โรคประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน

เอกสารประกอบ  

(Sudden Sensorineural Hearing Loss)

รหัสเอกสาร PI-IMC-037-R-00


โรคประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน

        หมายถึง การเสื่อมของหูชั้นในข้างเดียวหรือสองข้างอย่างรวดเร็วภายในช่วงเวลาเป็นนาที ชั่วโมงหรือวัน โดยมีผลตรวจการได้ยินของหูข้างเดียวหรือสองข้างอยู่ที่ระดับ 30 เดซิเบลขึ้นไป ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีเสียงดังรบกวนในหู เวียนศีรษะหมุน อาเจียน หรือเซ เสียการทรงตัว โรคนี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์


สาเหตุ 

        ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่มีหลักฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อไวรัสบางชนิด หรือการเสื่อมของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงหูชั้นใน มีส่วนน้อยที่ทราบสาเหตุ ได้แก่ สาเหตุจากการกระแทกที่ศีรษะ การติดเชื้อซิฟิลิส เนื้องอกของประสาทหู ฯลฯ การซักประวัติ การตรวจร่างกายอย่างละเอียด การตรวจการได้ยิน และการตรวจพิเศษเพิ่มเติม ทำให้พบสาเหตุได้ 10-30 %


การดูแลรักษา 

        ยาที่ใช้รักษาโรคประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันมีหลายชนิด ตัวอย่างเช่น

- ยาสเตียรอยด์ (Prednisolone) เป็นยาที่มีประโยชน์ในการช่วยลดอาการอักเสบของหูชั้นในและเส้นประสาทหู โดยสามารถให้ในรูปแบบรับประทานหรือแบบฉีดเข้าหูชั้นกลาง ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม และยานี้จะมีประโยชน์เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ภายใน 4 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มมีอาการ อย่างไรก็ตามยาแบบรับประทาน อาจทำให้ระคายกระเพาะอาหาร แพทย์จึงมักสั่งให้กินพร้อมยาลดกรด

- ยาวิตามินบี 1-6-12 บำรุงประสาท

- ยาขยายหลอดเลือด (Betahistine) / ยาเพิ่มการใช้ออกซิเจนที่หูชั้นใน (Almitrine/Raubasine)

ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของประสาทหูเสื่อม เช่น การเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับเม็ดเลือด น้ำตาล ไขมัน โรคซิฟิลิส เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจการได้ยินเป็นระยะเพื่อดูการฟื้นตัวของประสาทหู หากผลตรวจการได้ยินหลังหนึ่งเดือนยังไม่ฟื้นเป็นปกติ แพทย์อาจนัดตรวจพิเศษ เช่น การตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง (ABR) , การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือคลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) ของประสาทหูเพื่อดูว่ามีเนื้องอกเส้นประสาทหูหรือไม่

การพยากรณ์โรค 

ประมาณครึ่งของผู้ป่วย การได้ยินจะดีขึ้นภายใน 1-3 เดือน หลังหูเสื่อม โดยโอกาสฟื้นตัวของโรคประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันจะลดลงหากผู้ป่วยมีประสาทหูเสื่อมมาก / หูหนวก / มีอาการเวียนหมุน , มีโรคประจำตัว (ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูง ฯลฯ) หรือมาพบแพทย์ช้าเกินไป


การป้องกันและการฟื้นฟูประสาทหู 

ควรหลีกเลี่ยงการติดเชื้อหวัด รักษาและควบคุมสุขภาพทั่วไป หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะรบกวนหรือทำลายหูชั้นใน เช่น การกระทบกระแทกที่ศีรษะ การอยู่ในที่มีเสียงดังมาก การใช้ยาที่อาจทำลายประสาทหู กรณีที่เกิดโรคกับหูทั้งสองข้างและการได้ยินไม่ดีขึ้นหลังการรักษา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟัง


เอกสารอ้างอิง

1. Arts HA.Differential diagnosis of sensorineural hearing loss.In : Cummings CW,FredericksonJM,HarkerLA,RichardsonMA,SchullerMA,eds.Otolaryngology, head and neck surgery ,3nd ed.Mosby CD online . Mosby ,Inc,1999; chap.148.

2. Snow JB,Telian SA.Sudden deafness . In:PaparellaMM,ShumrickDA,Gluckman JL, MayerhoffWL,eds.Otolaryngology,VOL II , Otology and neuro-otology,3 nded.Philadelphia : W.B.Saunders,1991:1619-28.

3. Huge GB,FreedmanMA,HaberkampTj,Guay ME.Sudden sensorineural hearing loss.Otolaryngol Chin North Am 1996;29:393-405.

4. พงศกร ตันติลีปิกร นิรมล นาวาเจริญ จรัล กังสนารักษ์ ศรีทนต์ บุญยานุกูล ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลัน : รายงานผู้ป่วย 127 ราย. OtolaryngolHead Neck Surg(Thai) 1994;9:81-91.


ข้อมูลจาก หน่วยโสตประสาทวิทยา ภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ข้อมูลอัพเดตเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter