นอนกรน รักษาได้

ผศ.พญ.นันทิการ์  สันสุวรรณ

หัวหน้าภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา  คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
รหัสเอกสาร SD-HA-IMC-054-R-00


กรนคืออะไร


        กรน คือเสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของอวัยวะทางเดินหายใจส่วนต้น เช่น เพดานอ่อน ลิ้นไก่ ผนังคอหอยและลิ้น เมื่อมีการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้น ทำให้ลมหายใจผ่านลงไปไม่สะดวก เกิดการหมุนวนของกระแสลม และอวัยวะของทางเดินหายใจสั่นสะเทือน จึงเกิดเสียงกรนขึ้น


นอนกรนมีกี่ประเภท


    1.  การนอนกรนธรรมดา มีการตีบแคบลงของทางเดินหายใจขณะนอนหลับบางส่วน ซึ่งทำให้เกิดเสียงรบกวนแก่ผู้ร่วมห้องนอน ซึ่งจัดเป็นชนิดไม่อันตราย



    2.  การนอนกรนที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย เนื่องจากการอุดกั้นของทางเดินหายใจขณะนอนหลับ ทำให้เกิดการหยุดหายใจ จึงทำให้เสียงกรนไม่สม่ำเสมอ อาจมีการสะดุ้งตื่น  กลั้นหายใจ  หายใจแรง หรือ สำลักร่วมด้วย ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ


ผลเสียจากนอนกรนที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วยมีอะไรบ้าง


        1.  ง่วงนอนตอนกลางวัน มีผลต่อการเรียน การทำงาน หรือเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ หรือควบคุมเครื่องจักรกล

        2.  ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความจำลดลง หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ

        3.  ในเด็กจะมีพัฒนาการของสมองและร่างกายไม่ดี

        4.  มีโอกาสเสี่ยงที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด



การตรวจวินิจฉัยโรคนอนกรนทำอย่างไรบ้าง


        1.  การตรวจค้นหาตำแหน่งการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนต้น โดยแพทย์ หู คอ จมูก

        2.  การตรวจบันทึกข้อมูลขณะนอนหลับ โดยการใช้เครื่องมือเฉพาะในการตรวจบันทึกขณะนอนหลับช่วงกลางคืน อย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อประเมินความรุนแรงของการหยุดหายใจขณะนอนหลับ




การรักษาการนอนกรนมีอะไรบ้าง


        1.  การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ โดยการจำกัดปริมาณและชนิดอาหาร


        2.  ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง


        3.  หลีกเลี่ยงยาบางชนิดที่ทำให้ง่วง เช่น ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท และยาแก้แพ้ชนิดง่วง


        4.  หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด


        5.  หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่


        6.  หลีกเลี่ยงการนอนหงาย โดยพยายามนอนในท่าตะแคงข้าง และนอนศีรษะสูงเล็กน้อย


        7.  การใส่อุปกรณ์ภายในช่องปาก เพื่อเลื่อนคางและลิ้นมาทางด้านหน้า


        8.  การใส่เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า เพื่อเปิดทางเดินหายใจที่อุดกั้นให้กว้างขึ้น 


        9.  การรักษาโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และไซนัสอักเสบ


        10.  การผ่าตัดต่อทอนซิลและอะดีนอยด์ในเด็กที่มีต่อมทอนซิลและอะดีนอยด์โต


    

        11.  การรักษาด้วยการจี้คลื่นความถี่วิทยุ เพื่อให้เนื้อเยื่อของทางเดินหายใจหดตัวลง และทางเดินหายใจกว้างขึ้น


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Call Center : 0-5393-6900-1/ คลินิกหูคอจมูก 0-5393-6952
Line iD : @sriphatcenter