การคลอด

เอกสารประกอบ  

การคลอด

ศ.พญ.สายพิณ  พงษธา

สูตินรีแพทย์ 

รหัสเอกสาร PI-IMC-016-R-01


การคลอด คืออะไร

การคลอดเป็นกระบวนการธรรมชาติที่ร่างกายคุณแม่พยายามเคลื่อนเอาทารกออกจากครรภ์ของคุณแม่ ซึ่งมี 4 ระยะ ดังนี้

1. ระยะปากมดลูกเปิด เริ่มตั้งแต่เจ็บครรภ์จริงจนถึงปากมดลูกเปิดหมด

ครรภ์แรกใช้เวลาประมาณ 10-14 ชั่วโมง ครรภ์หลังใช้เวลาประมาณ 7-9 ชั่วโมง

2. ระยะเบ่งคลอด เริ่มตั้งแต่ปากมดลูกเปิดหมดจนทารกคลอดครบ

ครรภ์แรกใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ครรภ์หลังใช้เวลาประมาณ 30 นาที

3. ระยะรกคลอด ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

4. ระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด


การคลอดปกติ เกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง

1. มดลูกหดรัดตัวดี คุณแม่มีแรงเบ่งดี

2. ปากมดลูกเปิดขยายได้ดี

3. ช่องทางคลอดยืดขยายดี

4. อัตราการเต้นของหัวใจทารกปกติ

5. ทารกมีขนาดที่เหมาะสม

6. เชิงกรานของคุณแม่ขนาดปกติ

7. คุณแม่ร่างกายแข็งแรงดี

8. คุณแม่ไม่หวาดกลัวหรือวิตกกังวลมากเกินไป   

 

การปฏิบัติตนขณะรอคลอด ควรทำอย่างไร

1. เมื่อได้รับการสวนอุจจาระแล้ว พยายามถ่ายอุจจาระให้หมด เพื่อไม่ให้อุจจาระขวางช่องทางคลอดในขณะที่ศีรษะทารกเคลื่อนต่ำลงมา และไม่เลอะเทอะขณะเบ่งคลอด

2. ไม่กลั้นปัสสาวะ ถ้ากระเพาะปัสสาวะโป่งพองมาก จะขัดขวางการเคลื่อนต่ำลงของศีรษะทารก

3. งดอาหารและน้ำทางปาก ยกเว้นในรายที่ปากมดลูกเปิดน้อยจะได้รับประทานเป็นมื้อๆ ตามความเหมาะสม

4. ถ้ายังไม่มีน้ำเดิน สามารถเดินได้

5. ถ้ามีน้ำเดินแล้ว ควรนั่งหรือนอนพักบนเตียง เพราะอาจมีสายสะดือย้อยได้ การนอนควรนอนตะแคงซ้ายจะทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกในครรภ์ดีขึ้น

6. ถ้าเจ็บครรภ์มากให้ปฏิบัติตนเพื่อลดการเจ็บปวด ดังนี้

วิธีธรรมชาติ

    • คุณแม่ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน โดยนอนในท่าที่สบาย ไม่เกร็ง

    • มองเพ่งไปที่จุดใดจุดหนึ่งที่ไม่เคลื่อนไหว

    • ลูบหน้าท้อง โดยคุณแม่วางอุ้งมือทั้ง 2 ข้างชิดกันเหนือหัวเหน่า ใช้ปลายนิ้วมือลูบหรือนวดเบาๆ เริ่มจากบริเวณหัวเหน่าขึ้นไปทางยอดมดลูก ลูบมือทั้ง 2 ข้างผ่านตรงลงมาที่จุดเริ่มต้น สัมพันธ์กับการหายใจออก

    • หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ ยาวๆ และค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกทางปากช้าๆ

ผลดี คือ ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้คุณแม่รู้สึกเจ็บปวดลดลงและสามารถควบคุมตนเองได้

การฉีดยาแก้ปวด

    ถ้าคุณแม่เจ็บครรภ์มาก พักไม่ได้ และปากมดลูกเปิดมากกว่า 3 ชั่วโมง จะได้รับการฉีดยาแก้ปวดหรือดมแก๊สเพื่อลดความเจ็บปวด ขณะฉีดยาคุณแม่ควรหลับตา หายใจเข้า-ออกลึกๆ ยาวๆ เพราะผลข้างเคียงของยาจะทำให้คุณแม่เวียนศีรษะ ตาลาย คลื่นไส้ อาเจียน และรู้สึกปวดตามเส้นเลือดขณะฉีดยา แต่สักครู่อาการดังกล่าวจะหายไป

7. ถ้ามีอาการเปลี่ยนแปลงให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ได้แก่

- น้ำเดิน ลักษณะเป็นน้ำอุ่นๆ ออกทางช่องคลอดคล้ายปัสสาวะ

- เจ็บครรภ์มากหรืออยากเบ่ง


การดูแลที่คุณแม่จะได้รับ

1. ความสุขสบายและความสะดวกทั่วไป

    • บ้วนปากและให้ผ้าเย็นทุก 4 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่คุณแม่ต้องการ

    • ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกทุก 4 ชั่วโมง หรือเมื่อคุณแม่รู้สึกไม่สุขสบาย

    • เปลี่ยนผ้ารองซับน้ำคร่ำทุก 4 ชั่วโมง หรือทุกครั้งที่เปียกชุ่ม

2. คุณแม่จะถูกกระตุ้นให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ ถ้าคุณแม่ปัสสาวะเองไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะสวนปัสสาวะให้

3. ถ้าคุณแม่อยากถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ให้บอกเจ้าหน้าที่ คุณแม่จะได้รับการดูแลให้กระโถนถ่ายบนเตียงนอนและทำความสะอาดหลังถ่ายเสร็จ

4. แพทย์จะมีคำสั่งให้งดน้ำและอาหารเพื่อเตรียมในกรณีฉุกเฉินในการผ่าตัดคลอด ดังนั้น พยาบาลจะให้น้ำเกลือทางเส้นเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ขาดสารน้ำและอาหาร คุณแม่จะได้มีแรงเบ่งคลอด

5. พยาบาลจะดูแลคุณแม่ให้คลอดได้โดยปกติ

    • พยาบาลจะใช้มือวางบนหน้าท้องคุณแม่เพื่อตรวจดูการหดรัดตัวของมดลูกทุก 30-60 นาที

    • ตรวจภายในเป็นระยะๆ เมื่อคุณแม่มีน้ำเดิน เจ็บครรภ์มาก หรืออยากเบ่ง

    • คุณหมอจะเจาะถุงน้ำคร่ำเพื่อกระตุ้นให้เจ็บท้องถี่ขึ้น ขณะเจาะน้ำคร่ำคุณแม่จะรู้สึกมีน้ำอุ่นๆ ซึมออกจากช่องคลอด เจ้าหน้าที่จะใส่ผ้ารองซับน้ำคร่ำไว้ให้

    • คุณแม่จะได้รับการฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์อย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมง

6. พยาบาลจะคอยช่วยเหลือเพื่อลดความเจ็บปวด โดย

    • เจ้าหน้าที่จะอยู่เป็นเพื่อนให้กำลังใจ

    • คอยกระตุ้นให้คุณแม่ใช้วิธีธรรมชาติ เพื่อลดความเจ็บปวดให้มากที่สุดเท่าที่คุณแม่จะทนได้

    • ถ้าคุณแม่เจ็บครรภ์มากพักไม่ได้ พยาบาลจะฉีดยาแก้ปวดให้หรือให้ดมแก๊สเพื่อลดความเจ็บปวด ก่อนฉีดยาหรือดมแก๊ส พยาบาลจะอธิบายผลข้างเคียงของยา และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด

------------------------------------------------------------

สามารถติดตามช่องทางเพิ่มเติมได้ที่
• Call center : 0-5393-6900-1
• LINE Official : https://lin.ee/h3Wxyp3
• Facebook : https://bit.ly/2Kid6X9
• Youtube : https://bit.ly/3anQsH6
• Twitter : https://bit.ly/3eACDJ2
• Instagram: https://bit.ly/2VnrTGo
• Blockdit : https://bit.ly/2VqvL9D
• Website: http://sriphat.med.cmu.ac.th

หรือเพิ่มเพื่อนใน LINE ด้วยคิวอาร์โค้ด