เปลือกตาอักเสบ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ


ศ.พญ.สมสงวน  อัษญคุณ

จักษุแพทย์

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-089-R-00 





โรคเปลือกตาอักเสบมีอาการอย่างไร

    ถ้าท่านมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ แสดงว่าท่านอาจมีปัญหาของโรคเปลือกตาอักเสบ 

        1.  ตาเป็นกุ้งยิง

        2.  เปลือกตาบวม แดง มีตุ่มคล้ายสิว

        3.  ขอบเปลือกตามีตุ่มใสๆ 

        4.  หนังตาแดง มีคราบขี้ตาหรือสะเก็ดบริเวณขนตา 

        5.  ขนตาเก

        6.  ตาแห้ง  ตาแดง เคืองตา คันตา แสบตา น้ำตาไหล


ท่านควรปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากโรคเปลือกตาอักเสบ


โรคเปลือกตาอักเสบมีอันตรายอย่างไร

        เปลือกตานอกจากจะทำหน้าที่ปกป้องลูกตาแล้ว ยังมีต่อมไขมันและต่อมเหงื่อที่โคนขนตา ซึ่งถ้าเกิดการติดเชื้อจะทำให้เกิดเป็นกุ้งยิงชนิดหัวด้านนอก (External hordeolum) นอกจากนี้ยังมีต่อมไขมัน (meibomian gland) ที่แกนเปลือกตา ซึ่งถ้าเกิดการติดเชื้อจะทำให้เกิดเป็นกุ้งยิงชนิดหัวด้านใน (Internal hordeolum) ซึ่งถ้ามีการอักเสบบ่อยๆ จะทำให้เป็นอันตรายต่อรากขนตา เป็นผลให้เกิดขนตาเกได้

        ต่อม Meibomian ทำหน้าที่สร้างชั้นไขมันของน้ำตา ซึ่งช่วยให้น้ำตาไม่ระเหยเร็ว ดังนั้น เมื่อมีการอักเสบบ่อยๆ จะทำให้มีการทำงานผิดปกติ (meibomian gland dysfunction หรือ MGD) ซึ่งทำให้เกิดการสร้างไขมันน้อย มีผลทำให้น้ำตาระเหยเร็ว ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ตาแดง เคืองตา คันตา แสบตา น้ำตาไหล หรือ มีการสร้างไขมันมาก ทำให้เกิดการอักเสบของเปลือกตา ทำให้เกิดอาการหนังตาแดง มีคราบขี้ตาหรือสะเก็ดบริเวณขนตา 


ทำไมถึงเกิดโรคเปลือกตาอักเสบ

        มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเปลือกตาอักเสบ ได้แก่ การได้รับสิ่งสกปรกบริเวณเปลือกตา เช่น ฝุ่นละออง การเขียนขอบตา การติดขนตาปลอม การสักขอบเปลือกตา เป็นต้น การใส่เลนส์สัมผัส ภาวะภูมิแพ้ของตา รวมทั้งโรคทางระบบร่างกาย เช่น โรคแพ้ภูมิตนเอง ภาวะหมดประจำเดือน การได้รับยาบางอย่าง ได้แก่ ยาแก้แพ้ ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น


จะดูแลรักษาโรคเปลือกตาอักเสบอย่างไร

    วิธีการดูแลรักษาโรคเปลือกตาอักเสบ ประกอบด้วย

       

     1.  รักษาสุขภาพของเปลือกตา ได้แก่ 

            ก. ทำความสะอาดเปลือกตา โดยใช้แชมพูสระผมเด็ก หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเปลือกตาโดยเฉพาะ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของโฟม หรือเจล หรือแผ่นสำลีชุบน้ำยา โดยเช็ดทำความสะอาดบริเวณขอบเปลือกตาตรงรูเปิดของต่อมไขมัน เพื่อขจัดไขมันและเชื้อโรคที่สะสมอยู่บริเวณนั้น

            ข.ประคบอุ่น โดยใช้อุปกรณ์ที่สามารถให้ความร้อนได้ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 5-15 นาที ทำวันละ 1-2 ครั้ง ซึ่งอาจเป็นผ้าชุบน้ำอุ่น ไข่ต้ม ถุงน้ำร้อน หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น blepharosteam, hot moist air, eye warmer mask เป็นต้น

            ค.นวดเปลือกตา เป็นการกดและรีดตามแนวการวางตัวของต่อมไขมัน เพื่อให้ไขมันที่อุดตันระบายออกมา โดยใช้นิ้วมือของตนเอง หรืออาจใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น แท่งหลอดแก้ว หรือผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น Lipidview เป็นต้น

   

     2.  ใช้ยาปฏิชีวนะ เพื่อทำลายเชื้อโรคที่สะสมในต่อมไขมันที่อุดตัน ซึ่งประกอบไปด้วย

            ก.ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ โดยอาจอยู่ในรูปของ ยาหยอดตา เจล หรือขี้ผึ้งป้ายตา เช่น Azithromycin, metronidazole, fucidic acid เป็นต้น

            ข.ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ได้แก่ Azithromycin หรือ กลุ่ม tetracyclines เป็นต้น

   

     3.  ใช้ยาลดการอักเสบ ได้แก่ steroids หรือ cyclosporine เป็นต้น

   

     4.  ใช้น้ำตาเทียม เพื่อหล่อลื่นผิวตาซึ่งมักจะแห้งเนื่องจากน้ำตาระเหยเร็วไป และช่วยชะล้างสารที่กระตุ้นการอักเสบ ซึ่งควรใช้ชนิดที่ไม่มีสารกันเสียถ้าต้องใช้มากกว่า 4 ครั้งต่อวัน และควรใช้ชนิดที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ เพื่อทดแทนชั้นไขมันที่ลดน้อยไป

  

    5.  ผ่าตัด เพื่อช่วยให้รูของต่อมไขมันที่เปลือกตาเปิด 

    

    6.  การรักษาอื่นๆ ได้แก่ การอุดท่อน้ำตา การถอนหรือจี้ขนตาเก การผ่าตัดแก้ไขเปลือกตาเพื่อไม่ให้ขนตาถูกระจกตา เป็นต้น




Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter