Meniere ‘ disease

เอกสารประกอบ  

รหัสเอกสาร PI-IMC-033-R-00



Meniere ‘ disease หรือ โรคมีเนีย หรือบางคนเรียกโรคน้ำในหูชั้นในไม่เท่ากัน เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหูส่วนใน ถึงแม้ว่าสาเหตุจริงๆ ของโรคนี้จะยังไม่ทราบขณะนี้ แต่พบว่าอาการของโรคมีเนียเกิดจากความผิดปกติของการสร้างน้ำในหูชั้นใน (Endolymph) โรคมีเนียพบได้ค่อนข้างบ่อย ถือเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่งของอาการเวียนศีรษะ โดยส่วนใหญ่ของผู้ป่วยมักมีความผิดปกติของหูข้างใดข้างหนึ่ง แต่บางคนก็เป็นโรคมีเนียของหูทั้งสองข้าง (ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด) โรคนี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยกลุ่มอายุประมาณ 20-50 ปี โดยที่อัตราการเกิดโรคในผู้ชายและผู้หญิงจะพอๆกัน


อาการของโรค (Symptoms)

1. มักจะมีอาการเวียนศีรษะหมุน (ซึ่งมักจะเป็นอาการเวียนศีรษะแบบรุนแรงและมีความรู้สึกหมุนร่วมด้วย)

2. อาการการได้ยินเสื่อม (Hearing loss) มีเสียงรบกวนในหู (Tinnitus) และอาการหูอื้อ แน่นตื้อ ( Fullness of the ear) ของหูข้างนั้น

3. อาการเวียนศีรษะที่พบในโรคนี้ มักจะรุนแรงบ่อยครั้งที่ร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียนและสูญเสียสมดุลของร่างกาย ผู้ป่วยอาจจะเซหรือล้มได้ง่ายเมื่อเกิดอาการ อาการเวียนศีรษะนี้อาจจะนานเป็นนาทีจนกระทั่งถึงหลายชั่วโมงเลยก็ได้ โดยในระหว่างที่เกิดอาการผู้ป่วยมักต้องอยู่ในท่านิ่งๆ ไม่ขยับศีรษะ เนื่องจากการขยับเคลื่อนไหวทำให้อาการเวียนศีรษะเพิ่มขึ้น ภายหลังจากอาการเวียนศีรษะเริ่มทุเลาลงผู้ป่วยยังคงมีอาการอ่อนเพลีย ง่วง และโซเซอยู่ได้อีกหลายวัน

        ในช่วงระยะแรกๆของโรค การเสื่อมการได้ยินมักจะเป็นๆ หายๆ โดยที่การได้ยินจะเสื่อมลงในช่วงเกิดอาการเวียนศีรษะ พบว่ามักเป็นที่ช่วงความถี่ต่ำ เมื่อร่างกายกลับคืนสู่ปกติ การได้ยินอาจจะกลับดีเหมือนเดิม แต่เมื่อโรคดำเนินต่อไปถึงระยะหนึ่งแล้ว การได้ยินจะเสี่อมลงเรื่อยๆจนกระทั่งหูตึงหรือหนวกก็ได้ 

        อาการเสียงรบกวนในหู (Tinnitus) และอาการหูอื้อ ( Fullness of the ear) อาจเป็นๆหายๆได้เช่นกัน ในระยะแรกของโรคบ่อยครั้งจะพบว่าเสียงรบกวนในหูดังมากขึ้น หรือผู้ป่วยมีอาการหูอื้อมากขึ้นเมื่อจะเกิดอาการเวียนศีรษะ แต่ในระยะหลังๆของโรค อาการนี้อาจเป็นอยู่ตลอดไปเลย

        สำหรับความถี่ของการเกิดอาการของโรคมีเนียนี้ ในบางรายนานๆ ครั้งถึงจะเกิดอาการ อาการไม่รุนแรงมากนัก แต่สำหรับบางรายที่เป็นบ่อยๆ และรุนแรง ก็เป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมานสำหรับผู้ป่วยมิใช่น้อย


การวินิจฉัยโรคมีเนีย

1. ประวัติ แพทย์จะซักประวัติอาการของท่านว่าเป็นอย่างไร เกิดอาการมากน้อยเพียงใด เป็นถี่ห่างแค่ไหน แต่ละครั้งของอาการเป็นนานเท่าไร รุนแรงแค่ไหน ลักษณะของอาการเวียนศีรษะเป็นแบบใด อาการของการได้ยินเสื่อมเป็นช่วงใด ขณะนี้เป็นมากน้อยเพียงใด อาการเสียงในหูหรืออาการหูอื้อเป็นถี่ห่างเพียงไร มีอาการที่หูข้างใด หรือเป็นทั้งสองข้าง แพทย์อาจจะถามถึงประวัติการเจ็บป่วยในอดีตของท่าน ประวัติโรคซิฟิลิส โรคคางทูม โรคการอักเสบของตา โรคภูมิคุ้มกัน โรคภูมิแพ้ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ โรคทางระบบประสาท หรือโรคอื่นๆ ประวัติการผ่าตัดหู ระดับไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น

2. การตรวจร่างกาย แพทย์จะทำการตรวจร่างกายระบบทั่วไป ระบบหู คอ จมูก และระบบประสาท นอกจากนั้นแพทย์จะทำการตรวจดูระบบสมดุลของร่างกาย ตรวจดูการทำงานของอวัยวะการทรงตัวในหูชั้นใน รวมถึงตรวจดูการกระตุกของลูกตา

3. การตรวจพิเศษ ได้แก่

3.1 การตรวจการได้ยิน (Audiogram) เพื่อประเมินว่ามีการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วยหรือไม่

3.2 เนื่องจากบางโรคมีลักษณะคล้ายโรคมีเนียร์ จึงมีความจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีโรคดังต่อไปนี้หรือไม่

     3.2.1 ตรวจเลือดเพื่อดูเรื่องการติดเชื้อซิฟิลิสเข้าหูชั้นใน

     3.2.2 ตรวจการได้ยินระดับก้านสมอง (Auditory Brainstem Response : ABR)หรือ MRI เพื่อประเมินเนื้องอกเส้นประสาทหู

4. การรักษา

        อาหาร แนะนำให้รับประทานโดยควบคุมปริมาณเกลือไม่ให้มากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด ควรงดหรือลดการบริโภคชา กาแฟ ช็อคโกแลต (รวมถึงไมโล โอวัลติน นม หรือขนมรสช็อคโกแลตทุกชนิด) รวมถึงงดการดื่มสุราและสูบบุหรี่

        ยา ในช่วงที่เกิดอาการควรรับประทานยาแก้อาการเวียนศีรษะหรือยาแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ซึ่งได้แก่ Dimenhydrinate , Scopolamine , Cyclicine ยาในกลุ่มนี้ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานๆ ควรใช้เป็นครั้งคราวเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น

        สำหรับยาที่ให้ในการควบคุมรักษาอาการของโรคมีเนีย ได้แก่ ยาขับปัสสาวะ ซึ่งเชื่อว่าช่วยลดอาการให้น้อยลงไปได้ ยาในกลุ่ม Calcium channel blocker เช่น Cinnarizine , Flunarizine หรือยาในกลุ่ม Betahistine นอกจากนี้ยังมียาขยายหลอดเลือด ซึ่งได้แก่พวก Nicotinic acid เป็นต้น ยาต่างๆเหล่านี้จะต้องใช้อย่างระมัดระวังและควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์

        การผ่าตัด จะทำในรายที่มีอาการรุนแรงและไม่สามารถควบคุมได้จากยา แพทย์อาจแนะนำการรักษาด้วยการผ่าตัด (โอกาสต้องผ่าตัดน้อยมาก) 


ข้อปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยโรคมีเนีย

1. พยายามเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

2. นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่และสม่ำเสมอทุกวัน

3. รับประทานอาหารครบหมวดหมู่และถูกต้องตามหลักอนามัย

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

5. หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยอ่อนเพลียมากๆ เช่น ทำงานติดต่อกันนานเกินไป หรือออกกำลังที่หักโหมเกินไป

6. พยายามลดความเครียด


ข้อควรระวัง ในรายที่เกิดอาการเวียนศีรษะทันที โดยไม่มีอาการเตือน ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ ปีนป่ายที่สูง หรืออยู่ในภาวะที่เสี่ยงอันตราย


ข้อมูลอัพเดตเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter




Facebook : SriphatMedicalCenter