คำแนะนำหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

เอกสารประกอบ  

คำแนะนำหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

ศ.พญ.สายพิณ  พงษธา (สูตินรีแพทย์)

รหัสเอกสาร PI-IMC_018-R-00



การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกคลอดออกมาก่อนกำหนด โอกาสที่ทารกจะเสียชีวิตหรือทุพพลภาพก็มีมากขึ้น ดังนั้นหญิงมีครรภ์จึงควรมีความรู้เกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนด เพื่อป้องกันและดูแลให้ทารกคลอดออกมาปลอดภัย 


ความหมาย

การเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด หมายถึง การเจ็บครรภ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์ตั้งแต่ 20 สัปดาห์ขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ โดยนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย


สาเหตุ

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่แน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน ดังนี้

- ภาวะโภชนาการและการเพิ่มของน้ำหนัก : การขาดสารอาหาร ขาดการเอาใจใส่ดูแลบำรุงครรภ์ น้ำหนักในระยะตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นน้อย และนอกจากนี้การขาดน้ำ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก

- การทำงานและการออกกำลังกาย : การทำงานติดต่อกันนานๆ จนร่างกายอ่อนล้า มีการออกแรงมากๆ การยกของหนักๆ การยืน เดิน หรืออยู่ในท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ

- การดื่มแอลกอฮอล์ และเสพสารเสพติด รวมถึงการสูบบุหรี่

- ภาวะเครียดทางด้านจิตใจอย่างรุนแรง และติดต่อกันเป็นเวลานาน

- ประวัติทางสูติกรรม : พบว่าถ้าเคยคลอดก่อนกำหนดในครรภ์แรก จะมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดซ้ำได้อีก หรือมีประวัติแท้งในระยะหลังของการตั้งครรภ์

- การมารับบริการที่หน่วยฝากครรภ์ : การมาฝากครรภ์ช้า หรือไม่มาฝากครรภ์เลย พบว่ามีอัตราการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดได้สูง

- มีภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ เช่น มีก้อนเนื้องอกในมดลูก ปากมดลูกไม่แข็งแรง ตั้งครรภ์แฝด มีความผิดปกติของรกและมีเลือดออกทางช่องคลอด เป็นต้น

- มีการติดเชื้อในร่างกายเฉียบพลัน และมีไข้สูง

- มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคโลหิตจางอย่างรุนแรง โรคเบาหวาน เป็นต้น

- การกระทบกระเทือนหรือการผ่าตัดบริเวณมดลูก หรือมีการผ่าตัดในช่องท้อง เป็นต้น

- ความผิดปกติของทารก ทารกมีความพิการแต่กำเนิด

- การติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำ

- การแตกของถุงน้ำคร่ำ


การดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยง

1. การนอนหลับและการพักผ่อน : ควรนอนหลับตอนกลางคืนอย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้ควรนอนในท่าตะแคงซ้ายและหนุนหมอนเพียง 1 ใบ อาจยกขาและเท้าสูง เพราะจะทำให้เลือดไปเลี้ยงมดลูกได้ดีขึ้น แต่ไม่ควรนอนในท่ายกศีรษะและลำตัวสูง

2. การผ่อนคลาย : ควรมีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและจิตใจ ขจัดความเครียด อาจใช้วิธีทำสมาธิคิดถึงเหตุการณ์หรือภาพที่ทำให้จิตใจเป็นสุข หรือหาวิธีการและบุคคลที่จะช่วยลดความเครียด

3. การออกกำลังกายและทำกิจกรรม : ไม่ควรออกกำลังกายที่หักโหม หรือทำงานหนักจนเกินไป เช่น การวิ่ง การเดินติดต่อกันนานๆ ไม่ควรยกของหนักๆ ไม่เดินขึ้นลงบันไดสูงๆ ไม่เดินทางไกล ไม่ทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องออกแรงมากๆติดต่อกันเป็นเวลานาน กรณีมีบุตรวัยเตาะแตะ ควรหลีกเลี่ยงการอุ้มบุตร ควรนั่งแล้ววางบุตรไว้บนตัก

4. การรับประทานอาหาร : ต้องบำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้น ไม่ควรอดอาหารและน้ำติดต่อนานๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดการใช้สารเสพติด รวมทั้งการสูบบุหรี่ หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ท้องเสีย มีไข้ ควรมาโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือ

5. การขับถ่ายปัสสาวะ : ควรถ่ายปัสสาวะทุก 2-4 ชั่วโมง และเมื่อเกิดความรู้สึกปวดปัสสาวะ ไม่กลั้นปัสสาวะไว้ ภายหลังการขับถ่าย ควรทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้สะอาดและซับให้แห้ง เพื่อป้องกันการเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

6. ไม่ให้นวดเต้านมหรือคลึงหัวนม จนกระทั่งมีอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์

7. มาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

8. สังเกตอาการเตือนของการเจ็บครรภ์และอาการผิดปกติที่จะต้องมาโรงพยาบาล


อาการและอาการแสดงที่เตือนว่ามีการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด มีดังต่อไปนี้

1. มดลูกหดรัดตัวบ่อย คือ มีอาการท้องแข็งตึง อาจมีหรือไม่มีอาการเจ็บครรภ์ และมีการหดรัดตัว 4 ครั้งใน 20 นาที หรือ 8 ครั้งใน 1 ชั่วโมง

2. มีอาการปวดท้องหรือปวดเหนือหัวเหน่า ลักษณะปวดเป็นพักๆ คล้ายปวดประจำเดือน เป็นอาการเตือนที่สำคัญ

3. ปวดต้นขา

4. ปวดหลังส่วนล่างบริเวณบั้นเอว ลักษณะปวดตื้อๆ

5. ปวดถ่วงในช่องคลอด ทวารหนักและฝีเย็บ

6. มีน้ำใสๆ ออกทางช่องคลอดซึ่งอาจมีเลือดปนออกมาด้วยเป็นสีแดงจางๆ

7. ถุงน้ำคร่ำแตก ทำให้มีน้ำใสๆไหลออกมาจำนวนมาก มีมูกเลือดออกทางช่องคลอด ลักษณะเหนียว มีเลือดเป็นสีแดงจางๆ

8. ปัสสาวะบ่อยขึ้น

9. รู้สึกทารกดิ้นผิดปกติไปจากเดิม

10. มีอาการท้องเสีย

11. มีความรู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย


เมื่อมีอาการเตือนของการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ควรทำอย่างไร

1. ทำจิตใจให้สบาย ไม่ตื่นตระหนก

2. รีบนอนพักทันที ในท่านอนตะแคงซ้าย ลำตัวอยู่ในลักษณะราบ หนุนหมอนพียง 1 ใบ อาจใช้หมอนหนุนบริเวณหลังเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น

3. ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก โดยการเปิดเสื้อผ้าบริเวณท้อง วางฝ่ามือไว้บริเวณยอดมดลูก ดูนาฬิกาเพื่อนับจำนวนครั้งที่มดลูกมีอาการหดรัดตัว ภายใน 1 ชั่วโมง และจับเวลาที่มดลูกหดรัดตัวนานในแต่ละครั้ง

4. ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่ม 4-5 แก้ว เพื่อยับยั้งการหดรัดตัวของมดลูก

5. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง พบว่ามดลูกมีการหดรัดตัวอย่างน้อย 8 ครั้ง ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที

6. หากมีน้ำใสๆ มีน้ำปนเลือดเป็นสีชมพูหรือสีน้ำตาล หรือมีมูกเลือดออกทางช่องคลอด ให้รีบมาโรงพยาบาลทันที


ข้อมูลอ้างอิง  : หนังสือการพยาบาลหญิงที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด,(เกสรา  ศรีพิชญาการ)โครงการตำราคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter