การปฏิบัติตัวหลังได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา


ข้อมูลจาก ศูนย์ดวงตาภาค 10

สภากาชาดไทย และ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-086-R-00



        ผลสำเร็จหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพดวงตาของผู้ป่วย สภาพกระจกตาที่ผ่าตัดให้ใหม่ และสิ่งสำคัญคือการดูแลหลังผ่าตัด ซึ่งจะช่วยป้องกันและทำให้สามารถตรวจพบ และแก้ไขภาวะแทรก ซ้อนที่อาจเกิดหลังการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที


การดูแลตนเองหลังได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา

        1. ใช้ยาตามแพทย์สั่งโดยเคร่งครัด ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

        2. ช่วงแรกหลังผ่าตัดไม่ควรล้างหน้า ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นสะอาดเช็ดรอบๆ ดวงตา เมื่อครบ 1 เดือนหลังผ่าตัดสามารถล้างหน้าได้ แต่ควรระวังไม่ให้น้ำเข้าตาตลอดเวลาที่ล้างหน้าหรืออาบน้ำ

        3. ในช่วงหนึ่งเดือนแรกหลังผ่าตัดควรใช้ที่ครอบปิดตาตลอดเวลา รวมทั้งขณะนอนหลับ หลังจากนั้นควรสวมแว่นตาเป็นประจำ เพื่อป้องกันดวงตาไม่ให้ถูกกระทบกระเทือน เพราะแผลผ่าตัดที่กระจกตาอาจจะไม่แข็งแรงเมื่อเทียบกับดวงตาปกติทั่วไป และไม่ควรขยี้ตา

        4. ควรงดการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือนกับตา จนกว่าจะพ้นระยะหนึ่งเดือนไปแล้ว หรือตามคำแนะนำของแพทย์

        5. สามารถรับประทานอาหารได้ทุกอย่าง ยกเว้นของหมักดอง อาหารปรุงไม่สุก สุรา

        6. ควรมาตรวจตามที่แพทย์นัด

        7. หากมีอาการผิดปกติไปจากเดิม ได้แก่ ตามัวลงกว่าเดิม แพ้แสง ปวดตา ตาแดงมากขึ้น มีขี้ตาผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์ก่อนวันนัด

        8. ในกรณีมีข้อสงสัยหรือความผิดปกติอย่างอื่น ให้สอบถามกับแพทย์ที่ทำการรักษา


ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบหลังได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา

        1. ภาวะสายตาผิดปกติ 

        ได้แก่ สายตาสั้นยาวหรือเอียง ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน โดยทั่วไปหลังผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตา จะพบสายตาเอียงได้มากกว่าการผ่าตัดชนิดอื่นๆ อยู่แล้ว เนื่องจากมีแผลผ่าตัดที่ค่อนข้างกว้าง อย่างไรก็ตาม การมองเห็นมักจะค่อยๆ ดีขึ้น และคงที่ประมาณ 1 ปี หลังผ่าตัด

        2. ร่างกายปฏิเสธเนื้อเยื่อ (Graft rejection)”     

        พบประมาณ 5 - 30 % โดยผู้ที่ได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาทุกรายมีโอกาสที่ร่างกายจะปฏิเสธเนื้อเยื่อที่เปลี่ยนให้ ดังนั้น หากท่านมีอาการดังกล่าวหลังผ่าตัด ควรรีบมาพบแพทย์ทันทีไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด เพราะหากตรวจพบเร็วเท่าไร โอกาสที่จะสามารถรักษาให้หายก็มีมากกว่าปล่อยทิ้งไว้นานๆ สามารถพบหลังจากผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต ในบางรายอาจเป็นมากกว่า 1 ครั้ง อาการที่พบได้แก่ ตามัวลง แพ้แสง ปวดตา ตาแดงมากขึ้น

        3. ความดันลูกตาสูงหรือต้อหิน

        ซึ่งอาจเกิดจากโรคเดิมที่มีอยู่ หรือเกิดจากการใช้ยากดภูมิต้านทานกลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งต้องใช้เป็นระยะเวลานาน    

        4. การกลับเป็นซ้ำของโรคเดิม 

        เช่น ผู้ที่กระจกตาพิการจากเชื้อไวรัสเริมที่กระจกตา อาจจะมีการอักเสบซ้ำได้

        5. การติดเชื้อในลูกตา 

        มีอัตราการติดเชื้อในระหว่างผ่าตัดเท่ากับการผ่าตัดตาอย่างอื่น และหลังผ่าตัดจะมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย เพราะต้องใช้ยาหยอดตาที่กดภูมิต้านทานเป็นระยะเวลานาน


ผู้ป่วยผ่าตัดปลูกถ่ายกระจกตาควรได้รับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี


Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter