ปวงข่าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

ภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด


พญ.วรพร  ติยะประเสริฐกุล

กุมารแพทย์

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-085-R-00




        ภาวะตัวเหลืองเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทารกแรกเกิด โดยพบได้ประมาณร้อยละ 60 ของทารกคลอดครบกำหนดปกติทั้งหมด


ทำไมถึงตัวเหลือง ?

        ในขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์ สารตัวเหลืองที่เรียกว่า “บิลิรูบิน” จะถูกขับออกทางรกไปสู่แม่เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย แต่เมื่อทารกคลอด การกำจัดบิลิรูบินจะต้องเกิดขึ้นด้วยขบวนการต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งทารกยังทำได้ไม่สมบูรณ์จึงมีระดับสูงขึ้น ดังนั้น ภาวะตัวเหลืองจึงเป็นภาวะปกติที่พบได้ในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต แต่พบว่าทารกประมาณร้อยละ 5-6 จะพบระดับบิลิรูบินในเลือดสูงจนถึงระดับที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา


ระดับบิลิรูบินสูงผิดปกติเกิดจากอะไร ?

        การที่ลูกมีระดับบิลิรูบินสูงผิดปกติเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ซึ่งอาจเกิดจากกลุ่มเลือดไม่เข้ากับมารดา ภาวะพร่องเอ็นไซม์ G-6-PD การได้รับน้ำนมไม่เพียงพอ มีเลือดออกที่บริเวณต่างๆ ในร่างกาย ทารกป่วย ทารกคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น


จะสังเกตได้อย่างไรว่าตัวเหลือง ?        

        สามารถประเมินภาวะตัวเหลืองด้วยสายตาคร่าวๆ จากสีผิวในบริเวณที่แสงสว่างเพียงพอ หรือกดเบาๆบริเวณลำตัวโดยเฉพาะบริเวณแขนขา ถ้าพบว่าบริเวณที่กดบนผิวหนังมีสีเหลืองแนะนำให้รีบพบแพทย์ เนื่องจากเป็นลักษณะที่แสดงว่าทารกตัวเหลืองค่อนข้างมาก


ถ้าตัวเหลืองจะมีอาการอย่างไร ? 

        ในกรณีที่ตัวเหลืองเล็กน้อยมักจะไม่มีอาการผิดปกติ แต่ในกรณีที่ตัวเหลืองมากสามารถพบอาการต่างๆได้ดังต่อไปนี้ คือ งอแงผิดปกติ  ซึมลง  ปลุกตื่นยาก  ทานนมน้อยลง เป็นต้น ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการรักษาในทันที เนื่องจากสารบิลลิรูบินในระดับสูงสามารถก่อให้เกิดความพิการทางสมองและพัฒนาการในระยะยาวได้




การตรวจตัวเหลืองสามารถทำได้อย่างไร ?

ในปัจจุบันการตรวจหาค่าบิลิรูบินสามารถทำได้ 2 วิธีคือ

        1.  การตรวจโดยการวัดค่าจากบริเวณผิวหนัง โดยเป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่ให้ผลมีความน่าเชื่อถือระดับสูง โดยในโรงพยาบาลจะมีการวัดค่าตัวเหลืองวันละ 2 ครั้งจนกว่าจะกลับบ้าน

        2.  การตรวจโดยการเจาะเลือด เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้ในการวัดค่าบิลิรูบิน ดังนั้น เมื่อการวัดทางผิวหนังได้ค่าที่สูง จะมีการยืนยันด้วยการเจาะเลือดก่อนทำการรักษา


ภาวะตัวเหลืองสามารถรักษาได้อย่างไร ?

ในกรณีที่ทารกตัวเหลืองมากถึงเกณฑ์ที่สมาคมกุมารแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้รับการรักษา จะมีการรักษาทั้งหมด 2 วิธีคือ

        1.  การรักษาโดยการส่องไฟ โดยให้ทารกนอนใต้ไฟสีน้ำเงิน ถอดเสื้อผ้าเพื่อให้ผิวหนังสัมผัสแสงให้มากที่สุด โดยสารบิลิรูบินจะถูกเปลี่ยนให้อยู่ในรูปที่ขับออกทางอุจจาระได้ แต่เนื่องจากการส่องไฟอาจเป็นอันตรายต่อดวงตา ดังนั้น ทารกที่ได้รับการส่องไฟทุกรายจะได้รับการปิดตา

        2.  การรักษาด้วยการเปลี่ยนถ่ายเลือด โดยจะทำการรักษาเมื่อทารกมีระดับบิลลิรูบินสูงมาก หรือมีอาการทางระบบประสาทที่ผิดปกติจากสารบิลิรูบิน หลังจากที่ทารกได้รับการรักษาแล้ว ยังมีความจำเป็นที่จะต้องสังเกตภาวะตัวเหลืองเนื่องจากสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้


สามารถช่วยไม่ให้ทารกตัวเหลืองได้อย่างไร ? 

        คุณแม่สามารถช่วยป้องกันหรือลดภาวะตัวเหลืองได้ง่ายๆ ด้วยการให้ลูกได้รับน้ำนมอย่างเพียงพออย่างน้อย 6 - 8 ครั้งต่อวัน โดยสามารถสังเกตว่าได้น้ำนมเพียงพอจากจำนวนครั้งของปัสสาวะและอุจจาระในแต่ละวัน ซึ่งควรมากกว่า 6 - 8 ครั้งต่อวัน หลังกินนมหลับได้นาน 2 - 3 ชั่วโมง สีของอุจจาระเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองประมาณ 3 - 4 วันหลังคลอด และ การนำออกไปถูกแดดหรือการให้ดื่มน้ำไม่ได้ช่วยลดภาวะตัวเหลือง โดยแพทย์จะทำการนัดเพื่อประเมินภาวะตัวเหลืองและการกินนมประมาณ 2 - 3 วันหลังกลับบ้าน จึงแนะนำให้พาทารกมาตรวจตามนัดแพทย์ทุกครั้ง


เอกสารอ้างอิง

        1.  Michael K, Ronald JW, Eric S, David KS. Neonatal jaundice and liver disease. In: Richard JM, Avroy AF, Michele CW. Fanaroff and Martin’s Neonatal Perinatal Medicine Disease of the Fetus and Infant. 9th ed. Missouri: Elsevier Mosby; 2011. p. 1443-81.

         2. Bhutani VK, Gourley GR, Adler S, et al. Noninvasive measurement of total serum bilirubin in multiracial predischarge newborn population to assess the risk of severe hyperbilirubinemia. Pediatrics 2000; 106: e17-25.

        3.  Maisels MJ. Neonatal jaundice. Pediatr Rev 2006; 27: 443-54

        4.  American Academy of Pediatrics Subcommitte on Hyperbilirubinemia. Clinical practice guideline: Management of hyperbilirubin in healthy term and near-term newborns. Pediatrics 2004; 114(1): 297-316.


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter