การฟื้นฟูสมรรถภาพการหายใจ โดยการฝึกหายใจ

เอกสารประกอบ  

พญ.ชนัดดาวงศ์เอกชูตระกูล

ทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รหัสเอกสาร PI-IMC-145-R-00

ในผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการหายใจ นอกเหนือจากการฟื้นฟูสมรรถภาพการหายใจที่ต้องอาศัยทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟูแล้ว ผู้ป่วยสามารถฝึกวิธีการพื้นฐานในการหายใจได้เอง มีทั้งการฝึกการขยายตัวของทรวงอก, การฝึกหายใจโดยใช้กระบังลม, การฝึกหายใจแบบห่อปาก, การใช้เครื่องฝึกบริหารปอด รวมถึงการฝึกหายใจอย่างเป็นวงจร ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเสมหะและเพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจได้มากขึ้น

การฝึกหายใจเหมาะกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเหนื่อยง่ายหลังออกกำลังกาย หรือมีภาวะเหนื่อยหอบจากโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง โรคปอดติดเชื้อ หรือผู้ที่มีการจำกัดการขยายตัวของปอด เป็นต้น
ประโยชน์ของการฝึกหายใจ

1.  เพิ่มการขยายตัวของทรวงอก

2.  เพิ่มการแลกเปลี่ยนก๊าซภายในปอด

3.  ป้องกันปอดแฟบ

4.  ลดแรงการหายใจ

5.  เพิ่มประสิทธิภาพการไอ

6.  ช่วยร่อนระบายเสมหะ

7.  ช่วยให้ผ่อนคลาย

การฝึกการขยายตัวของทรวงอก ควรฝึกรอบละ 5-10 ครั้ง และทำซ้ำ 2-3รอบต่อวัน
ข้อบ่งชี้การฝึกการขยายตัวของทรวงอก

1.  โรคที่มีการจำกัดการขยายตัวของปอดเช่น ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดภาวะปอดแฟบ

2.  หลังผ่าตัดบริเวณทรวงอก/ ช่องท้อง

3.  โรคถุงลมโป่งพอง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

วิธีการฝึกการขยายตัวของทรวงอก

1.  ท่ายืดผนังทรวงอกส่วนหน้าและหลัง 


ให้หายใจออกยาว พร้อมกับ เหยียดแขน ก้มตัวมาทางด้านหน้า


จากนั้นหายใจเข้ายาว พร้อมกับเหยียดแขนกางขึ้นเหนือศีรษะ

2.  ท่ายืดผนังทรวงอกด้านข้าง 


นำมือขวาเท้าเอว  พับลำตัวมาทางขวาพร้อมกับไล่ลมหายใจออกยาว



จากนั้นหายใจเข้ายาวพร้อมยกแขนข้างขวาขึ้นเหนือศีรษะแล้วโน้มแขนและลำตัวไปทางซ้าย ให้ฝึกซ้ำอีกข้างเช่นเดียวกัน

 

3.  ท่ายืดผนังทรวงอกส่วนบน ด้านหน้าและหลัง


มือ 2 ข้างประสานกันบริเวณท้ายทอย นำศอกมาชิดกันทางด้านหน้า พร้อมหายใจออกยาว


จากนั้น กางศอกออกจากกัน พร้อมหายใจเข้าเต็มที่

การฝึกหายใจโดยใช้กระบังลม
        จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มประสิทธิภาพในการหายใจ โดยมีลักษณะการหายใจที่ถูกต้อง คือ เมื่อหายใจเข้าท้องจะป่อง และหายใจออกท้องจะแฟบ


วิธีฝึก เริ่มจากท่านั่งเอนหลังให้สบาย หรือนอนหงาย ผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอ/บ่า/ไหล่ นำมือข้างหนึ่งวางที่ท้อง มืออีกข้างวางบริเวณทรวงอก เพื่อดูการป่อง-แฟบของท้องร่วมด้วย ค่อยๆ หายใจเข้าทางจมูกช้าๆ หน้าท้องจะค่อยๆ ขยายดันมือขึ้น ในขณะที่มือบริเวณทรวงอกจะอยู่นิ่ง หลังจากนั้นค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางจมูกช้าๆ หน้าท้องจะค่อยๆ ยุบตัวลง ทำติดต่อกันประมาณ 5-10 ครั้ง/ชุด สามารถฝึกได้บ่อยตามต้องการ

การฝึกหายใจแบบห่อปาก


        ในผู้ป่วยโรคหอบหืด หรือโรคถุงลมโป่งพอง แพทย์อาจแนะนำการฝึกหายใจแบบห่อปาก โดยเริ่มจากหายใจเข้าทางจมูกตามปกติ และเมื่อหายใจออก ให้ห่อริมฝีปากเป็นช่องเล็กๆ แล้วหายใจออกทางปากช้าๆ เบาๆ ให้นานที่สุด การหายใจออกแบบนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้หลอดลมตีบในขณะหายใจออก

การฝึกหายใจลึกเพื่อเพิ่มปริมาตรการหายใจของปอด
        ในผู้ป่วยปอดแฟบ ฟอดไม่ขยายตัว หรือผู้ป่วยหายใจตื้น ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องบริหารปอดเพื่อเพิ่มปริมาตรการหายใจของปอด
ข้อห้ามในการฝึกโดยใช้เครื่องบริหารปอด

1.  หายใจเร็ว >25 ครั้งต่อนาที

2.  ผู้ที่ไม่สามารถหายใจเข้าลึกได้ เช่น หายใจลึกแล้วปวดแผลผ่าตัดมาก

3.  ผู้ป่วยปอดอักเสบระยะเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่มีเสมหะมาก หรือปอดแฟบจากมีเสมหะอุดกั้น

วิธีการใช้เครื่องบริหารปอด

1.  ตั้งอุปกรณ์ โดยเลื่อนตัวชี้ปริมาตรอากาศไปยังเลขเป้าหมายที่ต้องการ(สอบถามเป้าหมายจากแพทย์ประจำตัวของท่าน)

2.  นั่งตัวตรง ถืออุปกรณ์ในระดับสายตา ใช้ปากครอบบริเวณปลายท่อให้แน่น (ระวังอย่าให้ลมรั่วออกทางมุมปาก)

3.  เป่าลมออกทางปากผ่านเครื่อง เป่าลมหายใจออกให้ยาวที่สุดเท่าที่จะทำได้

4.  ดูดลมเข้าทางปากช้าๆจนสุดและค้างไว้ โดยพยายามให้ลูกสูบที่อยู่ในช่องอุปกรณ์เลื่อนขึ้นไปใกล้กับเลขเป้าหมายที่ตั้งไว้

5.  คลายปากออกจากท่อแล้วพักโดยการหายใจตามปกติประมาณ 1 นาที แล้วจึงฝึกซ้ำอีกครั้งทำ 5-10 ครั้ง/ชั่วโมง (พยายามฝึกให้ได้อย่างน้อยวันละ 100 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด)

4.  หากสามารถหายใจได้ตามปริมาตรเป้าหมายแล้ว ควรปรับเลื่อนตัวชี้ปริมาตรอากาศ เพื่อเพิ่มเป้าหมายให้มากขึ้นเรื่อยๆ


การฝึกหายใจอย่างเป็นวงจร (Active cycle breathing technique)
        การฝึกหายใจอย่างเป็นวงจร ช่วยระบายเสมหะ ช่วยขยายปอดที่แฟบ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศเข้าไปในถุงลมต่างๆ ได้ดีขึ้น



------------------------------------------------------------

สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• Call center : 0-5393-6900-1
• LINE Official : https://lin.ee/h3Wxyp3
• Facebook : https://bit.ly/2Kid6X9
• Youtube : https://bit.ly/3anQsH6
• Twitter : https://bit.ly/3eACDJ2
• Instagram: https://bit.ly/2VnrTGo
• Blockdit : https://bit.ly/2VqvL9D
• Website: http://sriphat.med.cmu.ac.th

หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด