roland Morris Disability Questionnaire และ Oswestry Disability Index


การประเมินเพื่อแยกโรคที่มีพยาธิสภาพที่รุนแรงในบริเวณกระดูกสันหลัง ซึ่งได้แก่

       มะเร็งที่บริเวณกระดูกสันหลัง (Spinal metastases) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นมะเร็งทีแพร่กระจายมาจากอวัยวะภายในอื่นๆ ผู้ป่วยมักจะมีประวัติของการเป็นมะเร็งของอวัยะหนึ่งอวัยวะใดมาก่อน น้ำหนักลด มีอาการปวดหลังมากโดยเฉพาะตอนกลางคืน อาการปวดไม่ตอบสนองด้วยวิธีการรักษาแบบปกติ อายุมากกว่า 50 ปี มีอาการปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะกะปิดกะปรอย มีอาการเดินลำบาก มีอาการอ่อนแรงของระยางค์ส่วนล่าง


กระดูกสันหลังยุบอันเนื่องมาจากโรคกระดูกพรุน (OSteoporotic collapsed vertebra) ซึ่งมักพบในผู้ป่วยสูงอายุ มีปัญหาโรคกระดูกพรุน มีการใช้ยาสเตียรอยด์เป็นประจำ 

การติดเชื้อของกระดูกสันหลัง (Spinal infection) ผู้ป่วยมักมีไข้ อาจมีภูมิต้านทานของร่างกายบกพร่อง 

ภาวะการอักเสบของกระดูกสันหลังโดยเฉพาะในผู้ป่วยโรค Ankylosing spondylitis ซึ่งในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีอาการเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจจะมีอาการปวดตอนกลางคืน มีข้อยึดติดในตอนเช้า อาการปวดอาจจะดีขึ้นหลังจากการออกกำลังกาย 

ภาวะเส้นเลือดแดง aorta โป่งพอง (aortic aneurysm) ซึ่งมักพบได้ในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีประวัติเป็นโรคผนังหลอดเลือดตีบตัน มีก้อนที่ท้อง มีอาการปวดตอนกลางคืน และบางครั้งอาจจะมีอาการปวดร้าวลงขาได้ 


กลุ่มอาการของโรคที่มีลักษณะต้องระวังและรับการตรวจสอบหาสาเหตุเพิ่มเติมได้แก่

       อายุมากกว่า 50 ปี อุจจาระลำบาก และกะปริดกะปรอย (Fecal incontinence)มีปัสสาวะลำบาก  และกะปริดกะปรอย (Urinary incontinence) ไข้ลักษณะการเดินที่ผิดปกติไป (Gait abnormality) มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อน มีภาวะการกดภูมิคุ้มกัน หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีประวัติการใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าทางเส้นเลือด ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยการให้ยา เป็นโรคกระดูกพรุน มีอาการปวดหลายตำแหน่ง มีอาการปวดขณะพักมีอาการปวดมากตอนกลางคืนมีอาการชาบริเวณรอบๆทวารหนัก (Saddle numbness) มีประวัติการใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ มีโครงสร้างร่างกายผิดปกติ มีประวัติเคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อน นำ้หนักลดที่ไม่ทราบสาเหตุ มีอาการอ่อนแรงในส่วนของขา 


       ถ้าผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งอาจเกิดจากพยาธิสภาพที่รุนแรงบริเวณกระดูกสันหลัง การตรวจด้วยภาพถ่ายรังสีและการตรวจเลือดจะสามารถช่วยในการวินิจฉัยผู้ป่วยในกลุ่มต่างๆเหล่านี้เป็นอย่างมาก 


       การประเมินเพื่อดูสภาวะของระบบประสาทที่เกี่ยวข้อง ได้แก่การประเมินระบบการรับความรู้สึกของร่างกาย (sensory systems) ระบบการเคลื่อนไหวของระยาวงค์ (Motor systems) ปฏกิริยาการตอบกลับอัตโนมัติของกล้ามเนื้อ (Deep tendon reflex)สภาวะของอารมณ์ของผุ้ป่วย ปัญหาทางครอบครัว พฤติกรรมของความกลัว ความเชื่อที่ไม่เหมาะสม การที่มีผลกระทบทางระบบประสาทเช่น มีอาการชา อาการอ่อนแรงของระยางค์ มีความไม่พึงพอใจต่องานที่ทำอยู่ เคยมีประวัติปวดหลังมาก่อน และความรุรแรงของอาการปวดหลังค่อนข้างมาก ความคาดหวังในการรักษาที่ไม่เป็นจริง การประเมินเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ ประเด็นของการได้ค่าชดเชยจากอาการปวดหลัง


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphat
หรือ เพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด

Facebook : SriphatMedicalCenter