คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยผ่าตัด โรคข้อต่อกระดูกคอเสื่อม กดทับไขสันหลังและรากประสาท (Cervical Spondylotic Myeloradiculopathy)

รศ.นพ.ต่อพงษ์  บุญมาประเสริฐ

แพทย์กระดูกและข้อ ภาควิชาออร์โทปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

SD-HA-IMC-093-R-00




ข้อมูล รายละเอียด เหตุผล ความจำเป็น ในการเข้ารับการรักษา

        รากประสาท จากหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกงอก และการหนาตัวของเอ็นยึดกระดูก และภาวะความไม่มั่นคงของกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดการปวดคอหรือสะบักร้าวลงแขน ขา กล้ามเนื้ออ่อนแรง ใช้มือทำงานละเอียดไม่ได้ ทรงตัวลำบาก ผู้ป่วยอาจเสี่ยงต่อการเป็นอัมพาต หากได้รับการรักษาล่าช้าหรือรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล


วิธีการรักษา ชื่อหัตถการ

        การผ่าตัดกระดูกคอเพื่อลดการกดระบบประสาท (Cervical spine decompression) เป็นการผ่าตัดเพื่อนำเอาพยาธิสภาพที่กดทับไขสันหลังและรากประสาทส่วนคอออก เพื่อฟื้นฟูการทำงานของไขสันหลังและรากประสาทกลับคืนสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด


วิธีการใช้ยาระงับความรู้สึก

        วิธีดมยาสลบ ร่วมกับการใช้ท่อช่วยหายใจ (General anesthesia)


ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับทางเลือกอื่น

หากเป็นโรคนี้ในระยะแรกหรือมีความรุนแรงไม่มาก อาจเริ่มรักษาโรคโดยการใช้วิธีการให้พักงาน ปรับเปลี่ยนการใช้งานชีวิตประจำวัน การใช้ยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ การทำกายภาพบำบัด การฉีดยาแก้อักเสบเฉพาะที่เข้าไปรอบๆรากประสาท เป็นต้น

ก่อนและระหว่างการผ่าตัดกระดูกคอเพื่อลดการกดระบบประสาท หากแพทย์ตรวจพบข้อต่อกระดูกคอหลวม อาจพิจารณาเชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลังปล้องนั้นๆ โดยการปลูกกระดูก ร่วมกับการใช้โลหะดามกระดูกสันหลังร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้

วิธีการผ่าตัดอื่นๆ เช่น การผ่าตัดกระดูกสันหลังโดยวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย (Minimally-invasive surgery) การใช้กล้องส่องข้อต่อหรือกล้องจุลศัลยกรรมช่วยผ่าตัด การผ่าตัดโดยไม่เชื่อมข้อต่อ (Non-fusion spine surgery) เช่น การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม จะต้องอยู่ในดุลยพินิจหรือประสบการณ์ของแพทย์เท่านั้น


ข้อดีเมื่อใช้วิธีนี้

        เป็นการผ่าตัดที่กระทำเพื่อป้องกันไม่ให้การทำงานของไขสันหลังและรากประสาทแย่ลงไปกว่าเดิม พร้อมฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงให้มีกำลังมากขึ้น อาการชาลดลง อาการปวดร้าวลงแขนจะดีขึ้นภายในเวลาอันสั้นหลังการผ่าตัด กลับไปใช้ชีวิตประจำวันและทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น


ข้อเสียเมื่อใช้วิธีนี้

        ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน เสี่ยงต่อการใช้ยาระงับความรู้สึก มีอาการปวดตึงแผลที่สะโพก (หากใช้กระดูกของตัวผู้ป่วยเองมาเชื่อมต่อ) กระดูกสันหลังเกิดความไม่มั่นคง (หากไม่ได้รับการผ่าตัดเชื่อมข้อต่อ) กรณีที่ต้องได้รับการเชื่อมข้อต่อ ข้อต่อระดับนั้นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีก อาจส่งผลทางอ้อมให้ข้อต่อระดับอื่นเกิดความเสื่อมสภาพได้เร็วขึ้น และมีโอกาสพบกับสภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดมากขึ้น เป็นต้น


ผลการรักษาเมื่อใช้วิธีนี้

        การผ่าตัดกระดูกคอเพื่อลดการกดระบบประสาท จะช่วยป้องกันไม่ให้การทำงานของไขสันหลังและรากประสาทส่วนคอแย่ลง ฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ ลดอาการชา และโอกาสเกิดอัมพาต อาการปวดคอหลังผ่าตัดอาจลดลงได้หากใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย แต่ยังไม่เป็นที่นิยม การเชื่อมข้อต่อจะทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังปล้องนั้นๆ มั่นคงมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากข้อต่อดังกล่าวเชื่อมติด ข้อต่อระดับใกล้เคียงกันอาจต้องรองรับการเคลื่อนไหวมากขึ้น หากข้อต่อเชื่อมไม่ติด ก็อาจเกิดอาการปวดคอซ้ำ ปวดร้าวลงแขน และโลหะดามกระดูกสันหลังหักหรือหลุด เป็นต้น

 

ระยะเวลาในการรักษาเมื่อใช้วิธีนี้

        หลังการผ่าตัด หากแพทย์ผู้ผ่าตัดพิจารณาว่าเสียเลือดมาก อาจไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยทานอาหารในระยะแรก โดยทั่วไปหลังการผ่าตัดวันที่ 2 แพทย์จะดึงสายระบายเลือดออกและสามารถลุกเดินได้โดยสวมปลอกคอ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ตั้งแต่วันที่ 5-7 หลังผ่าตัด สามารถกลับไปทำงานเบาๆได้ที่ประมาณ 3-4 สัปดาห์หากได้รับการผ่าตัดเชื่อมข้อต่อโดยปลูกกระดูกด้วยกระดูกของตัวผู้ป่วยเอง มักใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน กระดูกจึงจะติด ผู้ป่วยมักต้องสวมปลอกคอประมาณ 2 เดือน แพทย์มักจะนัดตรวจซ้ำทุก 1,3,6,12 เดือน และทุก 1 ปีหลังการผ่าตัด


ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้วิธีนี้

        ๐  ความเสี่ยงจากการแพ้ยาหรือสารต่างๆ ที่ใช้ในการผ่าตัด เช่น ยาแก้อักเสบ ยาปฏิชีวนะ

        ๐  ความเสี่ยงจากการใช้ยาระงับความรู้สึก

        ๐  การเสียเลือด ทั้งขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ต้องทานยากันเลือดแข็งตัว ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง เป็นต้น

        ๐  การบาดเจ็บของเยื่อหุ้มไขสันหลัง และรากประสาทโดยตรง หรือมีก้อนเลือดคั่ง

        ๐  การอุดตันระบบทางเดินหายใจส่วนต้น จากการมีเลือดออกมาก หรือเนื้อเยื่อบวมช้ำจากบริเวณผ่าตัดที่คอทางด้านหน้า

        ๐  การกลืนลำบาก หากได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอด้านหน้า

        ๐  บาดแผลติดเชื้อ 

        ๐  อาการปวดตึงบริเวณแผลผ่าตัด โดยเฉพาะบริเวณที่ตัดกระดูกของผู้ป่วยเองมาเชื่อมข้อ

        ๐  การเคลื่อนไหวของข้อต่อกระดูกสันหลังลดลง หากต้องได้รับการเชื่อมข้อต่อ

        ๐  ภาวะกระดูกสันหลังไม่มั่นคง หากไม่ได้รับการเชื่อมข้อต่อในกรณีที่มีข้อบ่งชี้

        ๐  ความล้มเหลวและภาวะแทรกซ้อนจากการใช้โลหะดามกระดูกสันหลัง จากการเชื่อมกระดูกไม่ติด การติดเชื้อ ภาวะกระดูกพรุนรุนแรง เป็นต้น



Call Center : 0-5393-6900-1 / คลินิกกระดูกและข้อ : 0-5393-6952
Line iD : @sriphatcenter