ปวงข่าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม

โรคกระดูกพรุน (Osteoporsis)

โรคกระดูกพรุน (Osteoporsis)

ผศ.นพ.ธนินนิตย์  ลีรพันธ์

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-020-R-00


        การสูญเสียมวลกระดูกไม่แสดงอาการใดออกมา คนทั่วไปไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุน จนกระทั่งกระดูกอ่อนแอ และเมื่อได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยหรือหกล้ม ก็ทำให้กระดูกหักได้

 


โรคกระดูกพรุนคืออะไร

        โรคกระดูกพรุน คือ โรคที่มีการสูญเสียมวลกระดูกอย่างต่อเนื่อง และเสื่อมสลายทางโครงสร้างของ กระดูก ทำให้กระดูกบางลง มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย โรคนี้ค่อยๆเกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน มักไม่ค่อยแสดงอาการจนกระทั่งมีการหักของกระดูกเกิดขึ้น


โรคกระดูกพรุนมีอาการอย่างไร

        โรคกระดูกพรุนมักถูกเรียกว่า “มหันตภัยเงียบ” เนื่องจากการสูญเสียมวลกระดูกไม่แสดงอาการใดออกมา คนทั่วไปมักไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุน จนกระทั่งกระดูกอ่อนแอลง เมื่อได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย หรือหกล้ม ก็ทำให้เกิดกระดูกหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกบริเวณสะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกบริเวณข้อมือ ผู้ป่วยอาจจะมีอาการปวดมากจนกระทั่งไม่สามารถทำงานและทำกิจวัตรประจำวันได้ เมื่อกระดูกสันหลังหักหรือยุบลงมา ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ตัวเตี้ย หลังค่อม 

 

อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

        สาเหตุที่แท้จริงของโรคกระดูกพรุนไม่ทราบแน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน ได้แก่ เพศหญิงประจำเดือนหมดก่อนวัยอันควร หรือได้รับการผ่าตัดเอารังไข่ออก ได้รับอาหารที่มีแคลเซียมต่ำ สูบบุหรี่ ดื่มสุราและกาแฟมาก ได้รับยาสเตียรอยด์ ยารักษาโรคไทรอยด์ เป็นโรครูมาตอยด์ พบว่า 50% ของผู้หญิงที่อายุมากกว่า 50 ปี เกิดกระดูกหักเนื่องจากโรคกระดูกพรุน

เปรียบเทียบผู้ป่วยในช่วงที่มีกระดูกสันหลังปกติและผู้ป่วยที่มีอายุมากขึ้นและเป็นโรคกระดูกพรุน

ร่วมกับมีการยุบตัวของกระดูกสันหลัง ทำให้ตัวเตี้ยลงและหลังค่อม


 ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่

        แพทย์สามารถตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก โดยใช้เครื่องเอ็กซเรย์ (DEXA) วัดความหนาแน่นของมวลกระดูกที่สะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ ซึ่งเป็นวิธีการวัดมวลกระดูกด้วยเทคนิคพิเศษ โดยใช้รังสีจำนวนน้อยเพื่อหาปริมาณของมวลกระดูก


มีวิธีป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนอย่างไร

        การป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุนเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกระดูกหัก โดย         

        หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

        รับประทานแคลเซียมให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก โดยมีความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุ คือ 

        - เพศชายและเพศหญิง อายุ 9-18 ปี ต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

        - เพศชายและเพศหญิง อายุ 19-50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน

        - ผู้หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ต้องการแคลเซียม 1,300 มิลลิกรัมต่อวัน

        - เพศชายและเพศหญิง อายุมากกว่า 50 ปี ต้องการแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

        - อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ โยเกิร์ต นม 1 แก้ว(250 cc) มีแคลเซียม 300 มิลลิกรัม ปลากระป๋อง ผักบร็อคเคอรี่ ผักใบเขียว 

         วิตามินดี ร่างกายต้องการวิตามินดี วันละ 200-600 I.U.

         ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายช่วยลดการสูญเสียมวลกระดูก เช่น การเดิน การวิ่ง การวิ่งบนสายพาน การรำมวยไทเก๊ก เป็นการช่วยฝึกความสมดุลของร่างกายเพื่อป้องกันไม่ให้หกล้มได้ง่าย

 

ภาพประกอบจาก  http://www.yellowlifestyle.com/TH/promotion/Pages/default.aspx



Call Center : 0-5393-6900-1/คลินิกกระดูกและข้อ : 0-5393-6952
Line iD : @sriphatcenter