วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี

เอกสารประกอบ  

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV vaccine)


พญ.ธัญญลักษณ์  วงศ์ลือชา

รหัสเอกสาร PI-IMC-008-R-00



        เชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV: Humanpapilloma virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง มีมากกว่า 120 สายพันธุ์ แต่มีสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงที่ทำให้เกิดมะเร็งได้อยู่ประมาณ 15 สายพันธุ์ ซึ่งเชื้อเอชพีวีเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก และสายพันธุ์ที่พบบ่อยก็คือ สายพันธุ์16,18 ซึ่งพบประมาณร้อยละ 70 และเกิดจากสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงอื่นๆ อีกประมาณร้อยละ20 และยังมีสายพันธุ์ที่ไม่ก่อให้เกิดมะเร็งที่พบบ่อยคือ สายพันธุ์ 6,11 ซึ่งทำให้เกิดหูดหงอนไก่ นอกจากนั้นเชื้อเอชพีวียังเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งช่องปาก ทวารหนัก ช่องคลอด ปากช่องคลอด และมะเร็งอวัยวะเพศชาย

 

เชื้อเอชพีวีติดต่อกันและก่อให้เกิดโรคได้อย่างไร

        เชื้อเอชพีวีถ่ายทอดโดยการสัมผัส ผ่านทางเพศสัมพันธ์ ผู้ที่ติดเชื้อเอชพีวีมักไม่มีอาการ และส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 1-2 ปี แต่ถ้าการติดเชื้อคงอยู่ เชื้อเอชพีวีจะทำให้เกิดเซลล์ผิดปกติได้ และหากเซลล์ผิดปกติคงอยู่ในระยะเวลามากกว่า 10 ปี อาจกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ และเซลล์ที่ผิดปกติที่เราสามารถตรวจคัดกรองและป้องกันไม่ให้เกิดเซลล์ผิดปกติที่รุนแรงหรือกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ คือ เซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูก โดยการมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอและตรวจภายในเป็นประจำทุกปี และมีวัคซีนฉีดป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีนี้นอกจากจะป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้แล้ว ยังสามารถป้องกันมะเร็งช่องปาก ทวารหนัก ช่องคลอด ปากช่องคลอด และมะเร็งอวัยวะเพศชาย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี แต่เมื่อตรวจพบเชื้อเอชพีวีแล้วอย่าพึ่งกังวล เนื่องจากเชื้อส่วนใหญ่หายได้เอง มีเพียงร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่คงอยู่ ซึ่งป้องกันโดยมารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมกับตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี และการติดเชื้อเอชพีวีนั้นแม้มีคู่นอนเพียงคนเดียวก็อาจเกิดได้ การสวมถุงยางอนามัยก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดโอกาสการติดเชื้อเอชพีวีได้ และแนะนำให้ดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ เช่น งดบุหรี่ และการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวีในผู้ชายไม่มีความจำเป็นและยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรอง และมักไม่พบรอยโรคที่ต้องรักษา



ใครสามารถฉีดวัคซีนเอชพีวีได้

        สามารถฉีดได้ทั้งในเพศหญิง เพศชาย หรือในกลุ่มชายรักชาย เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป (อาจมาฉีดที่อายุ 11-12 ปี) หรืออายุในกลุ่มทั่วไปที่แนะนำ คือ ช่วง 13-26 ปี ประสิทธิภาพของวัคซีนจะสูงมากในเด็กและในคนที่ยังไม่มีเพศ สัมพันธ์ โดยทั่วไปฉีดทั้งหมด 3 เข็ม (ห่างกันที่ 0, 1-2,6 เดือน) แต่สำหรับในเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปี สามารถฉีด 2 เข็มได้ (โดยเข็มที่ 1 และ 2 ห่างกัน 6-12 เดือน) การฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 26 ปีสามารถฉีดได้ พิจารณาเป็นกรณีไป


วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีในประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ    

        1. วัคซีน 2 สายพันธุ์ (bivalent vaccine) มีสายพันธุ์  16,18    

        2. วัคซีน 4 สายพันธุ์ (quadrivalent vaccine) มีสายพันธุ์ 6,11,16,18

      โดยประสิทธิภาพการป้องกันเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16,18 ซึ่งเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเกิดมะเร็งปากมดลูก มีมากกว่าร้อยละ 90 และมีประสิทธิภาพสูงในเด็กและคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์


มะเร็งปากมดลูกป้องกัน ง่ายกว่ารักษา

แนะนำตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกและตรวจภายในเป็นประจำทุกปี

และเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี



หากมีข้อสอบถามหรือต้องการปรึกษาเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คลินิกสูตินรีเวช ชั้น 13 อาคารศรีพัฒน์ ฯ 

โทรศัพท์ 0-5393-6830



ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Call Center : 0-5393-6900-1
Line iD : @sriphatcenter