โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

เอกสารประกอบ  

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

นพ.นิพพิชฌน์  พรหมมี

รหัสเอกสาร PI-IMC-078-R-00


มะเร็งกระเพาะอาหารในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นมะเร็งชนิดที่เปลี่ยนแปลงมาจากเยื่อบุผิว (Adenocarcinoma) จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี 2559 พบผู้ป่วยใหม่ราว 3.6 ราย และ 2.5 ราย ต่อประชากรแสนคน ในเพศชายและหญิงตามลำดับ (Estimated Age-standardized incidence rate) หรือคิดเป็นร้อยละ 1.72 ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่  พบมากขึ้นชัดเจนในช่วงอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป  ลักษณะรอย โรคในกระเพาะอาหาร อาจพบเป็นแผล ก้อนนูน หรือการหนาตัวผิดปกติของเยื่อบุผิว ถึงแม้ว่าไม่ใช่มะเร็งที่พบบ่อยอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่มีอัตราการเสียชีวิตที่สูง เพราะผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ในระยะลุกลามของตัวโรคแล้ว


อาการและอาการแสดง

พบได้ตั้งแต่ไม่มีอาการใดๆ (มักเจอในระยะแรก) มีอาการปวดท้องใต้ลิ้นปี่  แสบร้อน อืดแน่นท้อง โดยเฉพาะหลังทานอาหาร อิ่มเร็ว ทานได้น้อยลง หรือจนกระทั่งมีอาการของสัญญาณเตือนที่น่ากังวล (Alarming symptoms) เช่น ถ่ายดำ ซีด เพลีย มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อาเจียนบ่อยมาก น้ำหนักลดลงอย่างชัดเจน  คลำได้ก้อนที่หน้าท้อง เป็นต้น


ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ

1. การรับประทานอาหารที่มีวัตถุกันเสียเป็นประจำ  วัตถุกันเสียประเภทโซเดียมไนเตรทและโซเดียมไนไตรท์ เมื่อผ่านปฏิกิริยาในร่างกายจะเปลี่ยนเป็น “สารไนโตรซามีน” ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มักพบในอาหารประเภทหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารประเภทปิ้งย่าง และอาหารจำพวกเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น หมูยอ แฮม ไส้กรอก กุนเชียง แหนม เป็นต้น

2. การติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (H.pylori  หรือ Helicobacter pylori) การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ในกระเพาะ ส่วนหนึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุกระเพาะอาหาร จนกระทั่งเกิดการฝ่อของเยื่อบุและเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้  อย่างไรก็ตามแม้ว่าความชุกของการติดเชื้อชนิดนี้ในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 40-50 แต่ความชุกของโรคมะเร็งกระเพาะกลับต่ำ ไม่สอดคล้องกัน คาดว่าน่าจะมีผลจากปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น ชนิดหรือสายพันธุ์ของเชื้อ ปฏิกิริยาการตอบสนองของร่างกายต่อการติดเชื้อ เป็นต้น

3. มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

4. โรคที่มีความผิดปกติของสารพันธุกรรม (พบน้อยมาก) เช่น โรค Lynch syndrome, Familial adenomatous polyposis , Peutz-Jeghers syndrome ซึ่งไม่ขอกล่าวในรายละเอียด ณ ที่นี้


การวินิจฉัย

สามารถทำได้โดยการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Esophagogastroduodenoscopy, EGD) เป็นการตรวจที่มีความแม่นยำสูง ทำได้ไม่ยุ่งยาก  สามารถตัดชื้นเนื้อบริเวณที่น่าสงสัยไปตรวจ และสามารถตรวจว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ด้วยหรือไม่ 

สำหรับการตรวจหาการติดเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์นั้น สามารถทำได้อีกวิธีหนึ่ง คือ การตรวจทางลมหายใจ (Urea breath test, UBT) เป็นวิธีที่ให้ผลตรวจที่แม่นยำเช่นกัน

ผู้ที่ปวดท้องโรคกระเพาะอาหาร หากมีลักษณะดังต่อไปนี้ ควรได้รับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน

1. อายุที่เริ่มมีอาการครั้งแรก ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

2. มีสัญญาณเตือนที่น่าสงสัยมะเร็งกระเพาะอาหาร (Alarming features) ได้แก่

2.1 ภาวะเลือดออกทางเดินอาหาร 

2.2 ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

2.3 มีอาการอิ่มเร็วกว่าปกติอย่างชัดเจน (รับประทานอาหารได้น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของที่เคยรับประทานปกติ ก็รู้สึกอิ่ม รับประทานต่อไม่ได้

2.4 น้ำหนักลดลงมากกว่าร้อยละ 10 โดยที่หาสาเหตุอื่น ๆ ไม่พบ 

2.5 อาเจียนตลอดเวลา (มากกว่า 10 ครั้งใน 24 ชั่วโมง หรืออาเจียนหลังรับประทานอาหารแต่ละมื้อ) โดยไม่ทราบสาเหตุ

2.6 มีประวัติญาติสายตรงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

3. อาการไม่ดีขึ้นหลังได้รับการรักษาที่เหมาะสมแล้ว

 

คำแนะนำสำหรับประชาชนทั่วไป

ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่  ไม่รับประทานอาหารกลุ่มที่มีสารก่อเกิดมะเร็งดังกล่าวข้างต้นเป็นประจำ และหากมีอาการของสัญญาณเตือนที่น่าสงสัยมะเร็งกระเพาะอาหาร หรืออาการยังไม่ดีขึ้นหลังได้รับการรักษา ควรมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter




Facebook : SriphatMedicalCenter