คำแนะนำผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่ได้รับการผ่าตัด

เอกสารประกอบ  

คำแนะนำผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตที่ได้รับการผ่าตัด

นพ.วิศัลย์ อนุตระกูลชัย

ศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ

รหัสเอกสาร PI-IMC-028-R-00


ต่อมลูกหมาก คือ อวัยวะหนึ่งในระบบสืบพันธุ์เพศชาย อยู่บริเวณรอบท่อปัสสาวะส่วนต้นใต้ต่อกระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่สร้างน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ


ต่อมลูกหมากโตคืออะไร

โดยต่อมลูกหมากโตมักจะเริ่มพบได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีและมักจะไม่มีอาการใดๆ ส่วนใหญ่จะเริ่มแสดงอาการเมื่ออายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป และอุบัติการณ์ของต่อมลูกหมากโตจะเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น จากการที่ต่อมลูกหมากอยู่รอบท่อปัสสาวะ เมื่อมีการโตขึ้นของต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการกดเบียดท่อปัสสาวะได้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยเวลาปัสสาวะจะมีปัญหาปัสสาวะขัด ปัสสาวะต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น ในบางรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจจะทำให้ปัสสาวะไม่ออกได้


การรักษา

ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง อาจเฝ้าดูอาการไว้ก่อน แต่ถ้ามีอาการมากขึ้น แพทย์จะพิจารณารักษาด้วยวิธีการผ่าตัดต่อมลูกหมากโดยการส่องกล้องทางท่อปัสสาวะ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมและได้ผลที่สุดในปัจจุบัน

การผ่าตัดด้วยการส่องกล้องคว้านต่อมลูกหมาก

โดยศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะสอดกล้องผ่านท่อปัสสาวะ เข้าสู่ตำแหน่งของต่อมลูกหมาก โดยที่ปลายกล้องจะมีเครื่องมือผ่าตัด ลักษณะเป็นเส้นลวดไฟฟ้า ใช้สำหรับตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดเบียดท่อปัสสาวะเป็นชิ้นเล็กๆแล้วล้างเอาชิ้นเนื้อนั้นออกมาส่งตรวจ


การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด

1. ใน 12 ชั่วโมงแรกต้องนอนราบ หนุนหมอนได้ 1 ใบ เนื่องจากได้รับการฉีดยาระงับความรู้สึกเข้าบริเวณสันหลัง (สามารถพลิกตะแคงตัวซ้ายขวาได้)

2. มีการสวนล้างกระเพาะปัสสาวะไว้ 1-2 วัน และคาสายสวนปัสสาวะไว้ 2-3 วัน โดยใน 12 ชั่วโมงแรก แพทย์จะปิดพลาสเตอร์ยึดสายสวนปัสสาวะไว้ที่ขาข้างซ้ายให้ลูกโป่งที่ปลายสายสวนกดลงบริเวณบาดแผลที่ทำการผ่าตัด เพื่อช่วยหยุดเลือด อย่าดึงหรือแกะพลาสเตอร์ออกเอง ท่านอาจจะมีความรู้สึกปวดตึง ไม่สุขสบาย หรืออยากถ่ายอุจจาระได้จากแรงกดของลูกโป่ง

3. ถ้ามีอาการปวดบริเวณหัวเหน่ามาก หรือปวดอยากถ่ายปัสสาวะมาก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่พยาบาลทราบ เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทาอาการปวด

4. ทำการฝึกบริหารกล้ามเนื้อฝีเย็บ เพื่อให้กล้ามเนื้อฝีเย็บและหูรูดแข็งแรง เมื่อถอดสายสวนปัสสาวะจะทำให้ช่วยกลั้นปัสสาวะได้ ซึ่งฝึกทำได้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด และเริ่มทำได้ทันทีหลังผ่าตัด โดยขมิบหูรูดทวารหนักและท่อปัสสาวะให้แน่นคล้ายการกลั้นอุจจาระ หรือการหยุดถ่ายปัสสาวะ ขมิบค้างไว้ นับ 1 ถึง 10 แล้วจึงคลายออก ทำครั้งละ 10-20 ที สลับกับการขมิบเร็วๆ อีก 10 - 20 ที และทำทุก 1-2 ชั่วโมง

5. ดื่มน้ำวันละ 3 ลิตร ถ้าไม่มีข้อห้ามของแพทย์ เพื่อให้เศษเนื้อและเลือดที่ค้างในกระเพาะปัสสาวะล้างออกมา และจะช่วยป้องกันการติดเชื้อด้วย


การปฏิบัติตัวเมื่อกลับไปอยู่บ้าน

1. ในระยะ 4 อาทิตย์แรก ระวังการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง เช่น การเบ่งถ่าย การยกหรือแบกของหนัก การเดินขึ้นลงบันได การนั่งรถกระแทก ซ้อนรถหรือปั่นจักรยาน ฯลฯ เพราะจะทำให้มีการฉีกขาดและมีเลือดออกจากบริเวณแผลที่ตัดต่อมลูกหมาก

2. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 10-12 แก้วต่อวัน และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีกากใย เช่น ผักและผลไม้ เพื่อป้องกันการเบ่งถ่ายอุจจาระ

3. งดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ เพราะเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง

4. รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ถูกต้อง

5. สังเกตอาการผิดปกติต่างๆ และดูแลตนเองเบื้องต้น ดังนี้

- ถ้าปัสสาวะมีสีแดง ให้ดื่มน้ำมากๆ นอนพัก ถ้าปัสสาวะสีแดงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้ไปพบแพทย์ใกล้บ้าน เพราะอาจมีเลือดออกเพิ่มขึ้นและทำให้ปัสสาวะไม่ออก

- ถ้ามีไข้หนาวสั่น ปวดบริเวณท้องน้อย ปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะแสบขัด ให้ไปพบแพทย์ใกล้บ้าน เพราะอาจมีการติดเชื้อ

6. มาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามอาการหลังผ่าตัด และแจ้งผลการตรวจชิ้นเนื้อให้ทราบ


อ้างอิงข้อมูลจาก หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย 2 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter