ปวงข่าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Analyzer)


พญ.นิพาวรรณ  ไวศยะนันท์

หน่วยระบบต่อมไร้ท่อ (Endocrinology) ภาควิชาอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-076-R-00



เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกาย คืออะไร

        เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกาย หรือ Body Composition Analyzer เป็นเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย ด้วยหลักการอ่านค่าจากความต้านทานของกระแสไฟฟ้าต่อเซลล์ในร่างกาย (Bioelectrical Impedance Analysis) ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ใช้ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย 


การทำงานของเครื่อง

        เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัดสัดส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยใช้กระแสไฟฟ้าต่ำๆ ไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายแล้ววัดความต้านทานต่อการไหลของกระแสในเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย โดยที่ส่วนของกระดูก ไขมัน จะนำไฟฟ้าไม่ดี และมีแรงต้านทานต่อการไหลของกระแสไฟฟ้าสูง ในขณะที่เลือด อวัยวะภายใน และกล้ามเนื้อจะนำไฟฟ้าได้ดีและมีแรงต้านทานต่ำ จึงทำให้สามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของร่างกายอย่างละเอียด ทั้งในส่วนของมวลกระดูก กล้ามเนื้อ ไขมัน และปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ความสมดุลและความแข็งแรงของร่างกาย ประเมินภาวะโภชนาการของร่างกาย ทราบถึงปริมาณไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง ตลอดจนวินิจฉัยภาวะสุขภาพโดยรวมได้




วิธีการตรวจ

        -  ผู้รับบริการขึ้นไปยืนบนเครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกายด้วยเท้าเปล่า (ต้องถอดถุงเท้า/ถุงน่อง) 

        -  พยาบาลจะกดข้อมูลผู้รับบริการที่เครื่อง เพื่อจะประมวลผลเฉพาะบุคคล

        -  ผู้รับบริการจับแขนของเครื่อง (ตามภาพ) โดยให้หัวแม่มือสัมผัสกับจุดสีดำ (ตามภาพ) และยืนนิ่งๆบนเครื่อง ประมาณ 5 นาที

        -  เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกาย จะวิเคราะห์และประมวลผล พร้อมพิมพ์ข้อมูล

        -  แพทย์/พยาบาลจะเป็นผู้อ่านผลและให้คำแนะนำ




ข้อมูลที่ได้ ประกอบด้วย

    1.  ข้อมูลส่วนบุคคล ที่แสดงอายุ ความสูง เพศ วันที่และเวลาที่ทำการวัด

    2.  ส่วนประกอบของร่างกาย (Body Composition) จะแสดง

        -  น้ำหนัก (Weight) 

        -  มวลกระดูกและกล้ามเนื้อ ไม่รวมไขมัน (Skeletal Muscle Mass) 

        -  มวลไขมัน (Body Fat Mass) 

        -  ปริมาณน้ำทั้งหมดในร่างกาย (Total Body Water) 

        -  มวลรวมของร่างกาย ยกเว้นไขมัน (Fat Free Mass) 

        -  ปริมาณแร่ธาตุในร่างกาย (Mineral Mass)

    3.  วินิจฉัยโรคอ้วน (Obesity Diagnosis) จะแสดง

        -  ค่าดัชนีมวลกาย (B M I) 

        -  ร้อยละของไขมัน (P B F) ซึ่งสามารถใช้ระบุโรคอ้วนได้ 

        - อัตราส่วนระหว่างเอวกับสะโพก (W H R) ใช้บอกสัดส่วน : ซึ่งเป็นอัตราส่วนระหว่างรอบเอว (บริเวณสะดือ)และรอบสะโพก(ส่วนที่กว้างที่สุด)

        -  อัตราการเผาพลาญปกติ (B M R) ซึ่งเป็นพลังงานต่ำสุดที่ร่างกายต้องการใช้ในการดำรงชีวิตและรักษาภาวะสมดุลของร่างกาย

    4.  ข้อมูลรวมการประเมินในส่วนต่างๆ (Various Comprehension Evaluation) จะแสดงผลการประเมินสารอาหาร (Nutritional Evaluation) การควบคุมน้ำหนัก (Weight Management) และการวินิจฉัยโรคอ้วน (Obesity Diagnosis)     

    5.  การควบคุมกล้ามเนื้อ-ไขมัน (Muscle-Fat Control) แสดงค่าว่าควรเพิ่มหรือลดเท่าใดจึงจะเหมาะสม อันได้แก่ ไขมันที่ต้องควบคุม (Fat Control) และกล้ามเนื้อที่ต้องควบคุม (Muscle Control)