ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด

เอกสารประกอบ  


ผศ.นพ.สมพร  โชตินฤมล

กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด

รหัสเอกสาร PI-IMC-022-R-00



        “ ทารกแรกเกิดทุกคนมีภาวะตัวเหลืองได้และตัวเหลืองจะเพิ่มมากขึ้นในอายุ 7-10 วันแรก ดังนั้น ทารกทุกคนต้องประเมินตัวเหลืองขณะอยู่ในโรงพยาบาลและต้องติดตามภาวะตัวเหลืองหลังจำหน่าย  ทารกที่มีภาวะตัวเหลืองมากจำเป็นต้องรักษาโดยการส่องไฟเพื่อลดระดับสารสีเหลืองไม่ให้สูงจนถึงระดับอันตรายต่อสมองของทารก 


ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด มีสาเหตุจากอะไร ?

       ทารกแรกเกิดทุกคนมีตัวเหลืองเพิ่มขึ้นได้ในช่วง 7-14 วันแรกหลังเกิด ภาวะตัวเหลืองเกิดจากสารบิลิรูบินเพิ่มมากขึ้นในตัวทารก เนื่องจากสาร       บิลิรูบินที่มีการสร้างทุกวันจากเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ ขับออกผ่านตับได้น้อยกว่าการสร้าง การทำงานของตับจะดีขึ้นเมื่อทารกอายุมากขึ้น อายุประมาณ  7-14 วันการขับจะมากกว่าการสร้าง ทารกจึงมีตัวเหลืองมากขึ้นหลังเกิดสูงสุดที่ประมาณ 7-10 วัน และลดลงและหายเหลืองได้ในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ โดยทั่วไปภาวะตัวเหลืองที่ปกตินี้ไม่ต้องการการรักษา  แต่ทารกบางคนมีภาวะตัวเหลืองมากกว่าปกติ ทำให้ระดับสารบิลิรูบินสูงมากจนไปสะสมที่สมอง และเกิดความพิการทางสมองและการได้ยินบกพร่อง สาเหตุที่ทำให้ตัวเหลืองมากอาจเกิดจากการสร้างสารบิลิรูบินมาก เช่น มีเม็ดเลือดแดงแตกตัวมาก เลือดข้น หรือมีการขับสารบิลิรูบินได้น้อยกว่าปกติ เช่น ตับทำงานช้าจากการเกิดก่อนกำหนดหรือมารดาเป็นเบาหวาน กินนมได้น้อย เป็นต้น พบว่าคนไทยมีภาวะตัวเหลืองหลังเกิดมากกว่าคนยุโรปและอเมริกา เด็กที่กินนมแม่มีตัวเหลืองมากกว่าเด็กที่กินนมผสม

จะทราบได้อย่างไรว่าลูกมีภาวะตัวเหลืองมากกว่าปกติ ?

        การติดตามระดับตัวเหลืองเทียบกับเวลาหลังเกิดจะทำให้ทราบอัตราการเพิ่มขึ้นของระดับบิลิรูบินในเลือด แพทย์จะติดตามระดับบินลิรูบินจากสีผิวหรือเครื่องวัดทางผิวหนังและนำไปเทียบกับค่ามาตรฐาน ในทารกที่เหลืองมากก่อนจำหน่ายจะได้รับการตรวจหาสาเหตุและรักษาก่อนจำหน่าย ในทารกที่อัตราการเพิ่มเป็นไปตามปกติจะได้รับการจำหน่ายจากโรงพยาบาลและแพทย์จะนัดมาติดตามภาวะตัวเหลืองทุก 2-3 วันหลังจำหน่าย จนมั่นใจว่าระดับค่าบิลิรูบินปลอดภัย ผู้ปกครองควรนำทารกมาตรวจตามแพทย์นัด  ขณะทารกอยู่ที่บ้านการดูด้วยตาถ้าคิดว่าเหลืองมากให้มาตรวจก่อนนัด แต่การประเมินด้วยตาไม่มีความแม่นยำจึงจำเป็นต้องมาตรวจติดตามจากการวัดด้วยเครื่องทางผิวหนังหรือในน้ำเหลือง ดังนั้น มารดาควรพาทารกมาตามแพทย์นัดทุกครั้ง 




จะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้ทารกมีตัวเหลืองมากเมื่อนำทารกกลับบ้าน ?        

        ทารกแรกเกิดที่จำหน่ายกลับบ้านทุกคนจะเหลืองมากขึ้นในช่วง 10 วันแรกหลังเกิด การให้ทารกกินนมแม่ให้มากเพื่อให้มีการถ่ายอุจจาระบ่อย ไม่ให้ทารกกินน้ำ จะลดโอกาสเกิดตัวเหลืองมากได้ การให้นมผสมจะทำให้ตัวเหลืองน้อยกว่านมแม่แต่ไม่แนะนำให้ทำเนื่องจากจะทำให้โอกาสเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่สำเร็จ แต่อาจเสริมได้บ้างถ้าพบว่าทารกมีน้ำหนักตัวลดมากกว่าปกติและนมแม่ยังมีไม่มาก (ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจให้นมผสม)  แสงธรรมชาติสามารถลดตัวเหลืองได้แต่ไม่แนะนำให้เอาทารกไปอาบแดด เนื่องจากจะเสี่ยงต่อภาวะอุณหภูมิกายสูงหรือต่ำเกินไปจนเป็นอันตรายต่อทารก การเฝ้าติดตามภาวะตัวเหลืองตามแพทย์นัดเป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่ควรประเมินด้วยตนเองที่บ้าน

การรักษาทารกที่มีภาวะตัวเหลืองมากทำอย่างไร ?

      ทารกที่ตัวเหลืองมากทุกคนต้องรักษาในโรงพยาบาลเพื่อลดระดับสารบินลิรูบินในเลือดโดยการส่องไฟหรือการเปลี่ยนล้างเลือด  การส่องไฟจะทำเมื่อทารกเหลืองมากแต่ยังไม่ถึงระดับวิกฤตที่จะอันตรายต่อสมอง การเปลี่ยนล้างเลือดจำเป็นต้องทำถ้าทารกตัวเหลืองมากจนถึงระดับวิกฤตต่อสมองพิการ การเปลี่ยนล้างเลือดเป็นหัตถการที่เสี่ยง ดังนั้น จุดประสงค์คือรักษาทารกที่เหลืองมากด้วยการส่องไฟก่อนถึงระดับวิกฤต การส่องไฟเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย ทารกอาจมีผลข้างเคียงที่ไม่รุนแรง เช่น มีผื่น ตัวคล้ำ ถ่ายบ่อย อันตรายต่อสายตาป้องกันได้ด้วยการปิดตาทารกขณะรักษา ส่วนมากทารกจะหยุดส่องไฟทุก 3-4 ชั่วโมงเพื่อป้อนนม คุณแม่สามารถให้นมแม่ได้ขณะทำการรักษา โดยปกติทารกมักต้องใช้เวลารักษาประมาณ 2-3 วัน

ทารกที่ตัวเหลืองมากจะมีอาการผิดปกติอย่างไรบ้าง ?

      ทารกที่ตัวเหลืองมากและไม่ได้รับการรักษา ในระยะแรกทารกจะไม่มีอาการ ต่อมาจะเริ่มซึมลง กล้ามเนื้ออ่อน หลับ ปลุกไม่ค่อยตื่น ตัวเย็น หยุดหายใจ ร้องเสียงแหลม ถ้าผ่านระยะนี้ไปเมื่อทารกหายเหลืองแล้วทารกจะตัวแข็งเกร็ง มีการเคลื่อนไหวผิดปกติ หูหนวก ซึ่งมักเป็นตลอดชีวิต

สรุป

        ภาวะตัวเหลืองพบมากในเด็กไทย เด็กบางคนตัวเหลืองมากและจำเป็นต้องรักษาก่อนจะเกิดสมองพิการ การตรวจติดตามเป็นระยะขณะนอนในโรงพยาบาลและหลังจำหน่ายจะทำให้ทารกที่เหลืองมากได้รับการรักษาโดยการส่องไฟก่อนที่จะเหลืองมากจนถึงระดับวิกฤต การให้ทารกกินนมให้ได้มาก ไม่ให้น้ำ และมาตรวจตามนัดเป็นสิ่งที่ทารกทุกคนควรได้รับหลังเกิด ทารกที่เหลืองมากสามารถรักษาได้ก่อนเป็นอันตรายต่อสมองด้วยการส่องไฟ ทารกที่เหลืองมากจนถึงระดับวิกฤตจำเป็นต้องรักษาด้วยการเปลี่ยนล้างเลือดซึ่งเป็นหัตถการที่จำเป็นในขณะนั้นแต่ทารกก็มีความเสี่ยงมากจากการเปลี่ยนล้างเลือดจึงไม่ควรปล่อยให้ทารกเหลืองจนถึงระดับวิกฤต ทารกทุกคนควรมาตรวจหลังจำหน่ายตามแพทย์นัด


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter