การสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ ใครว่าทำไม่ได้ ?

ผศ.นพ.ชัยเลิศ พงษ์นริศร

หัวหน้าหน่วยนรีเวชทางเดินปัสสาวะและอุ้งเชิงกราน

ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 

รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-100-R-00


คำชี้แนะที่ควรรู้สำหรับสตรี

    1.  การสวนปัสสาวะคืออะไร ?

    2.  กระเพาะปัสสาวะปกติทำงานอย่างไร ?

    3.  เพราะเหตุใดจำเป็นต้องสวนปัสสาวะ ?

    4.  ท่อสวนที่ใช้เพื่อสวนปัสสาวะมีกี่ชนิด ?

    5.  คุณจำเป็นต้องสวนปัสสาวะเป็นเวลานานเท่าไร ?

    6.  การสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ คืออะไร ?

    7.  เรื่องใดบ้างที่คุณควรเรียนรู้ก่อนทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?

    8.  สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมก่อนเริ่มทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?

    9.  ขั้นตอนของปฏิบัติการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นอย่างไร ?

    10. เคล็ดลับและคำแนะนำ

    11. คุณควรสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆบ่อยแค่ไหน ?


 การสวนปัสสาวะคืออะไร ?

        การสวนปัสสาวะ คือ การสอดท่อเล็กๆ ผ่านรูเปิดท่อปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ เพื่อระบายน้ำปัสสาวะออก ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการสวนปัสสาวะเป็นพักๆ ชั่วคราวในระยะหลังผ่าตัด เนื่องจากความเจ็บปวดบวมบริเวณที่ผ่าตัด หรือไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ สตรีบางรายที่มีปัญหาทางด้านระบบประสาท (เส้นประสาท) ของกระเพาะปัสสาวะ อาจจำเป็นต้องได้รับการสวนปัสสาวะตลอดไปอย่างถาวร


กระเพาะปัสสาวะปกติทำงานอย่างไร ?

        เมื่อไตสร้างน้ำปัสสาวะขึ้นและไหลลงมาเก็บกักไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ กล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะจะผ่อนคลายและยืดออกเพื่อบรรจุน้ำปัสสาวะไว้ จนเมื่อน้ำปัสสาวะมีปริมาณเพิ่มมากถึงระดับหนึ่ง จึงเริ่มมีความรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะเกิดขึ้น และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม สมองก็จะส่งสัญญาณมาสั่งให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะหดตัวและกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะคลายตัว ยังผลให้ขับถ่ายปัสสาวะออกมา โดยปกติ กระเพาะปัสสาวะมักขับถ่ายปัสสาวะประมาณ 4 - 7 ครั้งในช่วงกลางวัน และ 1 - 2 ครั้งในช่วงกลางคืน


เพราะเหตุใดจึงจำเป็นต้องสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?

    ถ้ากระเพาะปัสสาวะไม่ทำหน้าที่ขับถ่ายปัสสาวะได้อย่างปกติ ย่อมก่อให้เกิดปัญหาหลายประการตามมา ได้แก่

  • ผนังกระเพาะปัสสาวะถูกยืดจนโป่งออกมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายของกล้ามเนื้ออย่างถาวร และก่อให้เกิดปัสสาวะเล็ดราด และไม่สามารถขับถ่ายปัสสาวะได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะหรือเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากมีปัสสาวะเหลือค้างอยู่เป็นเวลานาน
  • การยืดของกระเพาะปัสสาวะร่วมกับการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะอาจส่งผลเสียต่อไต
  • อาการปวดปัสสาวะรีบ
  • อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
  • อาการปัสสาวะบ่อย


ท่อสวนที่ใช้ในการสวนปัสสาวะมีกี่ชนิด ?

    ชนิดของท่อสวนที่เลือกใช้มี 3 ชนิด ขึ้นกับเทคนิคในการสวนปัสสาวะ ได้แก่


  1. ท่อสวนชนิดที่ใส่คาไว้ผ่านทางท่อปัสสาวะ เป็นการสอดท่อสวนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อปัสสาวะ และคาท่อไว้เป็นระยะเวลาไม่นาน


  2. ท่อสวนชนิดที่ใส่คาไว้ผ่านทางหน้าท้องเหนือกระดูกหัวหน่าว เป็นการสอดท่อสวนเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะผ่านทางผิวหนังบริเวณหน้าท้องเหนือหัวหน่าว และคาท่อสวนไว้เป็นระยะเวลานานกว่า


  3. ท่อสวนชนิดที่ใช้สวนปัสสาวะเป็นพักๆ เป็นการสอดท่อสวนขนาดเล็กๆ เข้าไปในกระเพาะปัสสาวะเป็นครั้งคราว และดึงออกโดยไม่คาท่อสวนไว้หลังจากระบายน้ำปัสสาวะออกจนหมดแต่ละครั้ง


คุณจำเป็นต้องสวนปัสสาวะเป็นเวลานานเท่าไร ?

ระยะเวลาที่ต้องสวนปัสสาวะขึ้นกับสาเหตุที่ทำให้ขับถ่ายปัสสาวะไม่หมด โดยทั่วไปกระเพาะปัสสาวะจะกลับมาทำงานได้ปกติหลังผ่าตัดผ่านไป 1 - 2 สัปดาห์ แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำว่าคุณควรจะต้องสวนปัสสาวะอยู่นานแค่ไหน


การสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ คืออะไร ?

เป็นการสวนปัสสาวะโดยการสอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะด้วยตนเอง เพื่อระบายน้ำปัสสาวะออกมาเป็นระยะๆ แม้ว่าในตอนแรกอาจจะดูเหมือนทำเองได้ยาก แต่ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยสามารถเรียนรู้วิธีสวนปัสสาวะเองได้ และเมื่อทำได้จนคล่องแล้วจะสามารถสวนปัสสาวะได้สำเร็จภายในเวลาไม่กี่นาที แพทย์และพยาบาลจะช่วยคุณให้ทำได้อย่างถูกต้อง และพร้อมที่จะตอบคำถามที่คุณสงสัย


สิ่งใดบ้างที่คุณควรเรียนรู้ก่อนทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ ?

ก่อนที่คุณจะเรียนรู้เทคนิคของการสวนปัสสาวะตนเองเป็นพักๆ คุณควรมีความรู้ความเข้าใจในกายวิภาคบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกว่าตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะของคุณอยู่ที่ไหน (รูปที่ 1) พยาบาลที่ดูแลจะให้ข้อมูลในทางปฏิบัติและใช้กระจกเงาเพื่อช่วยคุณมองหาตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะ











             รูปที่ 1 กายวิภาคของอวัยวะสืบพันธ์ภายนอกของสตรี

 

สิ่งใดบ้างที่คุณควรเตรียมก่อนเริ่มทำการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ?

    ท่อสวนปัสสาวะแบบใช้แล้วทิ้งหรือแบบที่ใช้ซ้ำได้ (รูปที่ 2 ก และ ข)

  • ภาชนะบรรจุน้ำปัสสาวะ
  • สารหล่อลื่น (ปราศจากเชื้อ)
  • กระดาษชำระ
  • ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อเก็บท่อสวนปัสสาวะหลังใช้งานแล้ว

 

คุณอาจได้รับการแนะนำให้นำท่อสวนปัสสาวะแบบใช้แล้วทิ้งมาใช้ซ้ำได้อีกเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ในกรณีดังกล่าวคุณควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ :

 


การดูแลท่อสวนปัสสาวะในกรณีที่จะนำมาใช้ซ้ำ

  • ล้างท่อสวนปัสสาวะหลังการใช้งานทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการอุดตันที่รูเปิดของท่อสวน
  • ล้างท่อสวนปัสสาวะด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ แล้วปล่อยน้ำไหลผ่านไปตามท่อสวนจนสะอาด
  • สะบัดท่อสวนปัสสาวะเพื่อไม่ให้มีน้ำเหลือค้างอยู่ในท่อสวน
  • เก็บท่อสวนปัสสาวะในภาชนะสะอาดที่มีฝาปิดมิดชิด
  • ล้างภาชนะที่เก็บอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งด้วยน้ำสบู่อุ่นและเช็ดให้แห้ง
  • ระวังไม่ให้ใครมาสัมผัสกับท่อสวนปัสสาวะหรือภาชนะที่ใช้เก็บ


โดยทั่วไปสามารถนำท่อสวนปัสสาวะแบบชนิดใช้แล้วทิ้งมาใช้งานซ้ำได้นาน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ถ้าพบว่าท่อสวนเกิดความเสียหายหรือไม่สะอาด หรือมีสัญญาณว่าติดเชื้อ ให้เปลี่ยนท่อสวนใหม่

ในกรณีที่คุณมีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ให้ใช้ท่อสวนอันใหม่ทุกครั้งที่ทำการสวนปัสสาวะ


ขั้นตอนของปฏิบัติการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นอย่างไร ?

    ขั้นตอนการสวนปัสสาวะตนเอง (รูปที่ 3) มีดังต่อไปนี้

 









                   รูปที่ 3 การสอดท่อสวนปัสสาวะด้วยตนเอง


    1. ล้างมือทั้งสองข้างให้สะอาด

    2. เตรียมอุปกรณ์ให้สะอาดและพร้อมหยิบใช้งาน

    3. ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศภายนอกด้วยกระดาษชำระหรือผ้านุ่มๆ ชุบน้ำสะอาดหรือกระดาษชำระสำเร็จรูป โดยเริ่มเช็ดในทิศทางจากด้านหน้าลงมาด้านหลังเสมอ และให้ทิ้งลงถังขยะไปหลังจากเช็ดเพียงครั้งเดียว

    4. ล้างมือทั้งสองข้างอีกครั้ง

    5. จัดท่าของคุณให้อยู่ในท่าที่สบายอาจนั่งหรือยืนก็ได้ (ในระยะเริ่มต้นที่คุณยังไม่ชำนาญและไม่คุ้นเคยกับการสวนปัสสาวะ คุณอาจจำเป็นต้องใช้กระจกช่วยส่องดูตำแหน่งของรูเปิดท่อปัสสาวะของคุณในขณะทำการสวนปัสสาวะ)

    6. หยิบท่อสวนปัสสาวะขึ้นมา โดยระวังไม่ไปสัมผัสบริเวณปลายท่อสวนที่จะสอดเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะของคุณ แล้วจุ่มปลายของท่อสวนเข้าไปในสารหล่อลื่น

    7. ใช้มืออีกข้างหนึ่งแหวกแคมเล็กให้แยกจากกัน คุณอาจจำเป็นต้องใช้นิ้วมือค่อยกัน (หรือสอด) ที่ปากช่องคลอดเพื่อกันไม่ให้สอดท่อสวนผิดทางเข้าไปในช่องคลอด จากนั้นค่อยๆ สอดท่อสวนเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะอย่างนุ่มนวล จนมีน้ำปัสสาวะไหลออกมา ให้คาท่อสวนไว้จนกระทั่งน้ำปัสสาวะหยุดไหล

    8. ดึงท่อสวนปัสสาวะออกมาช้าๆ หลังจากที่น้ำปัสสาวะหยุดไหลแล้ว

    9. เช็ดให้แห้ง

    10. ล้างมือทั้งสองข้างอีกครั้ง


        เคล็ดลับและคำแนะนำ

         การดื่ม

          โดยทั่วไปแนะนำให้ดื่มน้ำประมาณวันละ 2 ลิตร ถ้าแพทย์ที่ดูแลไม่ได้แนะนำเป็นอย่างอื่น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ


         สุขอนามัย

         การหยิบจับโดยระมัดระวังให้ปราศจากเชื้อโรคสำคัญกว่าความรวดเร็วในการสวนปัสสาวะ คุณจึงควรล้างมือให้สะอาดเสมอเมื่อทำการสวนปัสสาวะ และล้างอุปกรณ์ให้สะอาดตามแนวทางที่แนะนำ


         การขับถ่ายอุจจาระ

          คุณควรขับถ่ายอุจจาระสม่ำเสมอทุกวัน เพราะจะทำให้คุณขับถ่ายปัสสาวะได้หมดง่ายขึ้น คุณจึงควรรับประทานอาหารอย่างสมดุลและมีปริมาณผักและผลไม้ที่มากเพียงพอ ถ้าคุณมีปัญหาท้องผูกควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล

         

        ก่อนการสวนปัสสาวะ

          ก่อนที่จะทำการสวนปัสสาวะทุกครั้ง คุณควรพยายามถ่ายปัสสาวะเช่นปกติเสียก่อนถ้าทำได้ โดยพยายามผ่อนคลายกล้ามเนื้อพื้นอุ้งเชิงกรานและหลีกเลี่ยงการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง เพื่อออกแรงเบ่งลงมา


        กรณีที่สอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไปไม่ได้

        ถ้าคุณพบว่ามีแรงต้านขณะสอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไปในรูเปิดท่อปัสสาวะ อย่าใช้แรงมากดันหรือรีบเร่งที่จะสอดท่อสวนปัสสาวะเข้าไป ให้หยุดสอดและหายใจเข้าออกซ้ำๆ 2 - 3 ครั้งหรือไอเบาๆ พร้อมกับดันสายสวนด้วยแรงคงที่เข้าไปขณะที่กล้ามเนื้อผ่อนคลายสายสวนจะเข้าไปได้ง่าย

        ถ้าคุณยังมีปัญหาสอดเข้าไปไม่ได้อยู่ ให้ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณเพื่อรับคำแนะนำ


         การเดินทาง

          ถ้าคุณจำเป็นต้องเดินทางไกลในช่วงวันหยุดพักผ่อนติดต่อกัน โปรดเตรียมอุปกรณ์ไปให้เพียงพอต่อการใช้งาน อย่าลืมที่แบ่งบางส่วนเก็บไว้ในกระเป๋าถือใกล้ตัวของคุณเพื่อใช้ในยามจำเป็น


         หากพบว่ามีเลือดอยู่บนท่อสวนปัสสาวะ

          การสวนปัสสาวะอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อภายในท่อปัสสาวะ แต่จะหายได้เองในไม่ช้า คุณยังสามารถที่จะสวนปัสสาวะด้วยตนเองต่อไป ถ้าคุณต้องใช้แรงมากในการสอดท่อสวน หรือเจ็บปวดมากขณะสวนและมีเลือดออกไม่หยุด คุณควรปรึกษาแพทย์


         การเฝ้าระวังการติดเชื้อ

        การสวนปัสสาวะแต่ละครั้งมีโอกาสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ เพราะว่าเชื้อแบคทีเรียอาจผ่านเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะผ่านทางท่อสวนปัสสาวะได้โดยตรง แนะนำให้คุณปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรักษาหากคุณมีอาการที่อาจเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะดังต่อไปนี้


        คุณควรสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ บ่อยแค่ไหน ?

          ความถี่ของการสวนปัสสาวะเป็นพักๆ ขึ้นกับปริมาณปัสสาวะตกค้างที่เหลืออยู่ในกระเพาะปัสสาวะ คำแนะนำเกี่ยวกับความถี่ในสวนปัสสาวะเป็นพักๆ มีความแตกต่างกันไปในแต่ละโรงพยาบาล แนวทางปฏิบัติโดยทั่วไป มีดังนี้


        ปริมาณปัสสาวะตกค้าง

        ความถี่ของการสวน

        > 400 ซีซี

        4-6 ครั้งต่อวัน

        400-300 ซีซี

        3 ครั้งต่อวัน

        300-200 ซีซี

        2 ครั้งต่อวัน

        หรือสวนปัสสาวะบ่อยๆตามที่แพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณแนะนำให้ทำ


        คำแนะนำ

        • ให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 ถ้วยต่อวัน
        • ตวงวัดปริมาณน้ำปัสสาวะแต่ละครั้งที่คุณปัสสาวะได้เองก่อนสวน และปริมาณน้ำปัสสาวะตกค้างที่สวนได้
        • สวนปัสสาวะเป็นพักๆ หรือบ่อยๆ ตามที่แพทย์หรือพยาบาลที่ดูแลคุณแนะนำ

         

         ตัวอย่างแบบบันทึกการสวนปัสสาวะด้วยตนเองเป็นพักๆ



        24 ธันวาคม 2556

        เอกสารอ้างอิง

        International Urogynecological Association (IUGA) Intermittent Self Catheterization (ISC): A Guide for Women. 2013.


        ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
        Call Center : 0-5393-6900-1 / คลินิกสูตินรีเวช : 0-5393-6830
        Line iD : @sriphatcenter