โรคอีสุกอีใส

เอกสารประกอบ  


นพ.ทัศนัย  วนรัตน์วิจิตร

กุมารแพทย์

หัสเอกสาร PI-IMC-084-R-01


" ใครใครก็เป็นได้ โรคนี้สามารถเป็นได้ทุกวัย พบได้ในทุกฤดู แต่มักติดต่อได้ง่ายและระบาดในช่วงฤดูหนาว "

"โรคอีสุกอีใส” เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อวาริเซลลา (Varicella virus) 

การติดต่อ

โรคอีสุกอีใสติดต่อได้ง่ายและมักระบาดในช่วงหน้าหนาว โดยติดต่อทางการหายใจและสารคัดหลั่ง เช่น พูดคุย ไอ จาม หรือการสัมผัสผู้ป่วย เช่น การสัมผัสถูกตุ่มแผลสุกใส เป็นต้น และการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ป่วย เช่น ที่นอน หมอน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ซึ่งอาจเปื้อนตุ่มแผลของผู้ป่วย ระยะเวลาหลังจากได้รับเชื้อจนเกิดอาการ ใช้เวลา 10-21 วัน โรคนี้พบมากในเด็ก แต่ผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่าในเด็ก

อาการ

อาการของโรคเริ่มด้วยมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยร่างกาย 1-2 วัน เบื่ออาหาร หลังจากไข้จะมีผื่นแดงเม็ดเล็กๆ มีอาการคัน ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำพองใสและเป็นตุ่มน้ำขุ่น มีขนาดใหญ่และแตกได้ง่าย หรือแห้งเป็นสะเก็ด จะพบผื่นทุกระยะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของโรคอีสุกอีใส และตุ่มจะมากขึ้นเรื่อยๆ พบมากตรงบริเวณลำตัวก่อนลามไปที่คอ หน้า ศีรษะ แขนขา และพบได้ทั้งตัว รวมทั้งเยื่อบุในช่องปาก ลำคอ หรือเยื่อบุตา

โรคอีสุกอีใสจะมีระยะแพร่เชื้อ คือ ประมาณ 1-2 วัน ก่อนมีผื่นขึ้นจนถึงระยะผื่นตกสะเก็ดจนแห้งทั้งหมด เมื่อหายแล้วเชื้อไวรัสจะคงอยู่ในร่างกายโดยหลบอยู่ในปมประสาท และร้อยละ 15 เกิดเป็นงูสวัดในหลายปีต่อมาเมื่อภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง

การปฏิบัติตัว

- ผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัยในระยะมีผื่น จนถึงระยะผื่นตกสะเก็ดแห้งทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่บุคคลอื่น

- ไม่ควรแกะเกาแผลหรือตุ่มใส

- ควรแยกตนเองให้ห่างจากบุคคลอื่นในระยะแพร่เชื้อ และแยกของใช้

- อยู่ในบริเวณที่อากาศถ่ายเท และมีการระบายอากาศดี 

 

การป้องกัน

การป้องกันโรคอีสุกอีใส นอกจากการหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยป้องกันโรคได้ ดังนี้

ในวัยเด็กแนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง เข็มที่ ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบขึ้นไป และฉีดเข็มที่ ระหว่างอายุ 2-4 ขวบ ยกเว้นกรณีที่มีการระบาด อาจฉีดเข็มที่ 2 ก่อนอายุ 4 ขวบได้ โดยต้องห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน

ในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 13 ปี แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน

ในผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง โดยที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน การฉีดวัคซีนโรคอีสุกอีใสภายใน 3-5 วัน มีประสิทธิภาพในการป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรคอีสุกอีใสได้ร้อยละ 70-100 ซึ่งผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อ ควรสังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์

ทั้งนี้ ไม่แนะนำให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ

 

ข้อมูลอ้างอิง บทความเรื่อง โรคไข้สุกใส สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย


สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่

• Call center : 0-5393-6900-1
• LINE Official : https://lin.ee/h3Wxyp3
• Facebook : https://bit.ly/2Kid6X9
• Youtube : https://bit.ly/3anQsH6
• Twitter : https://bit.ly/3eACDJ2
• Instagram: https://bit.ly/2VnrTGo
• Blockdit : https://bit.ly/2VqvL9D
• Website: http://sriphat.med.cmu.ac.th

หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด